Nokia 5300

โดย shyboy | 30 ตุลาคม 2549 เมื่อ 15:03 น. | อ่าน 2,062

สัมผัสอันหนักหน่วง แต่ใช้งานไปแผ่วเบาไปกับ Nokia 5300


สวัสดีครับ กระผมนาย oat_tee ได้มีโอกาสได้ลองใช้เจ้า Nokia 5300 อันเนื่องมาจากโทรศัพท์มือถือของเก่าของพี่นั้นได้มีอันเป็นไป ซะก่อนพอดีวันที่ไปซื้อเจ้ารุ่นนี้ก็เป็นวันแรกที่ออกมา(แต่เพิ่งมาทำรีวิว ~_~) ก็เลยได้เจ้ารุ่นนี้มาครับเรามาดูความสามารถของมันครับ


 

Nokia 5300

 

Nokia 5300

แกะกล่องลองดู

เอาล่ะครับเรามาดูกันว่าภายในของเจ้า 5300 นี้ประกอบไปด้วยอะไรกันบ้าง

 

Nokia 5300

เปิดกล่องมาเราก็พบตัวเครื่อง ที่อยู่ภายใต้กระดาษที่ปิดกล่องอีกทีที่บอกถึงคุณสมบัติเด่นๆ ของรุ่นนี้นั่นก็คือเรื่องการเล่นเพลงครับ

 

Nokia 5300

เมื่อเปิดกระดาษที่บอกคุณสมบัติเด่นของมันก็จะพบกับตัวเครื่อง แบตเตอรี่ สมอลทอล์คแบบใหม่ซึ่งเป็นแจ๊คขนาด 2.5 m.m. และฟองน้ำสองสีคือสีดำ และสีแสด(สีจี๊ดมาก)

 

Nokia 5300

เมื่อเรายกกระดาษที่อยู่ข้างบน จะพบคู่มือ,Cd pc-suit, สายดาต้าลิงค์(แบบ mini usb), แจ็คแปลงหูฟังจาก 2.5 mm. ไปเป็น 3.5 mm., สายชาร์ท

 

Nokia 5300

นี่ครับอุปกรณ์ทั้งหมดที่ให้มาในกล่อง

 

Nokia 5300

ที่สำคัญ Micro SD card ขนาด 256 MB มีประทับตรา Nokia เด่นชัดครับ

 

Nokia 5300

แจ็คแปลงหูฟังจาก 2.5 mm. ไปเป็น 3.5 mm. (AD-50)

 

Nokia 5300

สมอลทอล์ครุ่นใหม่ HS-47 ครับ

 

Nokia 5300

Closer look

มาดูถึงตัวเครื่อง รุ่นนี้จะมีอยู่สองสีครับ คือ ขาวครีม-แดง กับ ขาวครีม-ดำ เพียงแต่ตอนที่เข้ามาแรกๆ จะได้สีขาวครีม-แดงครับ เมื่อพูดถึงการประกอบ ขอชมโนเกียตรงนี้นิดนึงว่า ทำได้ดีครับถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่งเลย คือแน่นหนา แข็งแรงและดูปราณีตขึ้นครับ


ด้านหน้า


ด้านหน้าของเครื่องจะประกอบไปด้วยหน้าจอ มี navigation แบบ 5 ทิศทาง ปุ่ม menu ซ้าย และขวา และปุ่มรับสาย วางสาย และปุ่มเล่นเพลงที่ทำมาจากยางกึ่งพลาสติกสามารถกดได้โดยการกดข้างตัวเครื่อง โดยตัวปุ่มมีความแข็งพอสมควรทำให้ไม่สามารถเผลอไปโดนปุ่มได้ครับ ซึ่งประกอบไปด้วย ปุ่ม play(กดอีกครั้งจะเป็น การ pause ไปในตัว) ปุ่ม previous ย้อนเพลงก่อนหน้า(กดค้างไว้จะเป็นการถอยหลังเพลงครับ) และสุดท้าย ปุ่ม next ในการเล่นเพลงถัดไป (เมื่อกดค้างจะกลายเป็นเร่งเพลง)

 

Nokia 5300

ด้านข้าง


ทางด้านซ้ายจะประกอบไปด้วย ที่เสียบสายสมอลทอล์ค ปุ่มเล่นเพลงอย่างที่ได้กล่าวข้างต้นไว้ครับ

 

