Nokia 8800 Arte

โดย shyboy | 3 มกราคม 2551 เมื่อ 01:34 น. | อ่าน 1,394

ReviewNOKIA 8800 Arte
See through by BlizWiz NOKIA 8800 Arte: Revealing a new realm for senses
text & photo by blizwizard[at]gmail.com


มาเป็นพัก ๆ กับ review style BlizWiz ฮะ ช่วงนี้วุ่น ๆ ก็เลยแบบว่าไม่ได้ทำ review อะไรใหม่ ๆ  แต่ว่าก็ยังพอได้ติดตามข่าวสารวงการมือถือกันบ้าง หลังจากที่ update ตลาดไปเมื่อไหร่ไม่รู้จำไม่ได้  – -“ อาทิตย์ที่แล้วมั้งครับ ก็มาถึงการเชือดสดฟันฉับ ๆ กับมือถือรุ่นที่ถึงคราวตกดวงเคราะห์ แต่ไม่รู้ว่าจะดีหรือว่าไม่ดีต้องรออ่าน ๆ กันดูนะครับ แต่ก่อนเริ่มก็ขอสวัสดีปีใหม่เพื่อน ๆ ก่อนนะครับ ขอให้มีความสุขกันตลอดปีครับ ^^

Review อันนี้รูปกับรายละเอียดแล้วก็รูปอาจจะน้อยไปหน่อยอันนี้ขออภัยครับ เพราะว่าคนทำก็ขี้เกียจ (เล่นไปแล้วมันไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไหร่) แล้วก็เลยอยากไปนอนกลิ้งเล่นเฉย ๆ ช่วงปีใหม่ อีกอย่างก็คือว่า Function ไม่ค่อยต่างจาก 8600 Luna เท่าไหร่ก็ลองไปค้นดูที่คลังกระทู้เก่าประกอบไปด้วยก็ได้ครับ

ถ้ายังจำกันได้ก็ก่อนก็ได้ review 8600 Luna กันไปมาคราวนี้ก็มามือถือหรูไฮกว่า Luna บ้าง นั่นก็คือรุ่นพี่สุดเริ่ดอย่าง 8800 ที่คราวนี้แปลงร่างออกโฉมใหม่มาเป็น 8800 Arte พร้อม function ที่เปลี่ยนไปพอสมควรรวมถึง interface ก็เปลี่ยนไปตาม version ของ NOKIA OS ครับ

 

Premium Look good Classy ก็คงยังเป็น Concept ของซีรีย์นี้อยู่วันยังค่ำไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่รุ่นก็ตาม ภายนอกไม่ต้องพูดถึง เยี่ยมไร้ที่ติด แต่ก็นะ Function ก็จะแบบว่าล้า ๆ หน่อยเพราะว่า target ลูกค้าของกลุ่มนี้ก็คงไม่ได้ใช้อะไรหวือหวาเท่าไหร่นักไม่ต้องใช้ Function มากมายดีเริ่ดเอาแค่ใช้ได้คล่อง ๆ ครบ ๆ พอมีก็ใช้ได้ครับ

รุ่นนี้จะมีออกมา 2 Version คือ เวอร์ชั่นหรู กับ Version หรูกว่า นั่นก็คือ Arte กับ Sapphire Arte ซึ่งวัสดุจะต่างกันนิดหน่อยแต่ว่า Function ข้างในจะเหมือนกัน

 

Nokia 8800 Arte

ดูในกล่องว่ามีอะไรบ้างดีกว่านะครับ
ถ้านับ 8800 Edition ก่อน ๆ แล้วเนี่ย Arte นี่ค่อนข้างที่จะแหวกแนวกับชาวบ้านมาเลยทีเดียวเพราะว่าไม่ได้ให้อุปกรณ์ชุดใหญ่บึ้ม เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว มางวดนี้ก็มีให้แค่นี้ครับ
– ตัวเครื่อง
– แบตเตอรี่
– Cable
– หูฟัง Bluetooth BH-803
– ซองหนัง
– แท่นชาร์จ
– Charger หัว microUSB
– ชุดคู่มือมาในกล่องสุดหรู

จริง ๆ น่าจะให้ Small talk แบบมีสายอีกสักเส้นก็น่าจะดีนะเนี่ย ^^

 

Nokia 8800 Arte

Attractive touch

 

