เกริ่นก่อนเริ่ม (2/2)
![]() โอกาสที่ iPhone จะไม่ประสบความสำเร็จตามที่ Nokia ทำนายไว้ ก็ยังพอเป็นไปได้ ด้วยความเป็นสมาร์ทโฟนที่มีราคาสูงมากในสายตาคนส่วนใหญ่ แต่เราต้องอย่าลืมว่า iPhone เป็นผู้สร้างนวัตกรรมการใช้โทรศัพท์แบบจอสัมผัสที่สร้างประสบการณ์อันดีเยี่ยมก่อนใครและล้ำหน้ากว่าคู่แข่งถึง 4 ก้าว ที่ดูฟอร์มของมันแล้วน่าใช้เอามาก ๆ อีกทั้งตลาดสมาร์ทโฟน Form Factor เดิม ๆ เริ่มอิ่มตัวกันแล้ว แน่นอนมันไม่มีอะไรฉุดรั้งความสำเร็จของ iPhone ไปได้เลย คุณก็ลองคิดดูว่าปีแรก iPhone ถูกจำกัดการวางจำหน่าย แต่หลาย ๆ ประเทศที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์จำหน่าย iPhone ต่างพากันนำเครื่องหิ้วกันเป็นล่ำเป็นสันจนสร้างเนื้อสร้างตัวกันได้เลย แม้ราคาจะพุ่งกระฉูดเอามาก ๆ แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งความแรงของ iPhone ที่พลิกโฉมวงการมือถือชั่วข้ามคืนได้ เราก็ไม่รู้ว่า iPhone ทำบุญด้วยอะไรถึงได้ดวงดีเช่นนี้ เมื่อผลสำรวจตลาดมือถือเริ่มพบว่าตลาดสมาร์ทโฟนกำลังจะเป็นตลาดที่กำลังมาแรงในอนาคตข้างหน้า พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งใหญ่ หนำซ้ำระยะเวลาตั้งแต่ปี 2007-2008 ยังไม่มีคู่แข่ง iPhone “ตัวจริง” ปรากฏอยู่ในสารบบเลย ถึงแม้ปี 2009 หลายค่ายพยายามจะต่อกร iPhone แต่ก็ไม่มีสมาร์ทโฟนตัวไหนที่เจ๋งได้เท่า iPhone อีกแล้ว เท่ากับว่าแบรนด์ iPhone มีโอกาสบ่มเพาะเชื้อความแข็งแกร่งของแบรนด์ให้ฝังหัวผู้บริโภคถึงการเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าใช้มากที่สุดถึง 3 ปีซ้อนจนสุกงอมโดยที่คู่แข่งรายใหญ่กว่าไม่สามารถสามารถสกัดหรือเตะขา iPhone ได้สำเร็จอีกต่อไป และนี่ล่ะคือ “ปัญหาสำคัญ” ของตระกูล Nokia Nseries ที่ไม่สามารถยืนพื้นในตลาดสมาร์ทโฟนระดับบนได้แข็งแกร่งเหมือนในปี 2005-2007 อีกต่อไป นับตั้งแต่ที่มี iPhone เข้ามาในตลาด Nokia ก็ไม่ยอมปรับตัวเองให้ทันหรือมีแผนการพัฒนามือถือรองรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทันท่วงที จึงทำให้ภาพลักษณ์มือถือระดับบนของ Nokia อ่อนแอลงเรื่อย ๆ ยังไม่พอ… ยังต้องมาเจอการเติบโตระดับเขย่งก้าวกระโดดของ RIM ต้นสังกัด BlackBerry ที่สามารถยึดหัวหาดสมาร์ทโฟนระดับกลางถึงบนประเภท Community Connection ด้วยความโดดเด่นเฉพาะตัวที่สามารถติดต่อสื่อสารผ่านบริการ BlackBerry Service ได้ทันใจ เมื่อ Nokia เจอศึกหนักเช่นนี้ก็ต้องส่ง Nokia N97 ทัชโฟนพร้อมคีย์บอร์ด Full QWERTY ภายในปี 2009 ตามมาด้วย N97 Mini ที่โดดเด่นด้วยการประกอบที่แน่นหนากว่า N97 