บอกเล่ารูปทรง
|
บอกเล่ารูปทรง เห็นครั้งแรกก็ดูภูมิฐานน่าตกใจว่าราคาแค่หมื่นต้น ๆ หรูระดับนี้เลยหรอ (แต่บางคนบอกว่าเช้ย เชย แต่ก็นะ Eseries นี่นาไม่ใช่มือถือวัยทีน ฮิ้วว) ทั้งบาง น้ำหนักกำลังดี วัสดุที่ใช้ดีเกินกว่าราคาเสียอีกประดับด้วยวัสดุโลหะเสียส่วนใหญ่ บางชิ้นงานยังกัดลวดลายเพื่อความไฮโซ หากเทียบกับ E51 แล้วความหรูหราทิ้งห่างกันมากเลยครับ
ถือว่า E52 ฉีกภาพลักษณ์ Entry Level Business อย่างสนิทใจแล้วครับ ดังนั้นองค์กรรายใดต้องการซื้อ Fleet แจกจ่ายให้พนักงานโดยไม่ต้องกังวลมือถือจะดู Look Cheap ไปหรือเปล่า จัดซื้อได้เลยครับดูหรูหราเกินราคาแน่ ๆ อ้อ เครื่องที่วางจำหน่ายมีให้เลือกสองสีคือสีน้ำตาลอ่อนและสีเงิน ซึ่งเป็นสีที่เราทดสอบครับ
มีเพื่อนบางท่านไปอยู่ต่างประเทศมา อ้าวไม่ใช่ E55 ที่เปิดตัวกุมภาพันธ์หรอกหรือ ดูผ่าน ๆ น่ะคล้ายครับแต่สังเกตดี ๆ ว่าไม่ใช่แน่นอน จะเรียกแฝดสวรรค์คงพอเรียกได้ จุดต่างชัด ๆ ตรงที่บริเวณปุ่มกดตัวเลขครับ ส่วนฟังก์ชันนอกนั้นแทบจะเคาะมาเหมือนกัน
ด้านหน้า การออกแบบเน้นความเรียบหรูกว่าเดิมพอสมควรครับมิติจะยาวกว่า E51 เล็กน้อย ไล่จากด้านบนพบช่องเซนเซอร์ตรวจวัดไฟ ข้าง ๆ ช่องหูฟังสนทนาล้อมรอบด้วยขอบโลหะดูทนทาน ข้าง ๆ เป็นกล้องวิดีโอคอลล์ ถัดลงมาพบกับหน้าจอขนาด 2.4 นิ้ว ผมถือว่าใหญ่มากสำหรับมือถือปุ่มกดปัจจุบัน
ถัดลงมาพบกับแผงปุ่มกดซอฟท์คีย์และเนวิเกเตอร์ 5 ทิศทางที่ไม่เหมือน E51 เอาเสียเลย มันดูหรูหรากว่ามากมายจัดสรรปุ่มที่ผมคิดว่าใช้งานได้ดีกว่า เป็นเพราะว่า E52 ขยายความกว้างเพิ่มอีก 3 มม. วัสดุที่ใช้ทำปุ่มกดทั้งหลายจัดว่าดีมากโดยเฉพาะขอบปุ่มกด 5 ทิศทางให้ผิวสัมผัสหรูหรามาก
ถัดลงมาเจอแผงปุ่มขนาดใหญ่เรียงติดกันทำจากพลาสติกใช้สีสันกลมกลืนไปกับเครื่อง ความแน่นหนาการประกอบอยู่ในขั้นระดับธรรมดามีโยกเยกไปมาได้ ความแน่นหนาขณะกดก็ถือว่ายวบยาบตามปกติมือถือ Nokia ความประทับก็ตรงที่กดได้ง่าย คนนิ้วใหญ่ไม่มีปัญหาครับ
พูดถึงปุ่มกดเนี่ย เราบอกความแตกต่างของ E55 และ E52 ได้ คร่าวๆ ดังนี้ E55 มาในรูปแบบ คีย์บอร์ดย่อส่วนที่ลดจำนวนปุ่มอีกครึ่งนึง คือ ตัวอักษร 2 ตัวต่อ 1 แป้นกด ส่วน E52 ก็อย่างที่เห็นในภาพนี่ล่ะครับปุ่มกดตัวเลขพิมพ์นิยมมาตรฐาน
ด้านหลัง พลิกปูมหลังชีวิต E52 (ทำอย่างกับพลิกแผ่นดินล่าบางคน คริ ๆ) พบว่า Nokia ช่างกล้าลงทุนยิ่งนักกับวัสดุตัวเรือนที่ใข้วัสดุโลหะประกอบเกือบทั้งลำ ใช้นิ้วเคาะ ๆ แล้วนับว่าเป็นบุญแก่ผู้ใช้ยิ่งนักแน่นหนาเสียจริง ๆ
ไล่จากด้านบนพบกับเลนส์กล้องและไฟแฟลชล้อมรอบเป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าเพิ่มลูกเล่นด้วย Emblem โลหะสะท้อนแสงพิมพ์คำว่า 3.2 Mpix และขอบเลนส์ก็สะท้อนแสงได้เช่นกัน
สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือฝาครอบแบตเตอรี่ทำจากอลูมิเนียมรีไซเคิล กัดพื้นผิวลายละเมียดละไม พร้อมปั๊มนูนโลโก้ Nokia Eseries
ด้านบน ปุ่มกดเปิดและปิด ไม่น่าเชื่อว่ามือถือนักธุรกิจจะให้รูเสียบหูฟัง 3.5 มม. ยี่ห้อที่เอาแต่กั๊กกรุณาดูเป็นเยี่ยงอย่าง เดี๋ยวนี้ Nokia เขาปั๊ดตะนาแล้ว
ด้านซ้าย มีแค่ช่อง microUSB เอาไว้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และเสียบสายชาร์ตได้ในตัว วัสดุส่วนนี้ก็เป็นเนื้อเดียวกับด้านหลังเครื่องครับ
ด้านขวา พบกับปุ่มปรับเสียง + และ – ปุ่มคำสั่งเสียง และปุ่มเข้ากล้อง วัสดุก็เหมือน ๆ กับด้านซ้ายครับ
ด้านล่าง เรียบ ๆ ไม่มีอะไรกวนใจนัก ยกเว้นช่องไมโครโฟน และรูห้อยสายคล้องโทรศัพท์ ไว้ตำแหน่งนี้ก็ทำให้โทรศัพท์หัวห้อยลงมาสะดวกในการรับสาย แต่ดูไม่ค่อยดีหากห้อยต่องแต่งไปมา |














