|
LG Optimus Hub ออกแบบดูเรียบๆ เหมือนแอนดรอยด์โฟนระบบสัมผัสทั่วไป ไม่ค่อยโดดเด่น ดูดำขรึมสไตล์แอลจีสมาร์ทโฟนหลายๆ ตัว ตัวเครื่องออกแบบโค้งมนทั้ง 4 ด้าน ดูไม่แข็งทื่อไป จับถือได้ถนัดมือดีครับ ด้วยขนาด 113.4 x 60.8 x 11.9 มิลลิเมตร น้ำหนักรวมแบตเตอรี่แล้ว 123 กรัม
ด้านหน้า
ด้านหน้าเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว เหนือหน้าจอมีช่องลำโพงสนทนา โลโก้ LG และเซ็นเซอร์จับระยะ (Proximy sensor) ใต้หน้าจอมีชุดปุ่มควบคุมสไตล์ของแอนดรอยด์ โดยมีปุ่มเมนู, ปุ่มหน้าแรก และ ปุ่มย้อนกลับ
ด้านขวา
–
ด้านซ้าย
มีแค่ปุ่มควบคุมเสียง
ด้านบน
มีปุ่มพาวเวอร์ ใช้เป็นปุ่ม เปิด/ปิด เครื่อง และหน้าจอ โดยมีช่องหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตรให้ด้วย
ด้านล่าง
มีช่องไมโครโฟนสำหรับสนทนา, ช่อง micro USB และที่งัดฝาหลัง
ด้านหลัง
เป็นฝาหลังครอบไว้ทั้งตัวเครื่องแข็งแรงดี ออกแบบเป็นลายแพทเทิร์นลายจุด โดยมีเพียงเลนส์กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยโลโก้ LG
ฝาหลังใช้วิธีงัดจากด้านล่าง โดยกดบริเวณตรงกลางตัวเครื่องจะงัดง่ายขึ้น ภายในจะมีช่องใส่แบตเตอรี่, ช่องซิมการ์ดอยู่ใต้แบตเตอรี่ ส่วนช่อง microSD card จะอยู่ด้านข้างสามารถถอดเปลี่ยนได้ขณะเปิดเครื่อง
หน้าจอสัมผัส Capacitive ขนาด 3.5 นิ้ว
LG Optimus Hub มีหน้าจอสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว เป็นจอสัมผัสแบบ Capacitive มีความละเอียด 320 x 480 พิกเซล การแสดงผลค่อนข้างดูดีใช้ได้ครับ หน้าจอแสดงผลสีสันได้สดใส สเปคเทียบเท่ากับบน LG Optimus Net แต่มีขนาดใหญ่กว่านั่นเอง หากนำไปเทียบกับรุ่นสูงกว่านี้นิดหน่อยหน้าจออาจจะดูหยาบกว่าแบบเห็นได้ชัด เพราะอย่าง LG Optimus Sol เองก็จัดเต็มด้วยจอ Ultra AMOLED เลยทีเดียว ระบบสัมผัสก็ยังแม่นยำและไวดี ความสว่างหน้าจอก็ใช้ได้ครับ ถือว่าสอบผ่านนะ ดีกว่ารุ่นก่อนๆ แน่นอน
หน้าจอเป็นแบบ TFT capacitive 256K สี รองรับระบบมัลติทัชถึง 8 จุดครับ มีเซ็นเซอร์ Proximity ใช้จับระยะห่างขณะใช้สายสนทนา และทำกระจกหน้าจอแบบ Gorilla Glass ด้วยล่ะ |