ดั้งเดิมเยอะ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ตระกูล Nseries ฟื้นตัวสร้างการรับรู้อย่างรวดเร็วเหมือนในอดีตเท่าไรนัก เพราะยังต้องโดนเปรียบเทียบกับ iPhone อยู่ดี Nokia ยังคงต้องเดินเกมเหนื่อยสำหรับตลาดสมาร์ทโฟนระดับบนไปอีกระยะใหญ่ ๆ จนกว่าจะปรับทัพให้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะการฝากความหวังไว้กับระบบปฏิบัติการ Meego ที่เราจะได้รู้กันว่า Nokia สามารถยึดครองส่วนแบ่งในตลาดระดับบนได้มากน้อยเพียงไร เมื่อเรามามองตลาดสมาร์ทโฟนราคาระดับล่างถึงกลางแล้ว Nokia ก็ยังปึกแผ่นเป็นแก่นสารอยู่เช่นเคย เพราะระบบปฏิบัติการ Symbian คู่บุญของ Nokia แผ่อิทธิพลในตลาดนี้อย่างแน่นหนา ส่วนใหญ่จะครองตลาดในรูปแบบมือถือทรงบาร์ไทป์แทบทั้งนั้น คู่แข่งในตลาดไม่อาจต่อกร Nokia ได้เลย ![]() แต่สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนแบบทัชโฟนระดับล่างถึงกลางแล้วล่ะก็นอกเหนือจาก Nokia 5800 ที่ยังพอมีบุญญาธิการจากความโด่งดังตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบัน นอกนั้นก็ออกอาการเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ที่เห็นขายดีคงจะเป็น 5233 หน้าตาเหมือน 5800 และ 5233 เปี๊ยบแต่ขายในราคาแค่ 4 พันกว่าบาท ได้เปรียบคู่แข่งในย่านราคาเดียวกันที่เป็นระบบปฏิบัติการ Symbian แค่ข้อนี้ก็น่าสนใจมากพอแล้ว ลองย้อนขึ้นอีกสเต็ปหนึ่ง Nokia X6 ที่ Nokia ฝากความหวังไว้ว่าจะมาทดแทนตระกูล 5800 อย่างสวยงามด้วยหน่วยความจำภายใน 16GB ก็ดูจะไม่แรงอย่างที่คาดหวังนัก อันนี้เราก็ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดนัก ดังนั้นสิ่งที่ Nokia จะต้องเร่งแก้ปัญหาในตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางแบบทัชโฟนก็คือต้องหาสินค้าที่สามารถสร้างยอดขายได้ดีพอจนมีแรงฮึดและทิ้งห่างคู่แข่งมากกว่านี้ ประจวบเหมาะที่ Nokia ต้องการคิดเปลี่ยนรหัสชื่อรุ่นจากตัวเลข 4 หลักเป็นตัวอักษรอังกฤษ+ตัวเลข แถมยังมีสมาร์ทโฟนแบบทัชโฟนมาขายเสียด้วยสิ ชะอุ้ยเจอแล้วนั่นไง Nokia C6 ทัชโฟนระบบปฏิบัติการ Symbian แบบสไลด์คีย์บอร์ด Full QWERTY จะว่าไปมันก็ช่างเหมือน N97 จับมาปรับปรุงหั่นออพชั่นไปไม่น้อยเหมือนกันนะ แนวๆ ดีไซน์มันใกล้กันมากทีเดียว เอาล่ะไหน ๆ Nokia ก็อยากต่อยอดตลาดทัชโฟนราคาราคาหมื่นบาทของตนเองด้วย C6 มีคีย์บอร์ดเสียด้วย ก็ถือว่าเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้ทางหนึ่งนอกเหนือจาก Samsung Candy Chat และ Candy 3G ดูกันสิว่า Nokia N97 เวอร์ชันย่อส่วนจะงดงามหรือจะงามไส้กันล่ะเนี่ยไปดูกันหน่อยดีกว่า |

