ฟีเจอร์เด่นๆ ของ LG Optimus Pro (1/3)
![]()
![]() หน้าจอเป็นแบบ TFT capacitive 256K สี รองรับระบบมัลติทัช 2 จุดครับ ลองทดสอบด้วยแอพพลิเคชั่นอย่าง Multitouch Tester จากการใช้งานจริงๆ แค่ 2 จุดก็เพียงพอแล้ว
![]() แป้นพิมพ์ Full QWERTY คีย์บอร์ด
![]() ทดสอบประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ ![]() Quadrant Standard ทดสอบได้คะแนนประมาณพันนิดๆ ซึ่งก็ถือว่าน่าพอใจสำหรับ LG Optimus Pro เพราะมันทำงานได้ลื่นไหลดั่งใจนึกจริงๆ ![]() ทดสอบด้วย NeoCore ตัว LG Optimus Pro ก็ทำคะแนนได้ 42.9 fps
![]() Android 2.3.4 Gingerbread + LG UI 2.0
![]() หน้าจอล็อคสกรีนนั้นจะแสดงสถานะ และวันที่กับเวลา รวมถึงเครือข่ายที่ใช้ โดยยังแสดงสเตตัสบาร์ด้วย ซึ่งจะปลดล็อคด้วยการเลื่อนขึ้นง่ายๆ ครับ
![]() หน้าแรกนั้นเดิมจะมี 5 หน้า แต่สามารถเพิ่มได้สูงสุด 7 หน้า สามารถใส่ Widgets ต่างๆ ได้เหมือนเคย และยังรองรับ Live Wallpaper ด้วยครับ โดยบนหน้าจอจะแสดงไอคอนหลักทุกๆ หน้า 4 ไอคอน โดยมีปุ่มโทรออก, รายชื่อ, ข้อความ และเมนูหลัก ครับ ไอคอนบนหน้าจอ และวิดเจ็ตต่างๆ สามารถแตะค้างแล้วเลื่อนเอาได้ตามใจชอบ หากเละเทะก็สามารถรีเซ็ตหน้าจอเป็นแบบเริ่มต้นได้ด้วย
![]() บน LG UI 2.0 ยังสามารถสลับแอพพลิเคชั่นได้ด้วย Task Switcher ที่แค่กดปุ่มโฮมใต้หน้าจอค้างไว้ครับ และลัดเข้าตัวจัดการแอพฯ หรือ Task Manager ได้ด้วย
![]() หน้าเมนูหลักนั้นไอค่อนต่างๆ เราสามารถแบ่งแยกหมวดหมู่ได้ตามใจชอบ ซึ่งความสามารถนี้เริ่มมีมาตั้งแต่บนตัว LG Optimus One ครับ สามารถแก้ชื่อ หรือสร้างประเภทเพิ่มขึ้นได้ตามต้องการครับ นอกจากนี้ก็ยังจัดเรียงไอค่อนต่างๆ ได้ด้วย ซึ่งพื้นฐานเมื่อเราโหลดแอพพลิเคชั่นมามันจะสร้างหมวดหมู่ ดาวน์โหลด มาให้อัตโนมัติครับ
![]() ถาดแจ้งเตือนไม่มีอะไรแตกต่างจากทั่วไปครับ เป็นถาดด้านบน มีแผงเครื่องมือทางลัดที่ไว้ใช้ เปิด/ปิด ฟีเจอร์สำคัญต่างๆ เช่น WiFi, Bluetooth, GPS, Mobile Data และ เสียง โดยยังมีเครื่องเล่นเพลงให้ควบคุม ส่วนการแจ้งเตือนก็มีแยกประเภทให้อย่างดีครับ โดยรวมแล้วไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ถือเป็นอินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย และสะดวกในทุกๆ การใช้งานดีครับ เอฟเฟ็คต์ไม่ได้สวยมาก แต่ไอค่อนต่างๆ ก็ดูดี แสดงผลได้ชัดเจนอย่างลงตัวดี ที่สำคัญมันไม่หน่วงเครื่องเลย ใช้งานได้ลื่นไหลไม่มีกระตุกจริงๆ |