ก็แบบว่าวัสดุอลังการงานสร้างด้วย Stainless steel แก้ว แล้วก็ พลาสติก ที่ดู ๆ แล้วเหมือนกับว่าเอา Sirocco กับ Luna มารวมร่างกันแล้วก็ออกมาเป็นตัวนี้ครับ แต่ว่าก็เปลี่ยนไปมากเหมือนกับเพราะว่าเหมือนกับเอาความ modern ผสมกับความ Classic แล้วก็ไม่ลืมความบางตามสมัยนิยมเข้ามาใน design แต่ก็อย่างว่า design ของรุ่นนี้ก็ไม่ได้เน้นไปทางใดทางหนึ่งอย่างเด่นชัดแต่ที่แน่ ๆ ก็คือ เรียบหรูดูดีมีชาติตระกูลเหมือนเดิม พร้อมเส้นสีเงินเสริมความหรูรอบตัวเครื่องและตามขอบต่าง ๆ แต่เรื่องงานประกอบกับระบบ slide ผมแปลกใจว่ารุ่นนี้ไม่ค่อยแน่นเท่า Luna ก็เท่านั้นแหละครับก็แค่ความรู้สึกก็เท่านั้น เรื่องงานประกอบก็แล้วแต่ดวงครับว่าใครได้เครื่องประกอบไม่ดีไปเหมือนที่เคยแนะนำไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าวัดการตามมาตรฐานแล้วก็ยังสมเป็น 8800 อยู่ (ตัวก่อนก็ไม่ได้แน่นอะไรมากนักหนา – -“)

 

Nokia 8800 Arte

 

 

ด้านหน้า
ก็ตามปกติตามแบบ Slide up phone นั่นแหละครับ ก็มีจอ ส่วนของ soft key ตรงกลางแล้วก็ฝาล่าง ส่วนที่เปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงของรุ่นนี้ก็คือจอที่เปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะนั่นก็คือจอขนาด 2 นิ้วแบบ OLED 16.7 ล้านสี อ่อข้างซ้าย ของ earpiece มี Sensor รับแสงแอบอยู่ด้วยนะครับ

 

Nokia 8800 Arte

 

 

ด้านหลัง
ครึ่งบนเป็นพลาสติกพร้อมกล้อง 3.2mxp (Mega Pixels) ติดอยู่ส่วนด้านล่างก็ยังยึด concept เดิม ๆ ก็คือเป็น stainless steel ตัดขอบเงินตรงกลางทำให้ดูสะดุดตาเล็กน้อย

 

Nokia 8800 Arte

 

ด้านบน
ไม่มีอะไรเลยครับนอกจากปุ่มเปิดเปิดสีเงินพร้อมขอบ ปุ่มก็ดูดีใหญ่กว่าเดิม กดง่ายไม่เล็ก ๆ เหมือนรุ่นก่อน แล้วก็ยังมีระบบ Profile กลับมาในรุ่นนี้เมื่อกดปุ่มเปิดปิด

 

 

ด้านล่าง
ช่อง Universal port microUSB เสียบสายชาร์จ สายเคเบิ้ลแล้วก็ Small talk (ถ้าหาซื้อได้) ข้าง ๆ ก็ไมโครโฟน

 

  

 

ด้านซ้าย
เรียบ ๆ ก็คือคำอธิบายสั้น ๆได้ใจความ นอกนั้นก็มีคิ้วตัดตามขอบแล้วก็ปุ่มปลดล๊อกฝาหลัง

 

 

 

 

ด้านขวา
8800 2 รุ่นก่อนมีช่องลำโพงอยู่ด้านบน แต่มารุ่นนี้ย้ายมาอยู่ด้านขวาแล้วก็มีขนาดใหญ่ขึ้นอีกต่างหาก ถัดลงไปก็เช่นเดียวกับด้านซ้ายก็คือปุ่มปลดล๊อกฝาหลัง

 

Nokia 8800 Arte

 

ปุ่มกด
เป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าผิดหวังของรุ่นนี้เพราะว่าเนื่องจากกว่า Sirocco นั้นทำปุ่มกดออกมาดูดีมีชาติตระกูลกว่า เพราะว่าปุ่มรุ่นนี้เป็นอารมณ์แบบพลาสติกใสเคลือบง่อย ๆ นิดหน่อยแต่ว่าก็ไม่ใช่ว่ามันจะดูแย่ แต่ว่ามันก็ดูไม่หรูหราอลังการเท่าไหร่ไม่ว่าจะเป็นปุ่มด้านนอกฝาแล้วก็ปุ่มที่อยู่ด้านใน ถ้าเป็นแบบสีทึบ ๆ น่าจะดูดีกว่านี้ แต่จุดเด่นของรุ่นนี้ที่เหมือน Luna ตรงที่มีไฟกระพริบที่ปุ่มกด แต่ Arte จะกระพริบที่ปุ่มกดส่วนที่อยู่ด้านนอกฝาเมื่อมีสายเรียกเข้าหรือว่าโทรออกครับ

 