Nokia 5300

ด้านขวา

ทางด้านขวาจะพบสัญลักษณ์ NOKIA อยู่ด้านบน ทางด้านล่าง ทำให้ผมแปลกใจอย่างนึงคือ โนเกียยังใส่พอร์ทอินฟราเรดมาให้กับรุ่นนี้ด้วยครับ ถัดมาเป็นปุ่มกล้อง และปุ่มเพิ่มลดเสียง

 

Nokia 5300

ด้านหลัง

ทางด้านบนจะพบกับกล้องที่มีความละเอียดขนาด 1.3 ล้านพิกเซลพร้อมกระจกนูนส่องหน้า ถัดลงมาจะเห็นสัญลักษณ์ NOKIA (อีกแล้ว) ที่ทำมาจากยางสีแสดสดใส พร้อมปุ่มรอง 4 ปุ่มกันเป็นรอยเมื่อเวลาวางกับพื้น ถัดลงมาจะเห็นช่องลำโพงที่มีตาข่ายกันฝุ่นไว้ครับ

 

Nokia 5300

ด้านบน

เมื่อเรามาดูที่บ้านบนของรุ่นนี้จะค่อนข้างรกครับ หุหุ ซึ่งประกอบไปด้วยปุ่มกดแกะหน้ากาก ซึ่งรุ่นนี้ต้องบอกเลยนะครับว่าแกะยากมาก ฝาหลังใช้การกดแล้วดึงออกจากตัวเครื่องครับ (ตอนซื้อร้านมือถือ มันเล่นงัดกันเลยเป็นรอยไปหน่อย) ดังนั้นควรศึกษาคู่มือให้ดีครับ ถัดลงมาจะพบกับที่เสียบสายชาร์ท พอร์ท usb (ตรงนี้ดีมากครับใช้สาย mini usb ตามห้างได้ทันที) และปุ่มปิด-เปิดเครื่อง สีขาวครับผม ทางด้านข้างขวาของรูปจะเห็นถึงที่แขวนมือถือด้วยครับ

 

Nokia 5300

Slide up!

เมื่อสไลด์ผมต้องขอชมรุ่นนี้อย่างนึงที่ว่า การสไลด์ สามารถทำได้ดีขึ้นมากกว่า 6270 ที่ดูกรอบแกรบ การสไลด์เป็นแบบ  auto slide คือเมื่อเราดันขึ้นไปนิดหน่อยก็สามารถเลื่อนขึ้นสุดได้เอง การเลื่อนไม่มีการคลอนแคลนให้เห็นขึ้น และเมื่อเราสไลด์ขึ้นมาด้านหลังของฝาบนจะมีแกนเหล็กบังคับการเลื่อนและฝาเหล็กที่มีการสลักชื่อรุ่น และคอนเซ็ปของรุ่นนี้คือเป็น Xpress music ครับ

 

Nokia 5300

เมื่อมาดูด้านหน้าก็จะเห็นปุ่มกดเลขหมาย ที่มีสีเงินโดยที่ตัวปุ่มทำมาจากพลาสติกขึ้นรูปเป็นวงรีๆนูนขึ้นทำให้สามารถกดปุ่มได้ถนัดขึ้นครับ โดยไฟของปุ่มกดจะเป็นสีฟ้าอ่อนเมื่อมองแสงผ่านตัวอักษร ก็ดูสวยงามหรูหราในระดับหนึ่งครับ

 

Nokia 5300

Look inside

เมื่อเราแกะฝาหลังออกมาจะพบสัญลักษณ์ Nokia บนพลาสติกสีเทาที่มีอยู่ทั้งด้านบนและล่าง เมื่อถัดจากด้านล่างขึ้นมาจะพบ ช่องลำโพง speaker phone ถัดขึ้นมาอีกนิดก็จะเป็นที่ใส่แบตเตอรี่เมื่อเราถอดแบตเตอรี่ออกก็จะพบที่ใส่ซิมการ์ด และทางด้านมุมซ้ายบนก็จะเป็นของส่วนกล้องครับ

 

Nokia 5300

เรามาดูทางด้านขวาบนก็จะเห็นช่องใส่ micro sd card และที่เสียบสมอลทอล์คครับโดยการใส่ก็เพียงใส่การ์ดเข้าไปแล้วกดดังคลิ้กเป็นอันจบพิธีเช่นเดียวกันกับการถอดครับ

 

Nokia 5300

ใส่แบบนี้นะจ้ะ 🙂

 

