บอกเล่ารูปทรง
บอกเล่ารูปทรงครั้งแรกที่ได้สบตากับ E72 สิ่งที่ผมนึกถึง มันเหมือนกับใครจับ E52 มาแปลงร่างใหม่ การออกแบบมีส่วนผสมที่ดูเป็น Eseries อย่างครบถ้วน ทั้งการเส้นเส้นปุ่มแบบ E52 การออกแบบ Qwerty ที่มาโทนเดียวกับ E63 สันข้างที่เหมือน E71+E63 แต่ดูเพรียว สมส่วนขึ้น การใช้โทนสีเงินด้าน ประกอบกับชิ้นส่วนตัวเครื่องที่ยังคงเป็นโลหะขัดเงาโทนสีเงิน ก็ยังเป็น DNA ของ Eseries ที่ยังเห็นได้ชัดในงานออกแบบ ภาพรวมของงานออกแบบ ถือว่า E72 มีหน้าตาที่ดูอ่อนนุ่มลง มีเส้นสายที่ดูคมแบบคนรุ่นใหม่ ดูทันสมัยขึ้น แต่ถ้าในแง่ของความหรูหรา ความหนักแน่นในเส้นสาย สองข้อนี้ E71 ยังคงให้ความรู้สึกที่มากกว่าอยู่ มาดูกันทีล่ะส่วนครับ ด้านหน้าด้านหน้าของเครื่อง บนสุดตรงกลางจะเป็นลำโพงสนทนา ด้านขวาของลำโพงสนทนาจะเป็นเซ็นเซอร์วัดแสงสำหรับปรับการใช้งานไฟปุ่มกด / หน้าจอ ถัดมาทางขวาของเซ็นเซอร์วัดแสง จะเป็นกล้องหน้าสำหรับใช้งาน VideoCall ถัดลงมาใต้ลำโพงสนทนาจะเป็นพิมพ์ยี่ห้อ Nokia ด้านขวาของพิมพ์ยี่ห้อ Nokia จะพิมพ์รุ่น E72 เอาไว้ ถัดลงไปจะเป็นหน้าจอขนาด 2.36 นิ้ว ความละเอียด 320*240 พิกเซล
ถัดลงไปจะเป็นชุดปุ่มควบคุม ตรงกลางจะเป็นปุ่มทิศทางแบบห้าทิศ พร้อม TouchPad แบบสัมผัส ที่ Nokia เรียกมันว่า Optical Navi Keys สามารถควบคุมได้ห้าทิศ เพียงแค่ใช้นิ้วในการเขี่ยไปตามทิศทางที่ต้องการ ด้านขวาปุ่มบนจะเป็นซอฟท์คีย์ขวาสำหรับเข้าเมนูลัด ถัดลงมาจะเป็นปุ่มลัดเข้าปฎิทินกับ E-Mail ในชุดเดียวกัน และถัดลงมาจะเป็นปุ่มวางสาย / ไม่รับสาย ด้านซ้ายปุ่มบนจะเป็นซอฟท์คีย์ซ้ายสำหรับเข้าเมนูลัด ถัดลงมาจะเป็นปุ่มลัดเข้าเมนูกับปฎิทิน และถัดลงมาจะเป็นปุ่มโทรออก / รับสาย ถัดลงไปจากชุดปุ่มควบคุมทั้งหมดจะเป็นชุดปุ่ม QWERTY แบบสามแถว และถ้าสังเกตดีๆแถบพลาสติกด้านล่างของชุดปุ่ม QWERTY จะมีช่องเล็กๆอยู่แถวๆมุมซ้าย ช่องนั้นเป็นที่อยู่ของไมค์สนทนาของเครื่อง ด้านหลังด้านหลังของเครื่อง บนสุด ตรงกลางจะเป็นชุดกล้องถ่ายรูปของเครื่อง ด้านขวาจะเป็นหน้ากล้อง ถัดมาทางขวาจะเป็นพิมพ์ความละเอียด 5.0 Megapixel ถัดมาทางซ้ายจะเป็นแฟลชช่วยถ่ายแบบ LED ด้านซ้ายของแฟลช จะเป็นลำโพงเสียงเรียกเข้า ถัดลงไปใต้ชุดกล้องจะเป็น ฝาหลังปิดแบตเตอรี่แบบโลหะขัดเงา ถัดลงไปตรงกลางใต้ฝาปิดแบตเตอรี่ จะเป็นสลักปลดล็อกเปิดฝาแบตเตอรี่
ด้านบนด้านบนของเครื่อง ตรงกลางจะเป็นปุ่ม เปิด/ปิดเครื่อง ด้านซ้ายของปุ่มเปิด / ปิด จะเป็นช่องหูฟังแบบ 3.5 mm
ด้านล่างด้านล่างของเครื่องจะเรียบๆ มีเพียงมุมซ้ายของเครื่องจะมีช่องสายชาร์จแบบหัวเล็ก
ด้านซ้ายด้านซ้ายของเครื่อง ด้านบนจะเป็นช่องสายลิงค์แบบ MicroUSB (สามารถชาร์จกับสายชาร์จแบบ MicroUSB) กับช่องใส่การ์ดความจำแบบ MicroSD พร้อมฝาปิดแบบพลาสติก และเมื่อสังเกตมุมล่างจะเป็นช่องสำหรับร้อยสายคล้องเจาะเอาไว้
ด้านขวาด้านขวาของเครื่อง ด้านบนของเครื่องจะเป็นชุดปุ่มปรับเพิ่ม / ลด เสียง โดยจะมีปุ่มสำหรับใช้สั่งงานด้วยเสียงแทรกไว้ระหว่างชุดปุ่มปรับเพิ่ม / ลด เสียงไว้ ![]() ![]()
เมื่อได้จับถือแล้ว ต้องชมถึงความกระชับมือในการจับถือ การจัดตำแหน่งเมื่อใช้งาน ขณะที่ถือมือเดียว ก็ทำได้ดีทั้งมือซ้ายและมือขวา เมื่อจับสองมือเพื่อพิมพ์ ก็ทำได้ง่ายขึ้นกว่า E71 การออกแบบระดับความนูนปุ่ม พื้นที่ในการกด ทำได้เต็มนิ้ว กดง่ายกว่า E71 ให้สัมผัสที่ถือว่าน่ากดมากขึ้นอย่างชัดเจน งานประกอบของตัวเครื่องยังคงความเรียบร้อย แต่บางจุดบางมุม ก็ไม่แน่นแข็งแรงเท่า E71 วัสดุที่ใช้ ไม่ว่าจะส่วนที่เป็นโลหะหรือพลาสติก ให้สัมผัสที่ยังคงไว้ใจได้แบบที่ E71 มอบให้ โดยรวมแล้ว E72 เกือบจะน่าประทับใจที่สุดในเรื่องงานประกอบ เพราะบางจุดบางมุมยังไม่แน่นเท่า E71 วัสดุตัวเครื่องยังคงไว้ใจได้ ทั้งในเรื่องความสวย แข็งแรง และทนทาน แต่เรื่องเส้นสาย การออกแบบ ผู้ที่ชอบ E71 อาจจะรู้สึกว่า E72 ดูไม่หนักแน่น ทรงภูมิเท่ากับ E71 เพราะเส้นสายของ E72 ดูคมขึ้น และดูอ่อนเยาว์กว่า E71 อย่างชัดเจน สรุปบอกเล่ารูปทรง: เส้นสายคมคาย งานประกอบแพ้กันไปนิด อาจถูกใจเด็ก ขัดใจผู้มีอายุไปเล็กน้อย |