Nokia 8800 Arte

Visual spectacular

หน้าจอ
เปลี่ยนแปลงไปเยอะพอสมควรสำหรับรุ่นนี้เพราะว่าใช้จอขนาด 2 นิ้วOLED 16.7 ล้านสี เรื่องสีสันก็สดมากแต่ว่าจะแบบว่าไม่ค่อยจะสมจริงเท่าไหร่ สีขาว ถ้าไม่ขาวจั๋ว ๆ ก็จะแอบนวล ๆ เล็กน้อยตามแบบฉบับ OLED แต่ว่าจอของเจ้า 8800 Arte นี้ก็ไม่ได้แสดงความเพี้ยนแต่อย่างใดจนสังเกตได้ครับ ตัวหนังสือในรุ่นนี้ก็ได้รับการปรับให้ใหญ่ขึ้นกว่า Luna เยอะมากครับแล้วก็สามารถปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นในบางเมนูได้อีกต่างหาก อันนี้ก็ดีขึ้นเยอะครับ        

 

 

 

Active Standby
Shortcut ต่าง ๆ นัดหมาย เครื่องเล่นเพลง ก็จะมาปรากฏอยู่บนหน้าจอของท่านเมื่อท่านเข้าไปเปิดใช้งาน function นี้เพื่อให้เข้าถึงและมองสะดวกไม่ต้องกดเข้าไปหาเมนูต่าง ๆ เองเพียงแต่เลื่อน ๆ ไปตามตำแหน่งของ shortcut เท่านั้นก็จบ อาจจะดูรก ๆ ไปบ้างก็ถือซะว่าเอามองง่ายใช้สะดวกก็แล้วกันนะครับ

 

 

 

อ่อลืมไปว่าสามารถเปลี่ยนตำแหน่งของกลุ่ม Shortcut ต่าง ๆ ได้ด้วยนะครับว่าจะให้เอาอะไรอยู่ด้านบน แล้วเอาอะไรอยู่ด้านล่าง ก็แล้วแต่ความสะดวก

 

Nokia 8800 Arte

Theme
หรูไฮโซปิ๊ดปิ้วขนาดนี้ Theme ก็จะมีแค่เทือก ๆ โทน ดำ เทา น้ำตาลอะไรประมาณนี้ครับ แต่ว่าถ้าเบื่อก็โหลดเพิ่มเอาได้ แต่ว่าไม่รู้ว่าจะเข้ากันกับมือถือสุดปี๊ดหรือเปล่าอันนี้ต้องลองดู

 

 

 

Menu layout
การจัดวางเมนูนั้นก็มี 4 แบบก็เลือกใช้กันได้ตามอัธยาศัยแต่ที่เห็นน่าใช้ก็แบบ Grid แบบ list แบบ Grid พร้อมชื่อเมนูเท่านั้นแบบ Tab นี่หน้ามึนเป็นที่สุดแบบว่างง ๆ หน้ามึนไงไม่รู้บอกไม่ถูก นอกจากนั้นถ้าใครไม่สบอารมณ์การเรียงเมนูก็ย้าย icon ต่าง ๆ ได้นะครับโดยกด organize แล้วก็เลือกเลื่อน ๆ เอาไปวางตามสะดวก

 

Nokia 8800 Arte

กล้อง
กล้องตอนแรกนึกว่า 2mpx แต่ว่ามาเป็น 3.2mpx พร้อม AF ก็ดีครับแบบว่าดีขึ้นเยอะ แต่เจ้าระบบ AF นี่มันก็แปลก ๆ อยู่เหมือนกันเพราะว่ารุ่นนี้ไม่มีปุ่มกล้องก็เลยจะต้องทำการกดเข้าไปรวดเดียวให้กล้องทำหน้าที่อัตโนมัติของมันเอง แต่ก็อย่างว่ามันก็จะช้า ๆ งง อยู่นิดหน่อยนะครับไม่ต้องตกใจพอเครื่องจับ focus ได้แล้วก็ปล่อยปุ่มได้ทันทีกล้องจะจับภาพแล้วก็ save ภาพทันทีครับแต่มือก็ต้องนิ่งนิดนึงนะครับระหว่างการบันทึกภาพ


ลูกเล่นก็เดิม ๆ ก็เหมือน Luna อีกนั่นแหละไม่มีอะไรมากมายนักในรุ่นนี้ มี effect ให้เลือกใช้ตั้งแต่รูปขาวดำ ซีเปีย negative และอื่น ๆ รวมไปถึง night mode และ การตั้งเวลาถ่ายและ การปรับขนาดของภาพ การปรับแสง การถ่ายรูป sequence ที่ถ่ายติดกันได้สูงสุด 3 ภาพในการถ่ายครั้งเดียว ลูกเล่นอื่น ๆ ก็เช่นการปรับความคมชัดของภาพก่อนการส่งต่อ รูปที่ออกมาได้ ดูรูปจากจอบางทีสีจะเวอร์ ๆ สักหน่อยนะครับ ต้องเอามาลงในคอมพิวเตอร์ดูแต่ก็ไม่ได้เด่นอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้ไม่ชัดเอาซะเลย ก็ใช้ได้ตามประสามือถือที่มี function เกือบครอบจักรวาลอะไรประมาณนี้ แต่ไหน ๆ ก็ มี 3G มาแล้วในเครื่องทำไมให้กล้องมาตัวเดียวก็ไม่รู้น่าจะให้กล้องสำหรับ VDO Call มาอีกตัวก็น่าจะดีหรือว่าคนระดับที่จะซื้อ Arte นี้ไม่จำเป็นว่างั้น?




