บอกเล่ารูปทรง
![]()
![]() ขนาดตัวเครื่องวัดโดยรอบแล้ว 105.8 x 51 x 13.8 มิลลิเมตร มีน้ำหนักรวมแบตเตอรี่แล้ว 93 กรัมเท่านั้น ถือว่าเบาใช้ได้เลยล่ะ แต่เนื่องด้วย Nokia C5-03 เครื่องนี้นั้นดูจะเน้นไปที่ฟีเจอร์การเชื่อมต่อ และอื่นๆ ที่ดูครอบคลุมครบครันมากกว่า ด้านวัสดุการออกแบบจึงดูธรรมดามากๆ ครับ ด้านหน้า ![]() ด้านหน้าเป็นจุดที่ดูเรียบหรูที่สุด ง่ายๆ สไตล์ทัชโฟนของโนเกียมีช่องลำโพงด้านบน และโลโก้ด้านใต้ พร้อมชื่อรุ่นมุมซ้าย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 3.2 นิ้วครับ แต่ในส่วนของแผงปุ่มใต้หน้าจอผมค่อนข้างชื่นชอบเป็นพิเศษ ดูเรียบๆ ด้วยแผงปุ่มอันเดียวกัน แต่ใช้ทั้ง 3 ปุ่ม สกรีนจางๆ มืดๆ ก็มีไฟแบ็คไลท์ครับ ตัวปุ่มค่อนข้างห่างกันจึงกดง่าย ไม่เหมือนกับแผงปุ่มของบางรุ่นที่อยู่ติดๆ กัน แล้วเป็นปุ่มแบบแผงเดียวกันทำให้กดยาก ด้านซ้าย ![]() ด้านซ้ายมีแค่ช่องสำหรับงัดฝาหลังครับ ด้านขวา ![]() ด้านขวามีปุ่มควบคุมเสียง และปุ่มล็อค / ปลดล็อคหน้าจอ ออกแบบกลมกลืนกับสีตัวเครื่อง และก็มีช่องงัดฝาหลังด้วย ![]() ด้านบนมีช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และช่อง micro USB พร้อมด้วยช่องสำหรับใส่สายคล้องโทรศัพท์ จะว่าไปช่อง micro USB น่าจะมีฝาปิดให้หน่อย ด้านล่าง ![]() ด้านล่างมีเพียงช่องไมโครโฟนสำหรับสนทนา และช่องสำหรับเสียบชาร์จของโนเกีย (2.5 มิลลิเมตร) ![]() ด้านหลังมีเลนส์กล้อง 5 ล้านพิกเซล บนส่วนของฝาหลัง สกรีนโลโก้ Nokia และ ความละเอียดกล้องสีเงินเงางาม ส่วนท้ายของฝาหลังยังมีสลักชื่อรุ่น Nokia C5-03 ไว้จางๆ ด้วยลองดูกันดีๆ ครับ ส่วนท้ายของด้านหลังนั้นจะมีช่องลำโพงเสียงคุณภาพดีของโนเกีย ![]() เปิดฝาหลังออกมาจะพบแบตเตอรี่ BL-4U 1,000 mAh ด้านข้างมีช่องใส่ microSD card ที่สามารถถอดใส่ได้แบบทันที (Hot-swap) ส่วนใต้แบตเตอรี่ก็มีช่องใส่ซิมการ์ดมีตัวล็อคอย่างดี สรุปการออกแบบ ![]() ถ้าไม่นับเรื่องวัสดุ ก็ถือว่าออกแบบมาดีสำหรับสมาร์ทโฟนจอสัมผัสทั่วไปครับ และก็ดูสมเหตุสมผลกับราคาเปิดตัวที่ 7,490 บาทเท่านั้น แต่ต้องขอติเรื่องฝาหลังที่ดูหลวมหลุดหลายครั้งอยู่เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะเป็นเครื่องทดสอบก็ได้ อยากให้ลองไปจับตัวจริงก่อนครับ ส่วนแผงปุ่มก็ใช้งานได้ดีออกแบบได้ถูกใจผมเป็นที่สุด โดยเฉพาะวัสดุส่วนแกนด้านล่างที่ดูแข็งแรงและไม่เป็นรอยง่ายๆ ครับ งานประกอบก็ดี หากปรับปรุงเรื่องฝาหลังได้คงจะดูสมบูรณ์กว่านี้ครับ |