Nokia 5300

Feature

ฮ่าๆให้ตายสิครับตรงส่วนนี้ผมแทบไม่อยากเขียนเลยเพราะเนื่องจากผมได้มีโอกาสเล่นเครื่องน้อยมากๆ (1 ชมเองง่ะ-_-“) ลองดูข้อมูลตัวเครื่องกันครับ (ขอขอบคุณ www.siamphone.com ด้วยครับขอก้อบมานิส)

 

ข้อมูลตัวเครื่อง (Spec)

ระบบ Triband (GSM 900/1800/1900 MHz)

จอแสดงผล TFT-LCD 262,144 สี – 240 x 320 พิกเซล (2.0″)
เมนูแสดงผล S40, ตัวเครื่องฝาสไลด์ (Slide-up Design)

ปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)
ปุ่มควบคุมเพลงด้านข้าง (MP3 Music Control)

เสียงเรียกเข้า MP3, 64-polyphonic (เครื่องดนตรี 64 ชิ้น)
ระบบสั่น (Vibration in Phone)

หน่วยความจำ 32 MB flash / 16 MB RAM (ตัวเครื่อง)
การ์ดหน่วยความจำ microSD (T-Flash) – สูงสุด 2 GB

เกมส์ 3 แบบ (Games) :
– 3D snake, Music guess, Snowboarding, และ Soccer


ระบบเชื่อมต่อ (Connectivity)

ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer)
อินฟราเรด , บลูทูธ 2.0 – Bluetooth™ , USB 2.0
รองรับชุดหูฟังสเตอริโอ A2DP (Bluetooth stereo sound)

ใช้งานอินเตอร์เน็ต xHTML, WAP 2.0 Browser
รองรับแอพพลิเคชั่น Flash lite player™ version 2.0

รับ-ส่งข้อความ (Messaging)
อีเมล์ Email, MMS, SMS ผ่าน EDGE, GPRS, HSCSD
ระบบ Push-to-talk สนทนาผ่าน GPRS

รองรับ จาวาแอพลิเคชั่น – Java MIDP 2.0

 

จุดเด่น (Feature)

กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล (Digital camera)
ขนาดภาพสูงสุด 1280×1024 พิกเซล (Image size)
ซูมดิจิตอล 8 เท่า (8x smooth zoom)

บันทึกวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว (Video recording)
โหมดถ่ายวีดีโอแนวนอน (Landscape camcorder)

เครื่องเล่น MP3 music player
รองรับไฟล์เสียง : MP3, M4A, AAC, AAC+, eAAC+ และ WMA

วิทยุ FM Stereo และ Visual Radio

โทรออก, บันทึกเสียง (Voice function)

สมุดโทรศัพท์, ปฎิทิน, จดบันทึก, สิ่งที่ต้องทำ

บันทึกเสียง, เครื่องคิดเลข, นาฬิกาปลุก, เครื่องแปลงหน่วย

 

Nokia 5300

เอาล่ะมาดูของเราดีกว่าฮ่าๆ


หน้าจอ


ด้วยหน้าจอที่มีขนาดถึงสองนิ้วความละเอียด 240 x 320 พิกเซล จอแสดงสีสันได้มากถึง 262,144 สีให้สีสันที่สดใสสุดๆ สวยงามและมีความละเอียดดี การใช้งานจริงบนสภาพแสงแดดจ้าก็ยังสามารถมองได้ครับ โดยหน้าจอหลักจะมี active today คล้าย symbian สามารถปิดเปิดได้ครับ


 

Nokia 5300

เมนู
เช่นเดียวกับ โนเกียรุ่นก่อนๆที่มีฟังก์ชั่นเช่นนี้คือ 6280 และ 6270 ที่มีสามารถเลือกแสดงไอคอน หรือแบบรายชื่อได้โดยไอคอนสามารถดุ้กดิ้กได้ด้วย แจ่มจริงๆจ้า แถมยังสามารถใช้ theme ของ 6270 และ 6280 ได้อีกต่างหาก

 

Nokia 5300

สามารถเลือกได้ว่าจะแสดงเมนูแบบไหน List, Grid, Grid with labels และ tab ครับ

 

Nokia 5300

กล้อง

ด้วยความที่กล้องที่มีความละเอียดถึง 1.3 ล้านพิกเซลสามารถปรับความละเอียดได้ และมีฟังก์ชั่นต่างๆ เช่นสมดุลแสง เอฟเฟคต่างๆ ถ่ายภาพกลางคืน ตั้งเวลาถ่าย และถ่ายวิดีโอครับ

ข้อเสียของกล้องรุ่นนี้กันหน่อย

บอกตามตรงว่าไม่ปลื้มเอามากๆครับเนื่องจาก ความคมชัดที่แทบหาไม่ได้ noise ที่กระจุยกระจาย ขนาดที่ว่าเปิด night mode ก็ยังมีอยู่มาก ใครหวังกล้องจากรุ่นนี้ตัดทิ้งโช้ะๆไปได้เลยครับ และยิ่งไม่มีแฟลชด้วยแล้วโอ้โหแทบคลั่งเมื่อเวลาถ่ายภาพในที่มืดเลยครับ

 

Nokia 5300

Xpress Music Yes! It’s very express

ใช่ครับมันรวดเร็วจริงๆ ก็อันเนื่องมาจากปุ่ม music key ที่อยู่ข้างจอเมื่อเรากด play ปุ้บเพลงก็มาปั้บ (ต้อง update list ก่อนนะจ้ะไม่อัพก็ไม่ขึ้นอิอิ) สามารถเปลี่ยนเพลงได้โดยการกด next หรือ previous ครับ

 

Nokia 5300

ถ้าเรากดที่หน้า standby ก็ได้เห็นราวๆนี้ล่ะจ้า

 

Nokia 5300

ถ้าเราเลือกมาที่ music player หน้าตาก็ราวๆนี้ล่ะครับ

 

Nokia 5300

และในการฟังเพลงนี่เองสามารถปรับ equalizer ได้ครับโดนมี preset ให้อยู่ 5 แบบคือ Normal, Pop, Rock, Jazz, Classical และปรับแต่งเองได้อีก 2 อันครับ

 

Nokia 5300

มาถึงส่วนของวิทยุ รุ่นนี้มีความสามารถเป็น virtual radio ที่คงไม่ได้เห็นในเมืองไทยในเร็ววัน โดยในฟังก์ชั่นวิทยุสามารถเลือกได้ว่าให้แสกนหา เลือกช่องสัญญาณเอง รึว่าจะเลือกจากสถานีที่เซฟไว้ก็ได้ครับ

 

Nokia 5300

สามารถจำช่องสถานีพร้อมตั้งชื่อได้ 20 สถานีครับ

 

Nokia 5300

Connectivities

เรื่องนี้ผมยกย่องให้เป็นที่หนึ่งครับเนื่องจากสามารถต่อกับ Bluetooth, Infrared, และผ่านทางสาย datalink ซึ่งยกย่องเลยว่ามีครบครันจริงๆครับ ทำให้เราสามารถเลือกการเชื่อมต่อได้ โดยทาง datalink เมื่อเสียบกับคอมแล้วจะพบว่าสามารถเป็น nokia mode ก็คือเป็นการ sync กับ outlook ต่างๆผ่าน pc-suit แต่ถ้าเราเลือกเป็น Data storage ตัวโทรศัพท์ก็จะเปลี่ยนเป็น flashdrive สามารถโอนเพลง ธีม วิดิโอต่างๆได้โดยไม่ต้องผ่าน pc-suit ครับ และโหมดสุดท้ายคือ Printing & Media ก็คือเปลี่ยนให้โทรศัพท์สามารถเชื่อมต่อกับ printer ที่มีฟังก์ชั่น Pictbridge ได้ครับ

 

My Opinion

เราดูฟังก์ชั่นต่างๆมาแล้วมาดูความคิดเห็นจากตัวผมล้วนๆ กันบ้างครับ

 

การประกอบ

ต้องบอกเลยว่าโนเกียทำได้ดีจริงๆ ความประณีตที่ถือว่ายอด ความแน่นหนาถือว่าดี การสไลด์เยี่ยมมากไม่ง่อนแง่นเหมือนรุ่น 6270 แล้ว

แต่ข้อเสียก็มีครับ คือความแน่นหนาที่มากเกินไปทำให้การแกะฝาหลังถือว่ายากมากกกกกก การแกะแต่ละทีทำได้ลำบากถ้าไม่ถือให้ดีตอนแกะอาจหล่นตกลงมาได้ครับ ดังนั้นใครที่ชอบแกะเปลี่ยนซิมบ่อยๆ อันนี้ลำบากกันนิดนึงนะ

สีสันตัวเครื่องถือว่าดีครับ แต่ด้วยความที่มันสีขาวนี่ล่ะมันเปื้อนง่ายมาก ขี้มือเรานี่ล่ะทำให้มันหมอง เห็นได้จากพี่ผมไปใช้ 4 วัน ผมหยิบมาลองเอายางลบถูตรงขาวๆโอ้โหขาวขึ้นเลยจ้า