ถ่าย VDO
มีการพัฒนาอย่างมากในรุ่นนี้เพราะว่าสามารถบันทึก VDO ได้ที่ความละเอียด 640x480px เลยทีเดียวเชียว แล้วก็บันทึกได้จนกว่าเมมโมรี่จะเต็มอีกต่างหาก ส่วนลูกเล่นต่าง ๆ ก็ แบบว่ามีให้ใช้ตามปกติเหมือนรุ่นอื่น ๆ เช่น VDO ขาวดำ ซีเปียอะไรประมาณนี้ครับ


ลืมบอกไปว่า กล้องของรุ่นนี้สามารถถ่ายได้ทั้งแนวตั้งและก็แนวนอนนะครับไม่ว่าจะเป็นโหมดกล้องถ่ายรูปหรือว่าถ่าย VDO

 

Nokia 8800 Arte

 

 

Audio stunt
เรื่องเสียงก็ถือว่าไม่เด่นเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้แย่ เพราะว่ามีลำโพงเดียวก็เลยทำให้ดูแล้วเฉย ๆ ไม่ค่อยตื่นเต้น เสียงที่ให้ออกมาก็ใสดีแต่ว่าเปิดดัง ๆ ก็เหมือนแอบแตกไงไม่รู้ส่วนเรื่องเสียงนั้นก็รู้สึกไปเองหรือเปล่าไม่ทราบเพราะว่าเหมือนจะดีกว่า Luna นิดนึง

 

เสียงสนทนา
หายห่วงเสียงดังฟังชัดแบบผู้ดี แต่ว่าไม่ได้เบาเหมือน 8800 รุ่นแรกนะครับ แล้วส่วนเรื่องการรับเสียงก็ทำได้ดีเหมือนกันก็ไม่มีใครบ่นอะไรนอกจากว่าชัดดี… (โดนอำไม่ก็ประชดหรือเปล่าก็ไม่รู้ – -“)

 

Ringtone
รุ่นนี้รองรับ file MP3 AAC AMR เป็น ringtone ตามมาตรฐานสมัยนี้ รุ่นนี้น่าเสียดายมาก ๆ ที่ไม่มีวิทยุมาให้อาจจะเป็นว่าเอา software แล้วก็ structure ของ 6500c แล้วก็ 7900prism มาใช้หรือเปล่าก็ไม่รู้ + กับว่าเครื่องบาง ๆ ไหน ๆ ก็ไม่มีวิทยุแล้วก็เลยไม่แถม small talk ด้วยเลย



Music player
รองรับ file mp3 AAC WMA แล้วก็ใช้ในการเล่น file VDO และรองรับ VDO streaming ด้วย แต่รุ่นนี้เป็นระบบ interface แบบใหม่ก็เลยรวมมิตรเข้าไปอยู่ใน Music Player อันนี้ไม่ต้องงงนะครับ อ่อแล้วก็เปลี่ยนหน้าตาได้ 2 แบบน้อยไปหน่อยเนอะ

 

Nokia 8800 Arte

รองรับ Equaliser ปรับแต่เสียงได้เองตามต้องการ แล้วก็มีแบบ preset มาให้แล้วในเครื่องอีกนะครับ

พร้อม Stereo Widening ให้เสียงแบบ 3D อันนี้ต้องลองหาซื้อ small talk มาใช้ดูถึงจะบอกได้ว่าเสียงดี +3D จริงหรือเปล่า

 

Nokia 8800 Arte

Practical operation

การใช้งานโดยรวมจัดได้ว่าครบถ้วนกระบวนความตามแบบฉบับ nokia โดย feature ต่าง ๆ ก็มีให้ใช้ตามกลุ่มเป้าหมายของซีรีย์ 8 ซึ่งไม่ได้เน้นลูกเล่นอลังการมากมายแต่เน้นที่รูปลักษณ์เป็นหลัก มีนิดนึงที่ว่าอาจจะรู้สึกว่าเครื่องจะหน่วง ๆ บ้างหลังกดเข้าเมนูต่าง ๆ แต่ว่าก็ไม่ถึงกับทำให้รำคาญนะครับแบบว่ากดแล้วรอประมาณครึ่งวินาที ก็ยังถือว่าดีอยู่ถ้าพิจารณาจาก function แล้วก็เมโมรี่ขนาดใหญ่ในตัวเครื่อง

