รูปแบบหน้าตาและการใช้งาน
Meizu m2 note มาพร้อม flyme UI ที่ดัดแปลงเพิ่มเติมมาเหมือนกับแบรนด์อินเตอร์ยี่ห้ออื่นๆ แต่ความแตกต่างและจุดเด่นของ UI ตัวนี้ คือการออกแบบมาให้ดูมีหน้าตาเรียบง่าย ไอค่อนดูเป็นแค่ 2 มิติ และที่สำคัญคือเป็นหน้าเดียว เหมือนกับ Apple iPhone ไม่มีหน้ารวม App (App drawer) สามารถใส่วิตเจ็ตการแสดงผลต่างๆในหน้าเดียวกันได้หมด แค่เลื่อนซ้าย-ขวาเท่านั้น
ความแตกต่างอีกอย่างของ flyme UI ก็คือการออกแบบไอค่อนของโปรแกรมที่ลงเพิ่มเติมจาก Google Playstore จะมีการเปลี่ยนลักษณะไอค่อนด้วยให้ดูเข้ากับธีมของ flyme UI ที่ออกแบบให้ดูเรียบง่ายดังที่กล่าวไป (ฟังก์ชันนี้สามารถเลือกปิดได้ที่ การตั้งค่า flyme UI)
สิ่งที่แปลกๆไปของ flyme UI ที่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไรนักก็คือการดูพวกโปรแกรมที่เราเปิดค้างไว้ มันเหมือนย้อนยุคกลับไปสมัย iOS4 จาก Apple เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพราะมันจะแสดงผลแค่ไอค่อนเท่านั้น และอีกอย่างก็คือการไม่มีบริการจาก Google ลงมาให้ตั้งแต่แรก เช่น Gmail, Hangout, youtube, Google Maps และอื่นๆ ยังดีที่มี Google Play store มาให้ค่อยยังชั่ว แต่อย่างไรก็ตามพวกนี้บางคนอาจจะมองว่าเป็นข้อดีก็ได้นะครับ เนื่องจากไม่รกเครื่อง จะใช้อะไรก็หาลงเองได้
ความสามารถเสริมในแง่การใช้งานที่ติดมากับตัวเครื่องถูกแยกเป็น 2 หมวดใหญ่ๆ คือ Smart Gesture และ Smart touch
Smart Gesture เป็นอีกหนึ่งความสามารถที่น่าสนใจ ทั้งการเคาะหน้าจอ 2 ทีเพื่อให้หน้าจอติด เลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อค วาดอักษรต่างๆบนหน้าจอเพื่อเรียกโปรแกรม เป็นต้น
Smart touch ความสามารถนี้เป็นการใช้งานปุ่มเล็กๆบนหน้าจอในการสั่งงานต่างๆบนตัวเครื่อง
เลื่อนทางขวาหน้าจอล็อค ฟังก์ชันนี้ออกแบบมาทำให้เข้าถึงโปรแกรมต่างๆได้ง่ายขึ้น คือในขณะที่อยู่ในหน้าจอล็อค สามารถเลื่อนไปทางขวาเพื่อเปิดโปรแกรมที่ตั้งค่าเอาไว้ได้ ทั้งนี้ฟังก์ชันนี้ไม่ได้ถูกจำกัดแค่โปรแกรมพื้นฐานที่ติดมากับเครื่องเท่านั้น ยังสามารถเรียกโปรแกรมอื่นๆที่ลงเพิ่มเติมได้ครับ






