Nokia 9300
![]() |
|
Nokia 9300 ตัวนี้จัดเป็น Communicator phone รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Symbian Series 80 รองรับการทำงานและการใช้งานที่สะดวกสบายมากขึ้น มาพร้อมกับการเชื่อมต่อ EDGE ผ่านทาง Bluetooth และ Infrared รวมไปถึงการใช้สาย USB Cable DKU-2 และยังมาพร้อมกับน้าจอสีด้านนอกแบบ TFT 65,536 สี และด้านในเป็นแบบ Wide TFT 65,536 สี ความละเอียด 640×200 พิกเซล เรียกได้ว่าความละเอียดนั้นดูดีกว่า Pocket PC บางรุ่นเสียอีกด้วย นอกจากหน้าจอแล้วเสียงเรียกเข้าของ Nokia 9300 เองก็ใช่ย่อย เพราะรองรับทั้งแบบ Polyphonic และแบบ True Tone ในทุกฟอร์แมท และแต่อย่างที่ได้กล่าวไว้ครับว่า สิ่งที่ Nokia 9300 นั้นถูกตัดออกไปจากรุ่นพี่อย่าง 9500 ก็คือบางฟังก์ชันนอย่างเช่น กล้อง และการรองรับ Wireless LAN ออกไป พร้อมทั้งนี้ยังได้ปรับในเรื่องของรูปลักษณ์ของตัวเครื่องให้มีขนาดที่เล็กลง มีความทันสมัยและสวยงามมากขึ้นด้วยครับอุปกรณ์มาตรฐาน
หลังจากที่เราได้รู้ถึงรายละเอียดคร่าว ๆ ของเจ้า Nokia 9300 ตัวนี้กันไปแล้วนะครับทีนี้เราลองมาดูกันดีกว่าในชุดของ Nokia 9300 ตัวนี้น่าจะมีอุปกรณ์อะไรให้บ้างซึ่งเท่าที่ผมคาดการณ์ไว้เนื่องจากว่าในขณะที่เขียนบทความฉบับนี้ตัวเครื่องจริงก็ยังไม่ออก และก็ยังไม่มีข้อมูลที่แน่นอนในเรื่องของอุปกรณ์ในกล่องออกมา ดังนั้นอุปกรณ์ที่คาดว่าจะมีมาให้ก็น่าจะมีไม่ต่างไปจาก Nokia 9500 สักเท่าไรนักครับ คือ 1. ตัวเครื่อง Nokia 9300 2. แบตเตอรี่ BP-6M ความจุ 970 mAh 3. สายชาร์จ 4. Memory Card แบบ MMC 5. สายต่อ USB DKU-2 6. คู่มือ และ CD โปรแกรม PC Suites (อย่างไรก็ดีอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบกับผู้จำหน่ายอีกครั้งครับ) |
Nokia 9300
![]() |
|
รูปลักษณ์และการออกแบบ
ทีนี้เราลองมาดูในเรื่องของการออกแบบและดีไซน์ของเจ้า Nokia 9300 กันบ้างดีกว่าครับ สำหรับ Nokia 9300 ตัวเครื่องจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เหมือนดังรุ่น 9500 ถ้าใครนึกรูปทรงไม่ออกลองนึกถึงพวกแปรงลบกระดานก็ได้ครับ หรืออาจจะลองดูพวกกล่องดินสอก็ได้คล้าย ๆ กันเลย เมื่อแว้บแรกที่ได้เห็นก็หลงเลยทีเดียวครับ ขนาดที่ดูเล็กและยังมีรูปทรงที่สวยงามโฉบเฉี่ยวดูทันสมัยกว่ารุ่นพี่ 9500 ตั้งเยอะ ตัวเครื่องนั้นมีขนาดเพียง 132x51x21 ม.ม. เรียกว่าขนาดเล็กกว่าพอควรทีเดียวครับ ส่วนเรื่องของน้ำหนักนั้น แรก ๆ ถ้าได้ถืออาจจะรู้สึกว่าหนักกว่าโทรศัพท์ทั่ว ๆ ไปแน่นอนเพราะตัวนี้นั้นมีน้ำหนักถึง 167 กรัม แต่หากได้ใช้งานไปสักระยะแล้วก็จะรู้สึกเลยว่าน้ำหนักนั้นไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานและการพกพาแต่อย่างใดครับสำหรับ Nokia 9300 นั้นจะแบ่งการทำงานออกเป็นสองส่วนคือส่วนของโทรศัพท์ด้านหน้า และด้านใน จะเป็นส่วนของ Communicator ซึ่งเมื่อมองตัวเครื่องเวลาที่ไม่ได้เปิดฝาขึ้นมาใช้งานนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากโทรศัพท์ทั่ว ๆ ไปครับ และเมื่อเปิดฝาขึ้นมาใช้งานเจ้า Communicator นั้นก็จะเห็นส่วนของจอหลักซึ่งเรียกว่า Desk ก็จะมีหน้าตาคล้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดย่อม ๆ เครื่องหนึ่งเลยทีเดียว สำหรับการใช้งานนั้นสามารถหยิบจับใช้งานได้อย่างสะดวก ทั้งมือเดียวในขณะใช้โทรศัพท์ หรือเวลาใช้งานในส่วนของ Communicator สามารถใช้ทั้งสองมือในการถือและกดคีย์บอร์ดได้อย่างสะดวก เพราะหน้าจอสามารถกางได้ถึง 180 องศา เลยทีเดียวครับ และจุดที่สำคัญและน่าเป็นห่วงของโทรศัพท์ประเภทฝาพับทั้งหลายก็คือในเรื่องของบานพับครับ โดยเจ้า 9300 ตัวนี้ เท่าที่ดูก็จะมีบานพับอยู่ 2 อันครับ ซึ่งเท่าที่ลองดูก็รู้สึกว่าเวลาเปิด/ปิดก็รู้สึกหนืด ๆ และดูมั่นคงแข็งแรงดีครับ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านาน ๆ ไปแล้วนั้นจะหลวมหรือตั้งจอไม่ได้หรือเปล่าก็ต้องรอดูกันต่อไปเรื่อย ๆ ครับ ทีนี้เราลองมาดูตัวเครื่องในมุมต่าง ๆ กันบ้างนะครับ |
Nokia 9300
![]() |
|
ด้านหน้า