 

รองรับภาษาไทย
คงไม่ต้องพูดถึงแพงขนาดนี้ถ้าทำไม่ได้ก็สงสัยได้ปาทิ้งครับ พิมพ์แล้วก็อ่านได้ไม่ว่าจะเป็น Message แล้วก็ Contact WWW สารพัด

 

   

 

Contact
หลังจากที่ Luna ได้พัฒนา Contact ขึ้นมาก มารุ่นนี้อะไรที่ทำได้ในรุ่น Luna ก็ยังทำได้อยู่ไม่ได้ตัดอะไรออกไปเช่นการเพิ่มรูปทำเป็น photo ID หรือ VDO ID รวมไปถึง การเก็บข้อมูล E-mail ที่อยู่ เบอร์ต่าง ๆ ได้ แถมกว่าเก็บวันเกิดของเจ้าของรายชื่อได้อีกต่างหาก Set ringtone ได้เฉพาะแล้วก็อีกมากมายก่ายกองแบบว่าต้องลองเอาดูเองครับจำได้ไม่หมด

 

Nokia 8800 Arte

 

Photo ID VDO ID
Photo ID นั้นไม่ได้แตกต่างจาก Luna เลยครับ (เพราะว่าทำได้ดีอยู่แล้ว) แต่ VDO ID นี่สิที่ได้รับการพัฒนามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะว่าไม่ได้จำกัดความยาวแค่ 6 วินาทีอีกต่อไปแล้วครับคราวนี้เท่าไหร่เท่ากัน เอา MV ท่อนฮุคมาใส่ได้สบาย ๆ

 

Nokia 8800 Arte


Seamless Roaming




GSM Tri-band 900/ 1800/ 1900 MHz + WCDMA 2100 MHz
ถ้าเป็น Quad band ก็น่าจะครบกว่านี้นะเนี่ยแต่ก็โอเคครับเอาไปใช้ได้ทั่วโลก โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆเจริญ ๆ  ^^ น่าเสียดายที่ไม่ยัดเทคโนโลยีด้านเครือข่ายมาให้เต็มที่ยัดมาแค่ GPRS/EDGE Class 8 เงี้ย 3G ก็แบบว่าความถี่เดียวแถมไม่เป็น HSDPA 3.5G อีกต่างหากเห้อ….. เอาน่าก็ถือซะว่าผู้บริหารคงไม่เน้นต่อ internet ด้วย Arte หรอก แล้วยิ่งเป็นเมืองไทยก็คงจะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ 3.5G ด้วยเพราะว่า 3G กว่าจะได้เกิดก็คงชาติหน้าตอนที่ series 8 ออกตัวใหม่มาแล้วอีกหลายรุ่น แต่ก็โอเคครับแค่นี้ก็ไม่ว่าจะไปไหนก็ใช้ได้เกือบทุกที่ทุก SIM แล้วครับ เรื่องการรับสัญญาณก็ไม่ได้ถือว่าเยี่ยมครับ จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก

Message function

 


รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเหมือนโทรศัพท์ยี่ห้ออื่น ๆ ที่เน้นการใช้งาน multimedia มากขึ้นโดยเมนูข้อความนั้นจะเป็นแบบรวมมิตรครับ ก็คือว่าตัวสร้างข้อความ SMS และ MMS นั้นคือตัวเดียวกัน แต่เครื่องจะเปลี่ยนรูปแบบข้อความเป็น SMS หรือ MMS ขึ้นอยู่กับสิ่งที่แนบเข้าไป เช่น ถ้ามีแต่ข้อความล้วน ๆ เครื่องก็จะส่งเป็น SMS ครับ แต่ว่าถ้ามีการแนบรูป VDO clip ไฟล์เสียง ข้อความดังกล่าวก็จะถูกเปลี่ยนเป็น MMS อัตโนมัติ โดยข้อความต่าง ๆ ก็สามารถพิมพ์ไทย และอังกฤษได้ พิมพ์ข้อความต่อเนื่องได้ตามแบบฉบับ SMS มาตรฐานทั่วไป


Flash Message
อันนี้เหมือนที่มีใน 8600 Luna และ 6500S/C เนี่ยแหละครับ นั่นก็คือ push ข้อความจากเมนูนี้ ไปแล้วก็จะไปแสดงที่หน้าจอของผู้รับทันทีโดยไม่ต้องกดเปิดดูข้อความเหมือน SMS ธรรมดาจึงทำให้ประหยัดเวลา และลดความเสี่ยงต่อการกดผิดทำให้ข้อความหายก่อนเปิดอ่าน เมื่ออ่านแล้วกดออกจากข้อความข้อความนั้น ๆ ก็จะถูกลบอัตโนมัติ ง่ายต่อคนส่งและรับดีครับ 

