ตัวเครื่องรอบนอก

การออกแบบตัวเครื่อง Optimus G เห็นได้ชัดเลยว่า LG พยายามผสมระหว่าง Optimus 2X และ 4X HD รวมกันและยังเอาความเรียบๆสไตล์ L Series มารวมด้วยทำให้ทรงของเครื่องออกมาเรียบๆใช้วัสดุดูเงาๆพรีเมี่ยมแต่น้ำหนักเบาด้วยขอบเครื่องพลาสติก ขอบข้างๆเป็นสีเงินช่วยให้ดูมีราคาและด้านหน้าและหลังเป็นกระจกครับ สัดส่วนของเครื่องอยู่ที่ 131.9 x 68.9 x 8.5 มม. เท่าที่ลองจับดูพบว่าเครื่องดูมีน้ำหนักแต่ไม่หนักมากเกินไป โดยน้ำหนักอยู่ที่ 145 กรัม ความบางของเครื่องทำให้จับดูแล้วพอดีมือและขอบโค้งที่ด้านหลังก็โค้งรับมือพอดี ส่วนด้านหลังของตัวเครื่องที่บอกว่าเป็นกระจกแต่จับดูแล้วเหมือนแผ่นพลาสติกเลยแฮะ โดยด้านในกระจกมีการออกแบบให้มีลวดลายสะท้อนแสง

หน้าจอของเครื่องมีขนาดใหญ่ 4.7 นิ้ว สามารถใช้งานได้ถนัดเต็มหน้าจอไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป (สำหรับมือผมนะ) หน้าจอค่อนข้างสวยสมจริงสบายตาอย่างที่ LG บอกจริงๆแล้ว Font ที่ให้มานั้นดูสวยกว่าเดิม ความละเอียดหน้าจอ 1280 x 768 พิกเซล 318ppi ดูแล้วก็ยังไม่เนียนเท่าแบบ Full HD แต่ก็ถือว่าใช้ได้แล้วละครับสำหรับรุ่นท็อปคือมองแล้วไม่ได้มีรอยแตกลายงาให้เห็น


ด้านหน้าเกือบทั้งแผงเป็นกระจก Corning Gorilla Glass 2 ทั้งหมด มีขอบเงินๆรอบๆมีโผล่ให้เห็นเล็กน้อยเป็นขอบเล็กเรียวบางทำให้ดูสวยงามด้านบนมีตรา LG พร้อมด้วยกล้องหน้า, ไฟ Notification หลากสีและ Sensor ต่างๆทั้งวัดแสงและจับวัตถุ ปุ่มควบคุมต่างๆอยุ่ด้านล่างใช้เป็นปุ่มสัมผัสแบบเรืองแสงกดได้ง่ายแต่ปุ่ม Back เผลอกดโดนง่ายไปหน่อยบางทีเราเผลอไปโดนโดยไม่ได้ตั้งใจในขณะถ่ายรูป เป็นต้น



ด้านรอบๆเครื่องมุมซ้ายมีปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงและช่องใส่ MicroSIM ที่ต้องใช้เข็มในกล่องดึงออกมา ส่วนมุมขวามีปุ่ม Power/Wake อย่างเดียว ทั้ง 2 ด้านนี้เองมีขอบเงินทำให้เครื่องดูมีความเพรียวสวยงาม


ด้านบนของเครื่องมีช่องใส่หูฟัง 3.5 มม. และไมค์ตัวที่ 2 ช่วยตัดเสียงรบกวน

ด้านล่างมีช่องเชื่อมต่อ microUSB และไมค์ตัวแรกที่เอาไว้สนทนาหรืออัดเสียง มุมทั้ง 2 มีน็อตที่เห็นได้ชัดเจนคาดว่าเอาไว้แกะตอนเปิดเครื่องซ่อม



ด้านหลังของเครื่องมีกล้อง 13 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash นูนออกมาจากเครื่องเล็กน้อยทำให้เวลาวางเครื่องแล้วไม่เรียบสนิทไปกับพื้น ส่วนมุมล่างมีลำโพง Speaker อยู่ด้วย ส่วนฝาหลังของเครื่องนั้นถอดไม่ได้ครับ