โดยด้านหน้าของตัวเครื่องนั้น เมื่อมองผ่าน ๆ ก็จะเหมือนโทรศัพท์ทั่ว ๆ ไปครับ คือ ด้านบนสุดจะเป็นช่องลำโพง ด้านข้างช่องลำโพงจะเป็นสวิทช์เปิด/ปิด ระบบโทรศัพท์ด้านหน้า ถัดลงมาจะเป็นหน้าจอสีด้านหน้า ขนาดเท่ากับ Nokia ทั่ว ๆ ไปคือ 128×128 พิกเซล ถัดลงมาจะเป็นชุดปุ่มกด ซึ่งเป็นปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งานในส่วนของโทรศัพท์ด้านหน้า ประกอบด้วย ส่วนของปุ่มควบคุมซึ่งมีทั้งซอฟท์คีย์ซ้ายและขวา ถัดลงมาเป็นปุ่มโทรออกและปุ่มวางสาย ตรงกลางจะเป็นปุ่มวงแหวน 4 ทิศทาง และมีปุ่มกด OK ตรงกลาง ถัดลงมาจะเป็นปุ่มตัวเลข ซึ่งมีการจัดเรียงได้อย่างลงตัว ปุ่มกดที่มีขนาดใหญ่กดได้ง่ายและสะดวก ในส่วนของไฟปุ่มกดนั้นเป็นไฟสีขาวครับซึ่งมีความสว่างและดูสวยงามดีในเวลากลางคืนครับ |
Nokia 9300
![]() |
|
ด้านในส่วนของ Communicator
เมื่อเปิดฝามาดูด้านในของตัวเครื่องกันบ้าง ซึ่งการเปิดฝานั้นก็จะต้องถือเครื่องในแนวนอนและเปิดฝาขึ้นมาได้เลย โดยไม่ต้องกดปุ่มหรือเลื่อนล็อกครับ ฝาพับสามารถเปิดขึ้นมาได้โดยง่ายคล้ายกับพวก Talking Dict ทั่ว ๆ ไป เมื่อเปิดฝาขึ้นมาแล้วก็จะพบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือเลยครับ โดยส่วนนี้จะเรียกว่า Desk ซึ่งประกอบไปด้วยหน้าจอที่มีขนาดใหญ่แบบ Widescreen ซึ่งมีพื้นที่เกือบเต็มฝาพับด้านบน ด้านข้างขวาของจอประกอบไปด้วยปุ่มคีย์ 4 ปุ่มเรียงลงมา ซึ่งแต่ละปุ่มก็สามารถใช้กดสั่งงานคำสั่งต่าง ๆ ได้แล้วแต่โปรแกรมที่เราเปิดใช้งานอยู่ ถัดมาในส่วนของคีย์บอร์ดซึ่งอยู่ส่วนของฝาพับด้านล่างนั้น Nokia 9300 ได้ใส่ QWERTY คีย์บอร์ดมาให้ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดแบบเดียวกับคีย์บอร์ดสำหรับคอมพิวเตอร์ ทำให้การพิมพ์และการป้อนข้อความได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่หากมาเริ่มใช้งานแรก ๆ อาจจะต้องทำความคุ้นเคยสักพัก ถึงแม้ว่าตำแหน่งของคีย์ตัวอักษรจะเหมือนกับบนคอมพิวเตอร์ทั้งหมด แต่ตำแหน่งของพวกเครื่องหมายบางอย่างจะอยู่คนละที่กัน รวมถึงขนาดของปุ่มคีย์บอร์ดที่มีขนาดเล็กทำให้ต้องเรียนรู้ไปสักพักครับ นอกจากคีย์บอร์ดแบบ QWERTY แล้ว ด้านบนสุดของคีย์บอร์ดจะเห็นเป็นปุ่มคีย์ลัดเรียกใช้โปรแกรมต่าง ๆ จำนวน 8 ปุ่ม ประกอบไปด้วยปุ่ม Desk สำหรับกดเพื่อกลับมายังหน้าจอหลัก, ปุ่ม Telephone สำหรับเปิดไปสู่การใช้งานโทรศัพท์ และสามารถโทรออกได้ทันทีโดยใช้สายผ่านทางระบบ Speakerphone, ถัดมาเป็นปุ่ม Messaging สำหรับเปิดเข้าสู่การใช้งานด้านข้อความ, Web สำหรับเรียกโปรแกรม Web browser, Contact สำหรับเปิดไปดูสมุดรายชื่อ, Documents สำหรับเรียกโปรแกรมสร้างเอกสาร, Calendar สำหรับเรียกใช้งานปฏิทินและตารางนัดหมาย และสุดท้ายคือ My Own เป็นปุ่มที่เราสามารถตั้งให้เรียกใช้โปรแกรมหรือคำสั่งอะไรก็ได้ถัดจากส่วนของปุ่มคีย์ลัดมาดูในส่วนของการควบคุมเมื่อเปิดฝาใช้งานส่วนของ Communicator กันบ้าง โดยในส่วนนี้จะสามารถควบคุมได้จากทั้งปุ่มทิศทาง 4 ทิศ ซึ่งจะอยู่ด้านล่างสุดข้าง ๆ ปุ่ม Spacebar และ จะมีปุ่ม Menu ซึ่งเป็นปุ่มสำหรับเปิดดูเมนูบาร์ของแต่ละโปรแกรม และการกดตกลงหรือเข้าสู่โปรแกรมก็ใช้ปุ่ม Enter ได้เหมือนคอมพิวเตอร์ทั่วไป นอกจากนี้ Nokia 9300 ยังได้มาพร้อมกับ Joystick 5 ทิศทาง ซึ่งสามารถใช้ปลายนิ้วสัมผัสให้ไปในทิศทางต่าง ๆ ได้ตามต้องการ และสามารถกดลงไปตรง ๆ เพื่อเข้าสู่โปรแกรมแบบเดียวกับการคลิกเมาส์ได้ทันที โดยในส่วนของการใช้งานเจ้า Joystick ตัวนี้ต้องยอมว่ารับว่าคอนโทรลลำบากสักนิดครับ เพราะมักจะเลื่อนไปกดผิดคำสั่งอยู่บ่อย ๆ เท่าที่สังเกตดูคือมันจะค่อนข้างไวต่อการสัมผัสครับบางทีแตะนิดเดียวก็เลื่อนแล้ว หรือบางทีแตะให้ไปทางซ้ายดันกลายเป็นเลื่อนลงซะงั้นแทนครับ และตัวเครื่องเองก็ไม่สามารถปรับความเร็วของ Joystick ได้ด้วยครับ ก็ต้องค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยไปครับ ในส่วนของปุ่มกดนั้นในการใช้งาน Communicator นั้นหากเป็นการใช้งานตอนกลางคืนก็คงจะลำบากสักเล็กน้อยครับ เพราะที่คีย์บอร์ดและปุ่มต่าง ๆ นั้นไม่มีไฟเรืองแสงมาให้ครับ ส่วนการใช้งานหากไม่ได้วางบนโต๊ะแล้วละก็จะลำบากแน่นอน เพราะถ้าจะให้ถนัดเราต้องเปิดหน้าจอให้กางเกือบ ๆ 180 องศา เพื่อให้ใช้งานได้ถนัด ดังนั้นการที่จะอาศัยแสงไฟจากหน้าจอมาช่วยส่องปุ่มก็คงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าหากวางใช้งานบนโต๊ะเราอาจเปิดฝาสัก 90 องศา หรือมากกว่านั้นนิดหน่อย ให้พอมีแสงไฟจากหน้าจอมากระทบบนแผงคีย์บอร์ดได้อยู่บ้าง ซึ่งก็น่าจะใช้งานได้สะดวกขึ้นครับ แต่ถ้าให้ดีหากมีไฟเรืองแสงมาให้ด้วย และสามารถตั้งปิด/เปิดได้ แล้วละก็จะแจ๋วมากทีเดียวครับ |
Nokia 9300
![]() |
|
สามารถกางได้แบนราบ 180 องศา
|
Nokia 9300
![]() |
|
ด้านหลัง
ทีนี้เราลองปิดฝาในส่วนของ Communicator แล้วพลิกมาดูด้านหลังกันบ้างครับ ซึ่งด้านหลังของ Nokia 9300 ตัวนี้จะมี แถบยางอยู่ 2 ฝั่ง ซึ่งเป็นแถบยางที่ไว้ใช้เวลาวางบนโต๊ะไม่ให้ตัวเครื่องลื่นไถลในขณะใช้งาน Communicator ครับ สำหรับฝาปิดด้านหลังก็จะมีขนาดใหญ่เกือบเต็มพื้นที่ของฝาหลังเลยครับ เมื่อแกะฝาปิดออกมาก็จะพบกับช่องใส่ Memory Card แบบ MMC เท่านั้น ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่องหรือถอดแบตครับ และจะมีช่องใส่ SIM Card อยู่ด้านข้าง พร้อมช่องใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยแบตของเจ้า Nokia 9300 นี้เป็นรุ่นใหม่อีกแล้วครับ รหัส BP-6M ซึ่งก็ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Nokia 9500 ได้ครับ |
Nokia 9300
![]() |
|
ทีนี้มารอบ ๆ ด้านของตัวเครื่องกันบ้างครับ โดยด้านข้างของตัวเครื่องนั้น ทางขวาจะมีแถบสีดำอยู่นั่นคือช่อง Infrared Port ครับ ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเห็นบานพับขนาดใหญ่ 2 อัน และจะเห็นช่อง เป็นขีด ๆ นั้นคือช่องลำโพงสำหรับเล่นเสียงมัลติมีเดียและเสียงเรียกเข้า ส่วนด้านใต้ตัวเครื่องนั้นจะเป็นช่องเสียบสายชาร์จ และช่องต่อแบบ Pop-Port ครับ
|
Nokia 9300
![]() |
|
ด้านใต้ตัวเครื่อง ใช้พอร์ทแบบ POP-Port เหมือน Nokia ทั่ว ๆ ไป
|
Nokia 9300
| คุณสมบัติเด่น ได้เห็นรูปลักษณ์รอบด้านของเจ้าตัว Nokia 9300 ไปแล้วทีนี้มาลองดูในส่วนของคุณสมบัติเด่น ๆ ของ Nokia 9300 ตัวนี้กันบ้างดีกว่า โดยทาง Nokia นั้นก็ได้ใส่ความสามารถในด้านต่าง ๆ ทั้งในด้านการใช้งานด้านธุรกิจ และการใช้งานในด้านความบันเทิงและการออนไลน์ได้อย่างครบถ้วน เราลองมาดูกันดีกว่าครับว่า Nokia 9300 ตัวนี้มีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างดีกว่าครับ |
Nokia 9300
![]() |
ระบบปฏิบัติการ Symbian Series 80
สำหรับ Nokia 9300 ตัวนี้มาพร้อมระบบปฏิบัติการของ Symbian ที่เราคุ้นหูกันดีในเวอร์ชั่น 7.0s แต่ถึงแม้จะเป็นเวอร์ชั่นเดียวกันกับ Nokia 6600 หรือรุ่นอื่น ๆ แต่การทำงานรวมไปถึงรูปแบบพื้นที่ของระบบปฏิบัติการนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะ Nokia 9300 ตัวนี้จะทำงานบนรูปแบบ (Platform) ที่เรียกว่า Series 80 ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันกับที่ใช้ใน Nokia Communicator ในรุ่นอื่น ๆ ซึ่งใน Nokia 9300 ก็ติดตั้งมาพร้อมกับโปรแกรมที่จะช่วยให้การทำงานต่าง ๆ ของคุณนั้นสะดวกขึ้นไม่ว่าจะเป็ฯงานเอกสาร งานด้านการคำนวณ หรือจะเป็นงานด้านการนำเสนอ ตัว Nokia 9300 ตัวนี้ก็สามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างครบถ้วน ในส่วนของการติดตั้งโปรแกรมอื่น ๆ นั้นแน่นอนว่าสามารถหามาลงเพิ่มได้เพียงแต่ว่าในช่วงแรก ๆ นี้ซอฟท์แวร์หรือโปรแกรมต่าง ๆ อาจจะยังมีให้เลือกไม่มากนักครับ แต่บางส่วนนั้นก็สามารถนำโปรแกรมของ Communicator รุ่นก่อน ๆ มาใช้ร่วมกันได้บ้างเช่นกัน ซึ่งผมเองค่อนข้างมั่นใจว่าในช่วง 1-2 เดือนต่อจากนี้หลังจากที่ 9300 ออกวางจำหน่ายจริง น่าจะมีโปรแกรมหรือซอฟท์แวร์ที่ออกมารองรับเจ้า Nokia Communicator ใหม่ตัวนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอนครับ และนอกจากซอฟท์แวร์ในฟอร์แมทของ Symbian นั้นตัว Nokia 9300 ก็ยังรองรับ Java MIDP 2.0 อีกด้วยเช่นกันครับ แต่บางครั้งการแสดงผลต่าง ๆ อาจจะไม่ถูกต้องหรือไม่สามารถเปิดหรือติดตั้งโปรแกรมได้เลย ถ้าหากว่าโปรแกรม Java ดังกล่าวไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับ Nokia 9300 ครับ ทีนี้มาดูในอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจครับ คือในส่วนของ Communicator นั้นจะไม่มีการปิดครับ คือจะถูกเปิดอยู่ตลอดเวลา ไม่มีปุ่มเปิดหรือปิด ถึงแม้ว่าในส่วนของโทรศัพท์ด้านนอกจะปิดอยู่ก็ตามเมื่อเปิดฝาขึ้นมาก็จะสามารถใช้งานเจ้า Communicator ได้ทันที โดยจะอาศัยการตัดการทำงานหน้าจอเมื่อเราปิดฝาลงมาแทนครับ ซึ่งจะสะดวกตรงที่ถึงแม้ไม่มี SIM Card เสียบอยู่หรือเปิดโหมด Offline ก็ยังคงสามารถเปิดใช้งานเจ้าตัว Communicator ได้ปกติครับ
|
Nokia 9300
![]() |
|
ระบบปฏิบัติการ Nokia Series 40
นอกเหนือจากการที่ Nokia 9300 ตัวนี้รองรับการทำงานของระบบปฏิบัติการ Symbian แล้ว จุดเด่นของ Nokia 9300 คือยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Nokia Series 40 ซึ่งเป็นส่วนการทำงานของโทรศัพท์ด้านนอกครับคือหมายความว่า หากต้องการใช้งานโทรศัพท์ทั่ว ๆ ไปก็สามารถใช้งานได้จากหน้าจอและปุ่มกดตัวเลขด้านหน้าได้ทันที ซึ่งเมนูและรูปแบบหน้าจอก็จะเหมือนกับโทรศัพท์ในตระกูล Series 40 ของ Nokia รุ่นธรรมดาทั่ว ๆ ไปครับ เพียงแต่ว่าการปรับแต่งหรือการใช้งานอาจจะไม่มีอะไรมากเท่าไรนัก เพราะเน้นสำหรับการใช้โทรอย่างเดียวจึงทำให้ไม่ต้องยุ่งยากในกรณีเร่งด่วน และถ้าต้องการใช้ฟังค์ชั่นอื่น ๆ ก็สามารถเปิดฝาขึ้นมาใช้ในส่วนของ Communicator ที่เป็นระบบปฏิบัติการ Symbian ได้ทันที |
Nokia 9300
| หน้าจอสี 65,536 สีแบบ Widescreen สำหรับ Nokia 9300 ตัวนี้เป็นโทรศัพท์ที่มาพร้อมหน้าจอ 2 จอครับ โดยจะแบ่งเป็นหน้าจอด้านนอกซึ่งเป็นหน้าจอสำหรับการใช้งานโทรศัพท์พื้นฐานทั่วไป ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ TFT เช่นเดียวกับ Nokia รุ่นอื่น ๆ ความละเอียด 128×128 พิกเซล แสดงสีได้ 65,536 สี ส่วนหน้าจอด้านในซึ่งเป็นส่วนของการใช้งานในด้านของ Office และอื่น ๆ นั้นเป็นหน้าจอแบบ Wide TFT คือหน้าจอกว้าง ความละเอียดหน้าจอ 640×200 พิกเซล ซึ่งจุดเด่นของหน้าจอแบบ Wide ก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำงานกับเอกสารและตาราง Excel รวมไปถึงการใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกมากขึ้น เพราะหน้าจอไม่ต้องถูกบีบหรือจัดเรียงหน้าตาใหม่ การแสดงผลจึงเห็นเต็ม ๆ เช่นเดียวกับบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เลย ในเรื่องของสีสันการแสดงผลนั้นหน้าจอด้านในนั้นสามารถปรับระดับของความเข้มและความสว่างของหน้าจอได้ นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนโทนสีของหน้าจอด้านในและด้านนอกได้ ตั้งภาพพื้นหลังได้ทั้งจอด้านในและด้านนอก โดยสามารถเลือกภาพที่มีมาให้ในเครื่องหรือจะหาภาพมาใส่เองก็ได้เช่นกันครับ ส่วนในเรื่องของการแสดงสีสันที่ถ่ายทอดออกมาของหน้าจอด้านในนั้นสดใสมาก ๆ ครับเรียกว่า ความละเอียดนั้นไม่ต่างจากหน้าจอ Notebook เลยทีเดียวครับ แต่นอกจากสีสันที่สดใสสวยงามแล้ว ข้อเสียของหน้าจอก็คือเรื่องของมุมมองครับ คือเมื่อเวลาเรามองไปที่หน้าจอหากเราเปิดฝามากางไม่ได้มุมกับนัยน์ตาเราก็จะทำให้ภาพที่เห็นนั้นมีสีเพี้ยนไปได้บ้างครับ เท่าที่ลองดูก็จะเป็นกับทุกมุมครับ แต่โดยรวม ๆ แล้วในเรื่องของสีสันและความชัดเจนก็น่าจะลดข้อเสียตรงจุดนี้ลงไปได้ครับ |
Nokia 9300
