ด้านระบบมัลติมีเดีย



Gallery สามารถแสดงผลภาพที่มีในตัวเครื่องได้ทั้งหมดมีการแบ่งออกเป็นโฟลเดอร์ การแสดงผลภาพทำได้ดีเต็มจอ ทำงานได้รวดเร็วทั้งการซูมหรือเปลี่ยนภาพ นอกจากนี้ก็สามารถเลือกส่งหรือแก้ไขภาพได้คร่าวๆทั้งการ Crop หรือแต่ง Effect ต่างๆได้


การดูวีดีโอดูได้หลายนามสกุล MP4/H.264/H.263/WMV ความละเอียดสูงสุดได้ถึง 1080p สบายภาพเนียนลื่นสามารถล็อคหน้าจอในระหว่างดูได้หรือคว่ำหน้าจอเพื่อหยุดวีดีโอได้ สอกจากนี้สามาาถเลือกแสดงผลเต็มจอหรือตัดแต่งวีดีโอได้คร่าวๆได้
กล้องถ่ายภาพ และวิดีโอ


กล้องหลังของตัวเครื่องใช้ BSI Sensor 1/3.2 นิ้ว 13 ล้านพิกเซล เลนส์ 5 ชั้น f/2.4 จากทาง LG Innotek พร้อม LED Flash 1 ดวง มีระบบ Auto Focus/Tap Focus/Face detection ก็ถือว่าเป็น Spec กล้องระดับสูงเลยทีเดียว ฟังก์ชันของกล้องก็มีมากมายอย่างเด็ดๆเลยมี Time Catch Shot ที่จะมีการจับภาพ 4 ภาพก่อนเรากดชัตเตอร์และถ่ายอีก 1 ภาพตอนเรากดชัตเตอร์ทำให้ได้รวมทั้งหมด 5 ภาพซึ่งอาจจะเหมาะกับการถ่ายภาพ Action และนอกจากนี้เองก็มีโหมด HDR, พาโนรามา, ถ่ายต่อเนื่อง 6 ช็อต มาให้



ชัตเตอร์ของตัวเครื่องไม่มี Zero shutter lag ถ่ายภาพใช้เวลาต่อภาพประมาณ 1 วินาทีนิดๆ (ลองด้วยความละเอียด 13ล้านพิกเซล) กดค้างเอาไว้เพื่อถ่ายไปเรื่อยๆได้ ถึงแม้จะช้าแต่ทาง LG ได้มีการใส่ Smart Shutter ที่สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวแล้วภาพออกมาชัดไม่เบลอ สามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อถ่ายภาพได้ โดยใช้คำพูดง่ายๆอย่างชีส, กิมจิ เป็นต้น แต่เท่าที่ลองดูต้องบอกว่าบางทีมัน Sensitive ไปหน่อยเจอเสียงรบกวนภายนอกมากบางทีมันก็ถ่ายเองถ้าคลื่นเสียงมันดันตรงกันกับคำที่มันตั้งค่าไว้
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง
คุณภาพของภาพถ่ายต้องบอกว่ากล้องของ LG Optimus G การเก็บรายละเอียดนั้นยังไม่ดีมากนัก ซูมเข้าไปในภาพนี่จะเห็นว่าภาพค่อนข้างแตกแบบชัดเจน รวมถึงถ่ายแล้วเบลอง่ายพอสมควร สีที่ได้ออกมานั้นเป็นสีออกเหลืองทำให้ภาพบางภาพซีดลง แต่ในบางภาพก็อาจจะดู Contrast จัดขึ้นมาหน่อยก็สวยไปอีกแบบ ส่วนการถ่ายภาพแบบ HDR ต้องบอกว่าถ่ายย้อนแสงดูแล้วเก็บรายละเอียดสีได้ดีขึ้นชัดเจน พวกขอบของวัตถุต่างๆคมชัดขึ้น ส่วนกลางคืนนั้น BSI Sensor ถ่ายภาพออกมาแล้วถือว่าดีเลยละครับเก็บรายละเอียดได้ดีระดับหนึ่งภาพค่อนข้างชัดแสงออกมาสวย ส่วนของ Flash นั้นเท่าที่ทดสอบถ่ายในที่มืดในระยะ 1-2 เมตรยังทำการได้ดีอยู่ครับ ดังนั้นในภาพรวมกล้องของ LG Optimus G อยู่ในระดับพอใช้ค่อนไปทางดีครับ


