ตัวเครื่องรอบนอก

วัสดุของเครื่องด้านหน้าใช้เป็นกระจกเกือบทั้งหมด เว้นแต่ส่วนขอบหน้าจอทั้ง 4 ด้านที่มีพลาสติกยื่นออกมาเล็กน้อยทำให้เวลาคว่ำเครื่อง กระจกจะไม่ได้วางติดพื้น ส่วนด้านหลังใช้เป็นฝาโพลีคาร์บอเนตผิวไม่เงามากนัก ซึ่งตัวฝาหลังนี้สามารถถอดเปลี่ยนได้ คือเหมือนเปลี่ยนสีเครื่องไปเลยเพราะฝาหลังนี้เองเป็นสีประจำเครื่องเพียงจุดเดียว ถ้าถอดเครื่องก็จะกลายเป็นสีดำล้วนเลย

สัดส่วนของเครื่องอยู่ที่ 119.9 x 64 x 9.9 มม. และมีน้ำหนักที่ 124g จับแล้วก็ถือว่าไม่หนักมาก แต่ตัวเครื่องดูหนาพอสมควรครับ แต่จับใช้งานพอดีมือดีครับ

หน้าจอของเครื่องมีขนาด 4 นิ้ว IPS LCD กระจกกันรอยขีดข่วน ความละเอียด WVGA (800×480) 233 ppi ถือว่าเป็นความละเอียดที่สูงพอสมควรสำหรับ Smartphone รุ่นเล็ก คือถ้าเทียบจริงๆมีความละเอียดเท่าๆกับ Windows Phone อย่างรุ่น Lumia 820 ที่ขายราคาหมื่นกลางๆ จุดนี้เองทำให้การดูภาพหรือดารเล่นวีดีโอก็แทบไม่ต่างกันเลย ที่ต่างกันก็อาจจะเป็นเรื่องของชนิดหน้าจออันนี้เป็นแค่ TFT LCD แต่ตัว Lumia 820 เป็น AMOLED ที่สีสันจะสดกว่า ก็แน่ละครับรุ่นเล็กสุดก็เลยไม่ได้ใส่พวกลูกเล่นหรือเทคโนลโยีอะไรมาให้มากนัก

เท่าที่ลองมองหน้าจอดูพบว่าโอเคเลยนะครับ หน้าจอเป็นอะไรที่ผมแฮปปี้เพราะมันไม่ได้แย่เลยกับรุ่นราคาระดับนี้ ผมว่ามันอยู่ในขั้นดีเลยด้วยซ้ำไป


ด้านหน้าของเครื่องสังเกตได้ชัดเจนเลยว่าเครื่องไม่มีกล้องหน้า ด้านล่างยังคงรูปแบบปุ่ม Windows Phone 3 รุ่นไว้เหมือนเดิมมีการวางห่างออกมาจากขอบเครื่องด้านล่างพอสมควร ส่วนมุมบนมีแค่ลำโพงเอาไว้คุยโทรศัพท์และ Sensor Proximity และวัดแสงซ่อนอยู่


รอบๆตัวเครื่อง ด้านขวามีปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง, Power/Wake และปุ่ม Shutter คือปุ่มทั้งหมดมาเรียงกันไว้ด้านขวานี่แหละครับ เพราะด้านซ้ายเครื่องรี่ก็เรียบไม่มีอะไรเลยแทน


ด้านบนมีช่องเชื่อมต่อหูฟัง 3.5 มม. และด้านล่างมีช่องเชื่อมต่อ microUSB เท่านั้น

ส่วนไมค์สนทนาหลายคนอาจจะสงสัยว่ามันหายไปไหน ก็เพราะว่ามันไปอยู่ตรงมุมล่างของด้านหน้าแทน ซ่อนอยู่ตรงขอบล่างเครื่องเลย


ด้านหลังเครื่องมีแค่ลำโพง Speaker และกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซลไม่มี LED Flash ใดๆทั้งนั้น