| เสียงเรียกเข้าแบบ Polyphonic Truetone สำหรับเจ้า Nokia 9300 ตัวนี้รองรับเสียงเรียกเข้าแบบ MIDI 40 Polyphonic และรองรับไฟล์เสียงแบบ Truetone ในฟอร์แมทของ WAV, MP3 และ AMR โดยเท่าที่มีโอกาสได้ทดลองดูนั้น เสียงเรียกเข้าแบบ MIDI นั้นเสียงก็ไพเราะดีครับ แต่ก็ยังต้องยอมรับว่าเสียง MIDI ของ Nokia นั้นอาจไม่ใสกังวานเหมือนรุ่นอื่นๆ ส่วนเสียงเรียกเข้าแบบ MP3, WAV เท่าที่ได้ลองเปิดบนเครื่อง Nokia 9300 ตัวนี้ดูก็ประทับใจทีเดียวครับ เพราะเสียงนั้นดัง และถ่ายทอดเสียงได้ถือว่าชัดเจนดีมาก ๆ ทีเดียว ในส่วนของ Profiles นั้นตัวเครื่องจะมีมาให้ 6 แบบ โดยแต่ละแบบสามารถตั้งได้เฉพาะตัว เช่น เสียงเรียกเข้า และสามารถปรับระดับได้ 10 ระดับ ตั้งค่าเสียงเรียกต่าง ๆ นั้นสามารถเลือกตั้งค่าต่าง ๆ ได้เช่น ตั้งเสียงนาฬิกาปลุก ตั้งเสียงสำหรับเตือนนัดหมาย ตั้งเสียงเตือนข้อความ ตั้งเสียงเตือนข้อความ MMS และตั้งเสียงเตือนสำหรับสาย Fax และยังสามารถตั้งเสียงเพลงสำหรับแต่ละบุคคลได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อเสียของรุ่นนี้ที่หลาย ๆ คนอาจจะต้องคิดหนักคือ เรื่องของการสั่นเตือนครับ เพราะรุ่นนี้ Nokia 9300 ไม่สามารถที่จะสั่นเตือนได้ครับ แต่อย่างไรก็ดีระดับเสียงเรียกเข้าของ Nokia 9300 ตัวนี้ก็จัดว่าดังมากอยู่แล้วคงจะพอกล้อมแกล้มไปได้ครับ |
Nokia 9300
| Mobile Office ทำงานได้ทุกที่ ซึ่งจุดเด่นของ Nokia ในตระกูลของ Communicator ทั้งหลายคงจะเน้นไปที่การทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานของตัวเองได้จากสถานที่ต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่กับที่อีกต่อไป ด้วยระบบปฏิบัติการ Symbian ที่มาพร้อมโปรแกรม Documents ที่รองรับการเปิดไฟล์จาก Microsoft Word โดยรองรับไฟล์ .doc ที่บันทึกด้วย MS Word 97 หรือใหม่กว่าได้ โดยสามารถเปิดและแสดงผลฟีเจอร์และการตั้งค่าต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกับบนคอมพิวเตอร์ นอกจาก World แล้ว ตัว Nokia 9300 ยังมาพร้อมกับ Presentations ซึ่งรองรับไฟล์จาก MS PowerPoint และโปรแกรมจัดการด้านการคำนวณอย่าง Spreadsheet ที่รองรับไฟล์จาก MS Excel ได้ทั้งสูตรคำนวณและการจัดรูปแบบที่บันทึกมาจากคอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย และนอกจากจะเปิดหรือแก้ไขไฟล์ได้แล้ว Nokia 9300 ยังสามารถสั่งพิมพ์เอกสารต่าง ๆ ผ่านทางโทรศัพท์ไปยังเครื่องพิมพ์ได้ทันที โดยเครื่องพิมพ์เหล่านั้นจะต้องมี Infrared หรือรองรับ Bluetooth ก็จะสามารถสั่งพิมพ์งานจากตัว Nokia 9300 ได้ทันที ส่วนในเรื่องของไฟล์ Word ที่บันทึกเป็นภาษาไทยนั้นเท่าที่ผมลองดูก็ยังไม่สามารถแสดงภาษาไทยในเอกสารได้ครับ ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะสามารถแสดงผลหรือแก้ไขไฟล์ภาษาไทยใน Word ได้หรือไม่ นอกจากการทำงานด้วยไฟล์จากตระกูล MS Offices ทั้งหลายได้แล้ว ตัว Nokia 9300 ยังรองรับการรับ-ส่ง Fax ได้อีกด้วยผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับ เพราะคนที่ต้องรอคอย Fax ก็สามารถออกไปไหนต่อไหนได้ โดยที่ไม่พลาด Fax สำคัญ ๆ อีกต่อไป |
Nokia 9300
| Entertainment ดูหนัง ฟังเพลง สำหรับ Nokia 9300 ตัวนี้มาพร้อมกับการรองรับการเล่นไฟล์มัลติมีเดียหลายๆ แบบทั้งในส่วนของ Video ที่รองรับทั้งไฟล์แบบ 3GP และการเล่นแบบ Video Streaming ผ่านทางโปรแกรม Real Player ที่ติดตั้งมาให้ด้วยเครือข่าย GPRS หรือ EDGE ได้ทันที หรือหากจะฟังเพลง MP3 ก็เปิดฟังได้ทันทีผ่านทาง Music Player ซึ่งสามารถเล่นเสียงออกมาได้ทั้งทางหูฟังแบบ Stereo หรือจะใช้ลำโพงของตัวเครื่องก็ได้เช่นกัน เท่าที่ลองฟังเพลงดูก็ให้เสียงที่ดังชัดเจน ไม่ต่างจากเสียงเรียกเข้าครับเพราะว่าใช้ลำโพงตัวเดียวกัน ส่วนความชัดเจนของเสียงที่ถ่ายทอดออกมานั้นก็ถือว่าดังชัดเจน ไพเราะดีครับ เหมือนฟังจากเครื่องเล่นวิทยุทั่ว ๆ ไป โดยในการเล่นเพลงนั้นสามารถตั้งให้เล่นได้ทั้งแบบปกติและ Random รวมทั้งตั้งโหมดการเล่นซ้ำได้ครับ |
Nokia 9300