E-mail รองรับ POP SMTP ตามมาตรฐานครับ สามารถตั้งเวลารับ/ส่ง E-mail ได้ตามต้องการ โดยสามารถตั้งค่าเมลของเราได้เองหรือตั้งอัตโนมัติผ่าน wizard ก็ได้ครับ อ่อแต่อย่าลืมตั้งค่าก่อนการใช้งานนะครับไม่งั้นจะไม่สามารถเขียน e-mail ได้

 

 

Audio Message
อันนี้เป็น MMS รูปแบบนึงที่เน้นไปทางการส่งเสียงอย่างเดียวครับ ก็คือว่าอัดเสียงลงที่เมนูนี้แล้วส่งออกไปเป็น MMS ได้ทันทีเลยครับ แต่ว่ายังไม่เคยลองส่งเล่นซะทีครับว่าเป็นยังไง

 

Nokia 8800 Arte

   

Profiles
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วก็เหอะ โดย profile นั้นจะใช้ในการเปลี่ยนเสียง ringtone  ringtone VDO call การตั้งสั่น เสียงเตือน SMS E-mail tone ต่าง ๆ นานาจิปาถะ

ก็คือว่ามี profile มาให้เลือกโดยแต่ละอันสามารถตั้งเวลาให้ทำงานได้โดยอัตโนมัติแต่ว่าเรื่องของเรื่องก็คือว่า profile ในรุ่นนี้มีไม่ค่อยเยอะเท่าไร่ครับ ก็มี ทั่วไป เสียงเงียบ ประชุม เสียงดัง อะไรประมาณนอกนั้นต้องตั้งชื่อเองอะไรอย่างงี้

ปุ่มเปิดปิดที่ทำหน้าที่ลัดเข้า profile ต่าง ๆ อย่างที่เกริ่นในตอนต้นว่าในรุ่นนี้ก็กลับมามีอีกแล้วครับ หลังจากที่หายไปในรุ่น Luna ก็สะดวกดีนะครับ แล้วก็ยังมีการเลือก profile Silent แบบด่วน คือว่า เมื่อกด # ค้างก็สามารถเข้า profile นั้นได้ทันที

 

 

 

Shortcut
ปุ่ม softkey ซ้ายเท่านั้นที่สามารถเข้าสู่เมนูลัดต่าง ๆ ได้ เราสามารถตั้งค่าเพิ่มได้ว่าจะให้มี shortcut อะไรบ้างใน go to

 
Voice Command/ dialing
การสั่งงานด้วยเสียงและ การโทรออกด้วยเสียงก็เหมือนเดิมครับเป็นระบบเสียงสังเคราะห์ที่คล้ายการออกเสียงจริง รุ่นนี้เพิ่มระบบใหม่มีระบบให้ Train ก่อนใช้งานเหมือน 6500S/C ด้วยครับ ก็ดีไปอีกแบบแต่ว่าถ้าเปลี่ยนเป็นภาษาไทยแล้วก็จะเป็นระบบเสียงแบบไทยด้วยนะครับ แต่ว่าใครที่มี 6500S/C หรือว่า Arte ช่วยฟังให้หน่อยได้ไหมครับว่ามันพูดว่าอะไร นั่งฟังหลายสิบรอบแล้วฟังไม่รู้เรื่องสักที

 


Voice record
อัดเสียงได้หมดไม่ว่าระหว่าการสนทนา อัดเสียงเล่น ๆ หรือว่าเพื่อส่งต่อก็ทำได้ทั้งสิ้น ได้ราวๆ  1 ชั่วโมงต่อ 1 ครั้ง

 

Nokia 8800 Arte

1GB for ultimate business and entertainment convergence

1GB นี่ก็เป็น internal memory ล้วน ๆ เป็นแบบ Shared ของจิปาถะทั้งหมด แต่ว่าสมัยนี้มันก็ยังดูค่อนข้างน้อยไปสักหน่อยแต่ว่ายังไง ๆ ก็ยังเหลือแหล่สำหรับมือถือ Series นี้เพราะว่ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ทีใช้ก็คงแต่บันทึก appointment ถ่ายรูปรับ E-mail แต่ว่าก็อย่างว่าก็อยากให้เพิ่มเมมด้วย external card ได้ก็ดีนะครับพี่โนเกีย 40,000.- ให้มา 1GB ก็ทำร้ายจิตใจไปนิดนึงนะครับ

 

 

 