อีกอย่างคือตรงยางสีแดงนี่ล่ะใช้ไปนานๆ รับรองว่า”ดำ” แน่นอนแถมอาจจะ”เปื่อย” ด้วยซ้ำยิ่งถ้าผู้หญิงใช้ถ้าใช้เล็บจิก ก็น่าจะไปเร็วเหมือนกัน

 

การแสดงผล

อันนี้ผมถือว่าสุดยอดเลยล่ะสีสันสวยงามและละเอียดดี ไม่มีที่ติจริงๆแต่ก็อย่างว่า ละเอียดมากและจอก็ถือว่าเล็ก ทำให้ตัวอักษรตรงเมนูเล็กมาก คนแก่มองยากแน่นอน ยิ่งใครเปลี่ยนธีมลายๆ ไม่ต้องดูกันล่ะครับมองไม่เห็นจริงๆ

 

Connectivities

อันนี้ถือว่าดีเลิศ ตรงที่มีทุกอย่าง Bluetooth, infrared, datalink ยิ่งต่อผ่านดาต้าซึ่งแต่ก่อนไม่ชอบโนเกียตรงนี้เลยจริงๆ เพราะว่ามันต้องต่อกับ pc-suit ทุกครั้งแม้จะเพียงแค่โอนเพลงก็เถอะ แต่รุ่นนี้ไม่เป็นอย่างงั้นเพราะมีโหมด Data storage เหมือนแฟลชไดรฟ์เลย โยนไฟล์ได้แถมรวดเร็วด้วยครับ อันนี้ถือว่าชนะเลิศ..

 

Sound

จากการลองกับ small talk HS-47 เสียงที่ได้ถือว่า “ดีพอตัว” ครับสามารถให้รายละเอียดความใสได้ดี ยิ่งถ้าปรับ equaliser โอ้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถ้าไม่พอใจก็สามารถปรับได้อีก แล้วไม่พอใจไปมากกว่านั้น ก็สามารถใช้ adaptor แปลงAD-50 ใส่หูฟังธรรมดาได้เลย

แต่ข้อด้อยก็มีครับคือในเมื่อปรับ equaliser ในเพลงได้ต่ทำไม๊ ทำไม ไม่สามารถตั้งในวิทยุได้ล่ะเอ้อ….เป็นอย่างงี้แทบทุกรุ่นเลย รวมถึง mp3 player บางตัวด้วย (รีวิวมือถือนะอิอิ)

 

วิทยุ

ตรงนี้ผมขอชมว่าครบครันทุกอย่างสามารถปรับเลือกช่องเอง สแกนหา และเลือกจากสถานีได้แถมจำสถานีได้ตั้ง 20 ช่องแน่ะ แถมปรับทศนิยมได้ตั้ง 2 หลักใครฟังวิทยุชุมชนก็สบายครับ

แต่ความคมชัดผมว่ายังไม่ดีเท่าที่ควรคือ รับสัญญาณได้ไม่ค่อยดีเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ (6230 อ่ะ)

 

กล้อง

อันนี้ไม่มีข้อชมเท่าไหร่ เนื่องจากความคมชัดที่หาไม่ได้ในที่แสงน้อย ความชัดเจนที่แย่มาก แต่ฟังก์ชั่นอื่นถือว่ายังดีอยู่เช่นซูม 8 ระดับเอฟเฟค และการเลือกสมดุลแสง

 

ความสามารถในการบริหารพลังงาน

เนื่องจากไม่ได้มีเวลาทดสอบมากนักแต่เท่าที่เห็นมาจากการใช้งานวันแรกๆ ของพี่คือชาร์ทเต็มตอนเช้ากลับมาแบตหมด เพราะเล่นกันทั้งวันฮ่าๆ หลังๆเห็นมีการใช้งานปรกติอยู่ได้ร่วมๆ 2 วันครับแต่ก็หืดขึ้นคอ ก็ถือว่าน่าจะดีกว่านี้

 

Nokia 5300


ก็ขอจบการรีวิวไว้เท่านี้ครับ(เอ้ะรึพรีวิวหว่า) ยังงัยขาดตกบกพร่อง(ขาดอยู่แล้วล่ะ)ก็ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยครับยินดีรับฟังครับผม J



Preview by oat_tee
(หากมีข้อสงสัย สามารถโพสลงได้ในบทความนี้ ทางเจ้าของบทความจะเข้ามาตอบข้อซักถามให้หายสงสัยครับ ^^)

About Author

shyboy

shyboy

Partners