| ท่องไปในโลกไร้สาย ข้อดีของ Nokia Communicator ในรุ่นที่ผ่าน ๆ มาก็คือ การที่หน้าจอมีขนาดใหญ่สามารถแสดงผลข้อความหรือภาพต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน ซึ่งจุดเด่นตรงนี้ทำให้ความสามารถในการแสดงผลเว็บหรือการท่องอินเตอร์เน็ตนั้นมีความสนุกมากขึ้น แล้วยิ่ง Nokia 9300 มาพร้อมกับหน้าจอสีสันสดใส พร้อมโปรแกรม Internet Browser ที่รองรับไฟล์ HTML ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยการใช้อินเตอร์เน็ตนั้นตัว Nokia 9300 จะปรากฏรูป Cursor ขึ้นมาครับ เราสามารถใช้ตัว 5 Way Joystick ในการเลื่อนตัว Cursor ได้เสมือนกับการเคลื่อนเมาส์ ซึ่งก็ยิ่งทำให้เพิ่มอรรถรสในการเล่นอินเตอร์เน็ตยิ่งขึ้นไปอีกด้วย ส่วนการเชื่อมต่อนั้นก็อาศัยการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทางเครือข่าย GPRS หรือจะเป็นผ่านทาง EDGE ก็ยิ่งทำให้สามารถเชื่อมต่อได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นตัว Nokia 9300 รองรับการเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth, Infrared หรือจะเป็นทางสาย Cable แบบ DKU-2 ก็ได้เช่นกัน |
Nokia 9300
| หน่วยความจำภายในความจุสูง Nokia 9300 ตัวนี้มาพร้อมกับหน่วยความจำขนาดใหญ่ถึง 80 MB เลยทีเดียวครับ ซึ่งหน่วยความจำนี้เป็นหน่วยความจำหลักที่สามารถจัดเก็บข้อมูลหรือไฟล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาพ เสียง วีดีโอ การติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ตามความต้องการ โดยในเครื่องจะมาพร้อมกับโปรแกรม File Manager ที่สามารถใช้ในการจัดเก็บ โยกย้าย คัดลอกไฟล์ต่าง ๆ และสามารถใช้ตรวจสอบพื้นที่หน่วยความจำที่เหลือของการ์ดและของเครื่องได้เหมือนบนคอมพิวเตอร์เลยครับ ในส่วนของโปรแกรมต่าง ๆ นั้นหากต้องการจะลบออกจากตัวเครื่องนั้น Nokia 9300 ก็มาพร้อมกับโปรแกรม Add/Remove ที่ให้คุณสามารถถอดโปรแกรมออกจากตัวเครื่องได้อย่างสมบูรณ์ครับ รวมไปถึงฟังค์ชั่นในเรื่องของการ Backup ข้อมูลที่มีมาให้ใช้ด้วยเช่นกัน และในส่วนของ Memory นั้นถ้าหากว่าหน่วยความจำที่มีมาให้นั้นไม่เพียงพอแล้ว ผู้ใช้ก็สามารถที่จะไปหาซื้อการ์ดแบบ MMC มาใส่เพิ่มเติมได้ทันทีครับ |
Nokia 9300
| การรองรับภาษาไทย เท่าที่มีโอกาสได้ลองภาษาไทยค่ายหนึ่งซึ่งเป็นที่พัฒนาสำหรับ 9500 เท่าที่นำมาลองติดตั้งดูบน Nokia 9300 ตัวนี้ก็สามารถแสดงผลภาษาไทยในส่วนหลัก ๆ เช่น พวกตารางนัดหมาย, Messages, สมุดโทรศัพท์ ได้อย่างถูกต้อง แต่ในส่วนของ Internet และพวกโปรแกรม Documents, Sheet, Presentations นั้นยังไม่สามารถอ่านได้ และที่สำคัญ Font ภาษาอังกฤษก็ยังเป็น Font เดิมไม่ถูกเปลี่ยนไปครับ ก็คงต้องรอดูกันต่อไปครับ ส่วนการแสดงผลภาษาไทยในส่วนของ โทรศัพท์ด้านนอกที่เป็น Nokia Series 40 ด้านหน้านั้นสามารถแสผงผลภาษาไทยได้ปกติในส่วนของ SMS และสมุดโทรศัพท์ครับ แต่ไม่สามารถตั้งเมนูหรือพิมพ์ไทยได้ครับ |
Nokia 9300
|
ฟังค์ชั่นการใช้งานทั่วไป
ทีนี้ลองมาดูในส่วนของฟังค์ชั่นการใช้งานอื่น ๆ กันต่อเลยนะครับ |
Nokia 9300
| หน้าตาเมนูและการใช้งาน (User Interfaces) สำหรับ Nokia 9300 ตัวนี้จะแบ่งการทำงานออกเป็นสองส่วนครับ โดยในส่วนของโทรศัพท์ด้านนอกที่ใช้ Nokia Series 40 นั้นคงไม่ต้องอธิบายแล้วกันนะครับ เพราะว่า Nokia ได้ใส่เพียงฟังค์ชั่นพื้นฐาน เช่นการโทรเข้า-โทรออก การรับและการส่งข้อความ Text SMS, การดูรายการโทร และการตั้งค่าเวลา และการตั้งค่าพวกการโอนสายเท่านั้น ซึ่งฟังค์ชั่นต่าง ๆ ก็ไม่มีอะไรแตกต่างจาก Nokia รุ่นอื่น ๆ ครับ ผมขอข้ามไปในส่วนของระบบ Communicator ด้านในเลยแล้วกันนะครับ โดยในส่วนของ Communicator ด้านในนั้นก็จะเป็นส่วนที่มีฟังค์ชั่นและลูกเล่นต่าง ๆ ให้ได้ใช้งานกันอย่างเต็มที่ครับ ซึ่งผมขอเริ่มต้นที่ส่วนของหน้าจอหลัก หรือที่เรียกว่า Desk กันก่อนนะครับ โดยในส่วนของหน้าจอหลักด้านในนั้นเมื่อเปิดฝาพับขึ้นก็จะเห็นกับหน้าจอซึ่งจะแสดงไอคอนคล้าย ๆ กับบนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยทางแถบด้านซ้ายมือติดขอบจอมุมบนนั้นจะแสดงให้เห็น Icon ของโปรแกรมที่เปิดอยู่ ส่วนมุมล่างจะแสดงนาฬิกา ถัดลงมาจะเป็นแถบระดับสัญญาณ และระดับแบตเตอรี่ สำหรับทางด้านขวาก็จะมีการแสดงรายชื่อคำสั่งกำกับไว้โดยผู้ใช้สามารถกดคำสั่งต่าง ๆ ได้จากปุ่มทางด้านข้างจอ 4 ปุ่มได้ทันที ส่วนการควบคุมอื่น ๆ ก็สามารถใช้คีย์รูปลูกศรหรือจะใช้ Joystick เลื่อนสั่งงานได้ทันที ส่วนการใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ นั้นก็ใช้งานได้เหมือนบนคอมพิวเตอร์เลยครับ ตัวโปรแกรมจะมีเมนูบาร์ด้านบนให้เลือกใช้คำสั่ง ต่าง ๆ ได้ |
