
จุดเด่นของ Motorola RAZR MAXX
– ตัวเครื่องมาพร้อม Android 4.0.4 ICS ตั้งแต่วางขาย
– รองรับเครือข่าย 3G ทุกเครือข่าย
– หน้าจอ Super AMOLED ขนาดใหญ่ 4.3 นิ้ว ความละเอียดสูง qHD
– หน่วยความจำภายใน 16 GB พร้อม RAM 1 GB รองรับ microSD card 32 GB
– มี WiFi 802.11 b/g/n รองรับระบบ WiFi Hotspot และ DLNA
– แบตเตอรี่อึดมาก ความจุ 3,300 mAh
– ตัวเครื่องยังถือว่าบางอยู่ด้วยความหนาแค่ 9 มิลลิเมตร
– วัสดุเป็นโลหะแข็งแรง ออกแบบตัวเครื่องได้สวยและดูมีราคา

จุดด้อยของ Motorola RAZR MAXX
– ลูกเล่นของ UI ที่เป็นจุดขายไม่ค่อยมี
– เครื่องมีขนาดที่ดูใหญ่กว่ารุ่นที่มีหน้าจอขนาดเดียวกัน
สรุป
สำหรับ Motorola RAZR และ RAZR MAXX นั้นมีสเปคตัวเครื่องและการออกแบบที่เหมือนกันเลย โดยยังใช้รหัสพัฒนาเดียวกันก็คือ XT910 ครับ โดยตัว RAZR รุ่นแรกที่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้วจะเน้นจุดขายที่ความบาง 7.1 มิลลิเมตร แต่สำหรับ RAZR MAXX นั้นจะชูจุดเด่นด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงระดับ 3,300 mAh นั่นเองครับ แต่ในส่วนของตัวเครื่องก็ยังคงบางอยู่ โดยหนาแค่ 9 มิลลิเมตรเท่านั้น แต่แลกมากับความจุของแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวถือเป็นจุดที่คุ้มค่ามาก เพราะต้องบอกว่าแบตเตอรี่ถือเป็นจุดสำคัญในการใช้งานสมาร์ทโฟนเลยทีเดียว

และอย่างที่กล่าวไปก่อนแล้วว่าสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปๆ ในตลาดที่มีระดับความจุของแบตเตอรี่สูงๆ นั้นต่างก็มาพร้อมกับ CPU ที่บริโภคพลังงานสูงตามเช่นกัน ทั้งหมดเป็นแบบ quad-core ครับ แต่ Motorola RAZR MAXX นั้นยังเป็นชิปเซ็ตตัวเดิมแบบเดียวกับรุ่นก่อนที่ออกเมื่อปลายปีที่แล้ว ที่จะบอกว่าเอาท์แล้วก็ไม่ผิดครับ

แต่ในความเห็นส่วนตัวเมื่อได้ลองใช้งานมันยอมรับว่าสเปคเครื่องที่ได้มานั้นก็ทำงานได้อย่างสมดุลแล้วจากการใช้งานของผมเอง ที่ไม่ได้เน้นความแรงมากมายนัก quad-core อาจจะดูเกินความจำเป็นไปค่อนข้างมาก ฟีเจอร์หลายๆ อย่างบนตัวเครื่อง RAZR MAXX ยังคงทำงานได้ดี ไม่ว่าจะดูหนังฟังเพลงก็ทำได้ในระดับสูงไม่แพ้ใครครับ โดยหน้าจอก็มีขนาดใหญ่ และแสดงผลได้สวยดีเยี่ยมเช่นกัน แต่ที่พิเศษกว่าใครก็คือมันสามารถใช้งานต่อเนื่องได้อย่างเหนือชั้น ชาร์จแบตเตอรี่ได้แบบวันเว้นวันเลยทีเดียว ผมสามารถใช้งานมันหนักๆ ได้โดยที่ไม่ต้องกลัวอาการแบตหมดเลยทีเดียวครับ

ส่วนเรื่องราคาที่อาจจะดูเป็นอุปสรรคหลักที่ทำให้ RAZR MAXX ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากอย่างที่มันควรจะเป็น เพราะเปิดตัวมาที่ 17,900 บาท ในขณะที่ RAZR รุ่นแรกนั้นปรับลดลงเหลือ 12,900 บาท ทำให้หลายๆ คนคิดหนัก เสริมกับไม่ได้ลองจับและใช้งานให้รู้ซึ้งถึงความอึดของแบตเตอรี่อย่างจริงจัง เลยไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกันมากเท่าที่ควร แต่ ณ ปัจจุบันราคาทิ้งดิ่งลงมาเหลือแค่ 13,900 บาท ดังนั้นผมขอฟันธงเลยว่าคุ้มค่า และน่าจับจองมาใช้งานมากๆ หากใครคิดว่าปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมดเร็วบนสมาร์ทโฟนมันช่างน่ารำคาญใจนักครับ