Professional Business Etiquette
เป็นอะไรที่เจี๊ยบใจมาก แบบว่าเมื่อสายเข้าถ้าเกิดไม่ต้องการรับให้คว่ำเครื่องลงแล้วเสียงเรียกเข้าและระบบสั่นก็จะถูกตัดไปเองโดยไม่ต้องกดอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ว่าต้องมี action หน่อยนะครับถ้าวางเบาเกินนี่ไม่ตัดเสียงนะครับ

อีกอย่างที่ดูแล้วเหมือนนักธุรกิจ hiso มาก ๆ ก็คือว่าเมื่อแตะจอ 2 ครั้งติดกัน (จริง ๆ แล้วผมอยากจะเรียกว่าเคาะมากกว่าเพราะว่าแตะแล้วไม่มีผลสักทีต้องออกแรงเล็กน้อย) ขณะใดก็ได้ Screen Saver รูปนาฬิกาจะปรากฏขึ้นมาทันทีอันนี้สามารถเปลี่ยนได้ไม่ว่าจะเป็น Digital หรือว่า Analog แล้วแต่ชอบครับ

 

Business partner
ก็เช่นเดิมก็เป็นพวก Organiser การจัดการแล้วก็ Business function ต่าง ๆ ที่ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนเท่าไหร่

  


Calendar ก็ปฏิทินที่สามารถเก็บนัดหมายต่าง ๆ รวมไปถึงวันครบรอบ… โดยสามารถ sync กับ Outlook ได้

  

To-do list เหมือน Task ใน outlook เดะ ๆ ก็คือการเมมว่าวันนี้จะต้องทำงานอะไรบ้างครับ

 
Alarm Clock ก็จะสามารถตั้งปลุกได้ โดยเลือกให้ปลุกทุกวัน เปลี่ยนเสียงปลุกด้วยเสียงต่าง ๆ

 

Nokia 8800 Arte

Convertor เครื่องแปลงหน่วย เช่นอุณหภูมิ สกุลเงิน น้ำหนัก ฯลฯ

 

 

Calculator เครื่องคิดเลขพัฒนามาขึ้นนึงจาก Luna เพราะว่านอกจากจะคิดเรื่องการคำนวนเลขปกติแล้วก็ยังคำนวน sin cos tan เลขยกกำลังได้ แต่ที่ว่าพัฒนาขึ้นจาก Luna ก็เพราะว่า interface เปลี่ยนไปโดยแยกตัวคำนวณได้เป็นเรื่อง ๆ ไม่งง แถมว่าคิดดอกเบี้ยแล้วด้วยฮะ

ส่วน Function อื่น ๆ เช่นนาฬิกาจับเวลาขออนุญาตข้ามเพราะว่าเหมือนเดิมเดี๊ยบ ๆครับ

 

  

Play Pal
Business phone ราคา 40,000.- แถมเกม 3 เกมแบบว่าไฮโซทั้งนั้นเช่น เกมหมากรุก กอล์ฟ แล้วก็เกมทอยลูกเต๋าแบบ Casino

 

  

โดยเกม convertor World clock และ Calculator จะมาเป็น Java J2ME และสามารถหา java มาลงเพิ่มได้อีกต่างหากครับยิ่งหามาได้เยอะความสามารถของเครื่องก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้นแต่ว่าจะหาได้เยอะขนาดไหนกันเชียววววว


นอกจากนั้นแล้วก็ยังจะมีพวก Size Convertor แหมแอบแฟชั่นน่าดูไม่เห็นมานานตั้งแต่ก่อนสมัย L’Amour เครื่องแปลง size เสื้อผ้า รองเท้า

อีกอันนึงอันนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับคนที่อ่านภาษาจีนไม่ค่อยออกนั่นก็คือ Translator แบบว่าโปรแกรม Dic แปลอังกฤษเป็นภาษาจีนครับ อันนี้ใครได้ใช้ก็ถือว่าคุ้มดี

 

Nokia 8800 Arte

Opera
ก็เป็น Opera mini ใช้เข้าเวปได้ดีนักแลหลัง ๆ นี่ Nokia ก็มีให้เกือบทุกรุ่นแล้วไม่ต้องไปหาโหลดเองก็ดีเหมือนกันนะเนี่ย

 

 

 

Widsets อันนี้ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ครับว่าคืออะไรแต่อารมณ์เหมือน Feeds เลยครับเพราะว่าเมื่อ register แล้วจะส่ง update information ต่าง ๆ ที่เราสนใจมาให้ทราบ

 