Nokia 9300
|
สมุดโทรศัพท์ (Contacts)
ในส่วนของการจัดเก็บรายชื่อสมุดโทรศัพท์ของ Nokia 9300 นั้นสามารถที่จะบันทึกได้อย่างละเอียด โดยในแต่ละรายชื่อนั้นสามารถที่จะบันทึกข้อมูลหลาย ๆ อย่างได้ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลด้านที่อยู่ ข้อมูลด้านการทำงาน อีเมล์ และยังสามารถใส่ภาพและเสียงให้แต่ละรายชื่อได้ด้วย แต่เป็นที่เสียดายที่ถึงแม้จะสามารถใส่ภาพลงไปแต่ละชื่อได้ แต่กลับไม่สามารถนำมาแสดงเป็นภาพโชว์ขณะโทรเข้าได้ครับ นอกจากนี้ในส่วนอื่น ๆ ก็ยังสามารถเลือกส่งนามบัตรออกไปทางต่าง ๆ เช่น Bluetooth, Infrared หรือจะอีเมล์ หรือ Fax ออกไปก็ได้เช่นกัน ส่วนการตั้งค่าของสมุดโทรศัพท์นั้นสามารถตั้งค่าต่าง ๆ ได้เช่น การตั้งค่าการแสดงรายชื่อ เช่น ชื่อขึ้นก่อน หรือนามสกุลขึ้นก่อน การเลือกรูปแบบของการ์ด การตั้งค่าการค้นหาโดยสามารถเลือกได้ว่าจะให้ค้นหาจากช่องข้อมูล (Fields) ไหน ๆ บ้าง ซึ่งนับว่าเป็นการอำนวยความสะดวกได้อย่างมากมายเลยทีเดียว |
Nokia 9300
| การรับส่งข้อความ (Messages) สำหรับ Nokia 9300 ตัวนี้รองรับการรับส่งข้อความในหลาย ๆ แบบทั้ง Text SMS, MMS, Email และ Fax ซึ่งการรับส่งข้อความนั้นสามารถพิมพ์ข้อมูลเข้าไปได้โดยสะดวกด้วยคีย์บอร์ดของตัวเครื่องครับ ซึ่งเท่าที่ลองใช้งานดูนั้นก็สามารถตอบสนองต่อคนที่ชอบพิมพ์ข้อความได้อย่างดีครับ แต่ถ้าใช้แรก ๆ หรือถ้าคนนิ้วใหญ่ ๆ อาจจะมีกดพลาดบ้างก็ได้เนื่องจากว่าปุ่มนั้นค่อนข้างเล็กพอควรครับ แต่ถ้าใครพิมพ์จนชำนาญแล้วละก็จะสามารถพิมพ์ได้อย่างรวดเร็วครับ ส่วนในเรื่องของภาษาไทยนั้นก็อย่างที่เกริ่นไว้ตอนแรกครับว่าในส่วนของด้านหน้าที่เป็น Series 40 นั้นสามารถอ่านไทยได้ตามปกติ ส่วนด้านในส่วนของ Communicator นั้นไม่สามารถอ่านได้ครับ ต้องทำการลงโปรแกรมเพิ่มจึงจะสามารถอ่านได้ มีข้อสังเกตอีกจุดหนึ่งตรงที่ด้านนอกที่เป็นส่วนของ Series 40 นั้นจะสามารถส่งข้อความแบบ Text SMS ได้อย่างเดียวครับ ไม่สามารถส่ง MMS, Email และ Fax จากด้านนอกได้ ถ้าจะส่งต้องเปิดฝาในส่วนของ Communicator ขึ้นมาถึงจะส่งได้ครับ |
Nokia 9300
| ตารางนัดหมาย (Calendar) โดยในส่วนของตารางนัดหมายและการจัดการทางด้านธุรกิจของเจ้า Nokia 9300 นั้นค่อนข้างมีประโยชน์น่าใช้งานมากทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ Interfaces ที่สวยงาม ความยืดหยุ่นและการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ก็ทำได้ดีทีเดียวครับ โดยในส่วนของปฏิทินนั้นเมื่อเปิดเข้ามาแล้วสามารถเลือกการแสดงผลได้หลายแบบเช่น รายเดือน รายวัน รายสัปดาห์ หรอืจะเลือกดูรายการสิ่งที่ต้องทำ เลือกดูแบบรายสัปดาห์พร้อมตารางเวลา เลือกดูรายปี หรือจะดูเฉพาะรายการวันสำคัญ (Anniversaries) ได้เช่นกัน ส่วนการบันทึกข้อมูลนั้นสามารถที่จะใส่ข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนเช่น รายละเอียด สถานที่นัดหมาย วันเวลา การเตือน การตั้ง Sync ข้อมูล การใส่สี การตั้งเงื่อนไขอื่น ๆ ได้อย่างละเอียดครับ นอกจากการจัดการตารางนัดหมายแล้ว Nokia 9300 ยังมาพร้อมกับนาฬิกา World Clock บอกและแสดงเวลาทั่วโลก ซึ่งเราสามารถตั้งดูเวลาจากทั่วโลกได้พร้อมกัน 2 แห่ง ส่วนการตั้งปลุกนั้นตัว Nokia 9300 จะมีฟังค์ชั่นที่เรียกว่า Default Alarm ซึ่งจะเป็นการตั้งปลุกประจำทุกวันตามเวลาที่กำหนดไว้ หรือถ้าจะตั้งแบบมีเงื่อนไขอื่น ๆ ก็สามารถเข้าไปตั้งได้ที่ New Alarm ครับ |
Nokia 9300