กล้องหน้าของตัวเครื่องมาพร้อม Sensor ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซลก็ถือว่าไม่มากเท่าไร แต่กล้องหน้าเองมีโหมดดีๆให้เลือกเล่นอย่าง Beauty Shot โดยภาพหน้าคนที่ได้ออกมาจะเนียนสวยกว่าความจริง ซึ่งสามารถเลือกระดับความเบลอได้และสามารถสั่งงานชัตเตอร์ด้วยเสียงได้อีกด้วย ส่วนความเร็วชัตเตอร์ก็พอๆกับกล้องหลังครับ
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า
คุณภาพกล้องหน้าของเครื่องต้องบอกว่ากล้องมีความละเอียดไม่สูงเท่ารุ่นท็อปตัวอื่นๆ แต่ถ่ายออกมาแล้วก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวพวกแสงและสีของภาพถึงแม้จะออกโทนซีดไปหน่อย แต่ก็อย่างว่าครับพวกรายละเอียดของภาพเนื่องจากกล้อง 1.3 ล้านพิกเซลก็เลยมีรายละเอียดภาพไม่ดีเท่าไร


LG Optimus G กล้องวีดีโอถ่ายได้สูงสุด 1080p มีฟังก์ชัน Live effect ให้ใช้งานเป็นลูกเล่นที่น่าสนใจเลยทีเดียว สามารถเปิดแฟลชช่วยเรื่องแสงก่อนถ่ายได้ ส่วนการโฟกัสไม่สามารถ Tap Focus ได้แต่เป็นแบบ Continuous Focus แทนครับ ส่วนเรื่องการถ่ายภาพนิ่งระหว่างถ่ายวีดีโอนั้นสามารถทำได้ โดยถ้าถ่ายแบบ Full HD 1080p ตัวขนาดภาพที่ถ่ายนั้นสามารถทำได้ที่ขนาด 2 ล้านพิกเซลและยังสามารถกดถ่ายภาพได้เร็วมากอีกด้วย
คุณภาพในการถ่ายวีดีโอต้องบอกว่ารายละเอียดภาพก็ยังมีจุดหยาบๆมากไปหน่อยแต่เรื่องการจับภาพเคลื่อนไหวหรือว่าปรับเปลี่ยนแสงนั้นทำได้ดีรวดเร็ว การโฟกัสแบบ Continuous นั้นก็ทำได้ค่อนข้างเร็วครับ
ระบบเสียง


โปรแกรมเพลงมีการแบ่งหมวดหมู่ชัดเจนมีการแสดงผลปกอัลบั้มค้นหาเพลงได้ไม่ยาก สามารถเลือกสร้าง Playlist เองได้


หน้า Nowplaying แสดงผลปกอัลบั้มขนาดใหญ่มีโหมดค้นหาเพลงผ่านทาง Youtube สามารถค้นหา MV ของเพลงได้ทันที ฟังก์ชันทั่วๆไปก็มีครบอย่าง Repeat และ Shuffle หรือหมวดพิเศษอย่าง Dolby Mobile นอกจากนี้ยังสามารถเลือกตั้งเสียง Effect ได้เองในโหมดตั้งค่าอีกด้วย
คุณภาพเสียงเพลงของ LG Optumus G หลังจากเปิด Dolby Mobile ต้องบอกว่าถ้าฟังผ่านลำโพงเสียงค่อนข้างดังแต่ยังไม่โดดเด่นในเรื่องเสียงมากนักฟังออกรู้เรื่องแต่ยังธรรมดาๆ แต่ถ้าฟังผ่านหูฟัง Quadbeat ที่ให้มาในกล่องพบว่าเสียงค่อนข้างดีเลยทีเดียวตัวเสียงสามารถฟังได้ชัดและลึกมากเสียง Background แยกออกเป็นชั้นได้ดีในระดับหนึ่ง สรุปคือเจ๋งครับ