Universal Connectivity
GPRS/ EDGE Class 8 เค้าก็บอกว่ามัน internet มันเร็วก็รองรับได้ราวๆ   200 กว่า kbps ก็เท่านั้นแต่เอาเข้าจริง ๆ ขนาด Class 10 ยังช้าไม่รู้ว่า Class 8 นี่จะยังไง แต่ก็นะ สามารถเข้า wap ต่าง ๆ ได้ดีพอสมควร เรื่องการรองรับ WAP ก็เป็น V2.0 ก็ดีครับแสดงผลได้หลากหลายขึ้น ทนใช้ไปก่อนก็แล้วกันนะครับ รอ 3G น่าจะต่อ net เวิ๊กกว่า


3G แหะ ๆ ประเทศไทยยังคงไม่ได้ใช้เหมือนเดิม ถ้าได้ใช้ EDGE Class 8 ก็คงไร้ความหมายไป เพราะความเร็วก็จะได้ 300 ปลาย ๆ


Bluetooth V2 ก็รับส่งข้อมูลได้ไวตามระเบียบนอกจากนั้นก็ยัง support A2DP สำหรับ BT Stereo เรื่องการส่งข้อมูลก็สามารถส่งได้ผ่านทางนี้เลยครับ

 

MicroUSB Universal port

สำหรับสายเคเบิ้ล ที่ชาร์จ Small talk เรื่องการเชื่อมต่อผ่านทางสายเคเบิ้ลนี่ไม่ต้องห่วงเลยครับเกือบครบทุกโหมด ทั้ง Data Storage แล้วก็ แบบว่า Printing โหมดก็มีให้ใช้ครับ


In-flight operation
Flight query เป็นอะไรที่เหมือนจะมีไปทุกรุ่นจนแทบจะเป็นมาตรฐานอยู่แล้วก็คือ flight query เพื่อ confirm การเปิดสัญญาณโทรศัพท์เมื่อจะต้องใช้งานบนเครื่องบิน


Always brand new
สงสัยจะเป็น function มาตรฐานไปแล้วสำหรับการ update firmware รุ่นนี้ก็สามารถ update ผ่านทาง microUSB แล้วก็ GPRS/ EDGE/ 3G ได้อีกทางแต่ไม่รู้ว่าจะเปลืองแล้วนานโกฏิปีหรือเปล่านะครับเพราะว่าส่วนใหญ่การ update ผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือก็จะ require หรือว่า recommend 3G เป็นส่วนใหญ่ครับ


Power consumption

 



แบตเตอรี่ขนาด 1000 mAh ทำให้เครื่องรุ่นนี้ standby ได้นาน พอสมควรก็ได้ราว ๆ 3 วันก็ถือได้ว่าก็นานพอดูสำหรับมือถือสมัยนี้นะครับ แต่ว่าก็พอสูสีกับ Luna นั่นแหละครับ

 

 

 

 

สรุป
ก็ขอยืนยันเหมือน ที่เคยกล่าวไว้เมื่อตอน review Luna ว่าซื้อแล้วใช้ได้ทุก Function ๆ ดีกว่าซื้อของราคาเท่ากัน แล้วใช้ไม่เป็นไม่เต็มประสิทธิภาพ แล้วจะต้องนั่งเป็นทุกข์ เสียเวลาเพราะว่า user error ส่วนท่านผู้อ่านก็อันนี้แล้วแต่กำลังทรัพย์ แล้วก็ความชอบครับ ก็ฝากไว้เท่านี้ครับ ^^ แต่ยังไง ๆ ก็ต้องบอกว่ามือถือรุ่นนี้ก็เฉพาะกลุ่มตลาดแบบ very hi-end ขั้นขีดสุด ความสามารถก็ไม่อลังการงานสร้างเท่าไหร่ ก็นานาจิตตัง มีเงินแล้วชอบซื้อแล้วไม่เดือดร้อนก็โอเคครับ แบบว่าเรื่องมุมมองมองต่างมุมนี่มันก็พูดยากเสียนี่กะไร

อ่อคราวที่ review Luna แล้วมีคนก๊อปปี้บางส่วนของบทความผมไปโดยเฉพาะ ”บทสรุป” แล้วเปลี่ยนคำแค่คำ ๆ เดียวจากที่ผมเขียนประมาณว่าซื้อมือถือ Funtion เยอะ ๆ เป็น PocketPC phone อะไรเทือก ๆ นี้ หลังจากนั้น 3-4 วันแล้วก็ลบออกหลังจากผ่อนสมองมาเป็นของตัวเองแล้วเริ่มใช้งานได้ อันนี้ผมไม่ว่าอะไรนะครับ ถือซะว่าทำทานครับ ^^

 

Nokia 8800 Arte

 

 


ขอขอบคุณ


บริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 73 อาคารเอ็ม ลิ้งค์ ชั้น 1 ซ.สุขุมวิท 62 แขวงบางจาก


เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260 Tel. 0-2741-5700


www.mlink.co.th


ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบ

About Author

shyboy

shyboy

Partners