| คุณสมบัติด้านการโทร สำหรับการใช้งานในส่วนของการโทรนั้นตั้ง Nokia 9300 สามารถเลือกโทรออกได้ 2 ทางคือ การใช้ส่วนของ Cover โทรศัพท์ด้านหน้าที่เป็น Series 40 ก็สามารถกดโทรออก รับสายเข้า หรือจะดูรายการโทรที่ผ่านมาได้ตามปกติ หรือหากจะใช้โหมด Speakerphone ก็เพียงเปิดฝาขึ้นมาในขณะใช้สายก็จะเป็นการเปิดโหมดดังกล่าวครับ ส่วนการจะโทรออกในขณะที่เปิดฝาใช้งาน Communicator อยู่นั้นก็สามารถกดที่ปุ่ม Telephone ได้ทันที แต่ในโหมดนี้ไม่สามารถที่จะโทรโดยกดจากเบอร์ตรงได้ครับ การโทรจากคำสั่ง Telephone นั้นจะสามารถโทรออกได้เฉพาะรายชื่อที่บันทึกไว้หรือจะเป็นโทรจากรายการโทรล่าสุดได้เท่านั้นครับ เท่าที่ลองดูในเรื่องของการใช้งานโทรศัพท์นั้นก็ต้องถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีตามรูปแบบของ Nokia อยู่แล้วครับคือ เสียงดังชัดเจน ทั้งลำโพงหูฟังและลำโพง Speakerphone ครับ แต่จะมีข้อที่ผมเองก็ติดใจอยู่นิดตรงที่ไม่สามารถแสดงรูปคนโทรเข้าได้นี่แหละครับ นอกนั้นรวม ๆ ก็ถือว่าอยู่ในระดับทั่ว ๆ ไปครับ สำหรับฟังค์ชั่นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้นตัว Nokia 9300 ก็มีมาให้ครบถ้วนเช่น การบันทึกรายละเอียดการใช้สายซึ่งสามารถดูได้จากในหน้าจอของ Communicator ด้านในเท่านั้น โดยสามารถบันทึกได้ทั้ง เบอร์โทรออก เบอร์รับสาย เบอร์ที่พลาดรับสาย รวมทั้งยังแยกไปในส่วนของที่เป็น Data Connection โดยเฉพาะซึ่งจะบอกปริมาณการรับส่งข้อมูล จำนวนเวลาที่ใช้ไปอย่างละเอียดครบถ้วน นอกจากนี้ในส่วนของการตั้งค่าโอนสาย การตั้งสายเรียกซ้อนก็สามารถตั้งค่าได้ตามปกติครับ |
Nokia 9300
| ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ เจ้า Nokia 9300 ตัวนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่รุ่นใหม่อีกแล้วครับ คือรหัส BP-6M ความจุ 970 mAh ซึ่งไม่สามารถใช้งานร่วมกับรุ่น 9500 ได้ แถมยังให้ความจุมาน้อยกว่ารุ่น 9500 อยู่นิดหน่อยครับ โดย 9500 นั้นจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ 1300 mAh ครับ สำหรับรุ่น Nokia 9300 นั้นแบตเตอรี่ 970 mAh ที่ให้มานั้นตามข้อมูลของทางโนเกียระบุเอาไว้ว่า สามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้สูงสุด 200 ชั่วโมง และสนทนาต่อเนื่องได้สูงสุด 7 ชั่วโมง เท่าที่ผมมีโอกาสได้เทสต์ดูนั้น โดยเฉลี่ยการชาร์จแบตหนึ่งครั้งโดยมีการใช้งานที่มีการคุยสนทนาอยู่บ้างเล็กน้อย มีการเปิดใช้งานฟังค์ชั่นต่าง ๆ ด้านในเช่นการทดสอบการป้อนข้อมูล Excel อยู่เรื่อย ๆ (ซึ่งผมเอาไว้ใช้จดค่าใช้จ่ายในทริปการเดินทางของผม) แบตเตอรี่ก็จะอยู่ได้ราวๆ 1 วันครับ แต่ถ้าหากไม่ค่อยได้ใช้เลยก็น่าจะอยู่ได้ประมาณ 2 วันครับ สำหรับผมคิดว่า แบตเตอรี่ 970 mAh กับเครื่องที่มาพร้อมหน้าจอด้านในขนาดใหญ่อย่างนี้ ฟีเจอร์ด้านในและการทำงานของตัว Communicator ที่มีการเปิดอยู่ตลอดเวลา จำนวนเวลาที่ใช้งานได้ราว ๆ นี้ก็ถือว่าใช้ได้ครับ |
Nokia 9300
| สรุป สำหรับ Nokia 9300 ตัวนี้เท่าที่ลองนั้นผมเชื่อว่ากลุ่มวัยรุ่น รวมไปถึงหนุ่มสาววัยทำงานยุคใหม่ น่าจะมองเจ้า 9300 ตัวนี้ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนะครับ ด้วยดีไซน์ที่เล็กกว่า 9500 ฟังค์ชั่นต่าง ๆ ก็มีมาให้ใกล้เคียงกัน การทำงานสามารถจัดเก็บข้อมูลและทำงานได้ไม่ต่างจากอุปกรณ์พวก PDA ทั่ว ๆ ไปเท่าไรนักแถมยังได้โทรศัพท์รวมไว้ในเครื่องเดียวกันด้วย ในส่วนของการทดลองใช้งานแบบจริงจังโดยเอาเจ้า 9300 ไปเป็นเครื่องหลักในการเดินทางไปต่างจังหวัดมาด้วยนั้น เท่าที่ลองดูในส่วนของฟังค์ชั่นของ Communicator นั้นเป็นประโยชน์มากทีเดียวครับ โดยเฉพาะจำพวก Excel และ Word ที่สามารถ จดรายการเช่นค่าใช้จ่าย และโน้ตบันทึก แล้ว Save มาเปิดในคอมได้ทันทีอีกด้วยส่วนฟังค์ชั่นอื่น ๆ นั้นก็ถือว่าเป็นฟังค์ชั่นที่สามารถใช้งานได้ทั่วไปในชิวิตประจำวันเช่น การบันทึกการนัดหมายที่ละเอียดดีทีเดียว ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับหนุ่มสาวยุคใหม่เป็นอย่างดีครับ แต่แน่นอนว่ามีข้อดี ก็ต้องมีข้อด้อยครับคือ รุ่นนี้ไม่มีระบบการสั่นเตือน รวมไปถึงปุ่มกดที่มีขนาดเล็กไปหน่อยและออกจะกดยากสักนิดครับ อีกส่วนคือในเรื่องของ Joystick ที่ค่อนข้างไวต่อการสัมผัสมากไปนิดครับ แต่โดยรวม ๆ แล้ว ข้อด้อยเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ความน่าใช้ของเจ้า Nokia 9300 ลดน้อยลงไปครับ |










