ด้านตัวเครื่อง
ตัวเครื่อง Nokia Lumia 920 ถือว่าใหญ่ใช้ได้ เพราะหน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว และมีพื้นรอบๆ หน้าจอเหลืออีกค่อนข้างเยอะครับ แต่ยังจับถือได้ถนัดมืออยู่ หรืออาจเพราะมาตรฐานของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติก็เป็นได้

แต่หากเอามาเทียบกับ Samsung Galaxy S III รุ่นท๊อปของฝั่งแอนดรอยด์ที่มีขนาดใกล้เคียงกันนั้น S III ยังมีขนาดที่บางกว่าพอสมควร แต่มีขนาดที่สูงกว่าเล็กน้อย ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วก็จับถือได้ไม่แตกต่างกันมาก และให้ภาพลักษณ์ในคนละแบบครับ

ตัวเครื่องมีขนาดวัดได้ 130.3 x 70.8 x 10.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 185 กรัม วัสดุแข็งแรงเนื้อผิวดูหรูหราด้วย Polycarbonate แบบ Unibody และยังใช้กระจกหน้าจอแบบโค้งมนดูเข้ากับตัวเครื่องมาก ที่สำคัญมีให้เลือกเป็นเจ้าของหลากหลายสีสัน ส่วนตัวแล้วชื่นชอบสีเหลือง กับแดงมากที่สุดครับ เจ็บดี



ด้านหน้ามีช่องลำโพงสนทนา, เลนส์กล้องหน้า, เซ็นเซอร์ต่างๆ, หน้าจอ และปุ่มควบคุมใต้หน้าจอ 3 ปุ่มแบบทัช (ย้อนกลับ / วินโดว์/ ค้นหา) ส่วนด้านหลังมีแค่เลนส์กล้องกับแฟลช LED


ด้านข้างฝั่งซ้ายไม่มีอะไรเลย เป็นฝั่งขวาที่มีชุดปุ่มควบคุมเสียง, ปุ่มล็อคหน้าจอ และปุ่มชัตเตอร์ถ่ายภาพ



ด้านบนมีช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และช่องไมโครโฟนสำหรับทำงานตัดเสียงรบกวน โดยยังมีถาด microSIM อยู่ด้วย ส่วนด้านล่างมีช่อง microUSB และช่องลำโพงเสียงสเตอริโอที่ให้เสียงได้เยี่ยมเลยทีเดียว

โดยรวมแล้วดีไซน์ตัวเครื่องค่อนข้างสะดุดตาด้วยสีสันต่างๆ ประกอบด้วยวัสดุแบบชิ้นเดียวสวยมีสไตล์จับถือได้ง่าย และยังแข็งแรงทนรอยขีดข่วนได้ดีมากๆ ครับ
หน้าจอ PureMotion HD+

หน้าจอ Nokia Lumia 920 เป็นหน้าจอ PureMotion HD+ ซึ่งถือเป็นจุดขายที่โนเกียพยายามโปรโมท ซึ่งมันรองรับการใช้งานสัมผัสหน้าจอแม้จะใส่ถุงมือหนาๆ อยู่ก็ตาม หน้าจอมีความละเอียด 768 x 1280 พิกเซล ให้สีสัน 16 ล้านสีพร้อมเทคโนโลยี ClearBlack display ที่แสดงผลภาพถ่ายต่างๆ ได้ยอดเยี่ยม โดยปรับแต่งสีดำให้เข้มลึกกว่าเดิม มุมมองด้านข้างก็ทำออกมาได้ดีมากๆ ที่สำคัญที่สุดคือมันทำงานกลางแจ้งได้ดีมากๆ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องแสงสะท้อน หน้าจอให้ความสว่าง และคอนทราสค่อนข้างสูง