คะแนนทดสอบของ LG Optimus 4X HD


ทดสอบด้วย Quadrant Standard ได้คะแนน 4424 คะแนน
ทดสอบด้วย AnTuTu Benchmark ได้คะแนน 11372 คะแนน
ทดสอบด้วย Neocore ทำไปได้ 59.4fps
รองรับ Multi Touch 10 จุดสมบูรณ์
การใช้งาน LG Optimus 4X HD


LG Optimus 4X HD มาพร้อม Android 4.0.3 ICS และครอบทับด้วย Optimus UI 3.0 มีหน้า Lock Screen แบบ Optimus L7 มีลักษณะใช้นิ้วลากหน้าจอแล้วจะเปิดออกเป็นช่องมองเห็นหน้า Home และด้านล่างจะมีเมนูลัดซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจ รวมทั้งมีแบบนาฬิกาให้เลือกมากกว่า Optimus L7 โดยเพิ่มขึ้นมาอีก 2 แบบรวมป็น 5 แบบครับ


หน้า Home Screen ไอค่อนหลักด้านล่างสามารถเพิ่มได้ถึง 6 แถวโดยสามารถแทรกลงไปได้เลย และหน้า Home Screen มีทั้งหมด 7 หน้าสามารถเพิ่มและลบออกได้เครื่องหมาย + ข้างบนขวาบนจะเข้าสู่การตกแต่งหน้า Home Screen หน้าตาแบบ Android Honeycomb และในส่วน Widget จะมีที่ LG เพิ่มขึ้นมาให้ซึ่งต่างจากตอน Optimus L7 ที่จะมีแต่ Widget เดิมๆของ ICS การสร้าง Folder ทำได้โดยลากไอค่อนมาซ้อนทับกัน สามารถตั้งชื่อและเปลี่ยนสีได้


และอย่างที่เขียนไปตอน Review LG Optimus L7 สำหรับ Optimus 3.0 UI มีจุดเด่นที่น่าสนใจสามารถตั้งค่า Transition หน้าจอได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งตามปกติ Launcher ของแบรนด์อื่นๆจะไม่มีมาให้ปรับเล่นแบบนี้


สำหรับ LG Optimus 4X HD จะมีธีมมาให้เปลี่ยนเล่นแก้เบื่อ 4 ธีมได้แก่ Optimus, Biz, Cozywall และ Marshmallow


หน้า App Drawer จะแบ่งออกเป็นแอปฯ, ดาวน์โหลด, Widget โดยตรงฟันเฟืองจะสามารถย้ายตำแหน่ง และเลือกถอนการติดตั้ง APP ได้และสามรถสร้าง Folder โดยการลากไอค่อนไปซ้อนทับกันได้เหมือนในหน้า Home และเลือกการแสดงผลได้ 2 แบบ 4 x 5 หรือ 5 x 6

แถบ Notification ในส่วนของคีย์ลัดด้านบนเลือกแสดงรายการที่ใช้เป็นประจำได้ หรือจะเลือกแสดงทั้งหมดก็ได้ครับ และสามารถลากแถบ Notification ลงมาดูในหน้า Lock Screen ได้อีกด้วย

จากที่เห็นในแถบ Notification จะมีคำสั่งพิเศษชื่อว่า QuickMemo ซึ่งจะทำให้เราสามารถเขียนบันทึกได้อย่างรวดเร็ว และสามารถวาดรูปและเขียนข้อความไปบนหน้าจอมือถือได้ในแทบจะทุกเมนู และปรับเปลี่ยนลายเส้นและสีที่จะเขียนได้ตามใจชอบ ผมว่าเทรนการเขียนหน้าจอมาแรงนะเนี่ย ซึ่งในตอนขายจริงเจ้า LG Optimus 4X HD ก็จะมีปากกา Capacitive แถมมาให้ด้วยครับ


สามารถแชร์ WIFI Hotspot และรองรับ WIFI Direct, Smart Share (DLNA) และแน่นอนว่ามี NFC ครับและสามารถเลือกการเชื่อมต่อเมื่อต้องต่อกับคอมพิวเตอร์ รองรับ Gesture ได้นิดหน่อยอย่างแตะไอค่อนค้างแล้วเอียงเครื่องเพื่อเลื่อนหน้าการจัดวางไอค่อน เมื่อมีสายเข้าก็ให้คว่ำเครื่องลงเพื่อปิดเสียง เมื่อนาฬิกาปลุกดังก็คว่ำเครื่องเพื่อหยุดเสียปลุก และพลิกเครื่องขณะเล่นวีดีโอเพื่อให้หยุดชั่วคราว รวมๆก็ให้มาไม่ค่อยเยอะครับธรรมดาๆนะ


ในหน้า Keypad สามารถเดาเบอร์โทรศัพท์และสมุดโทรศัพท์ก็จะซิงค์ข้อมูลกับ Gmail และเครือข่าย Social ที่เราใช้บริการอยู่ สามารถเข้าไปอ่าน Facebook ของเพื่อนเราผ่านทางสมุดโทรศัพท์ได้เลย ซึ่งมันก็จะเชื่อมต่อไปอ่านใน App อีกทีครับ

คีย์บอร์ดสำหรับภาษาไทยจะเป็นแบบ 3 แถวการพิมพ์แบบวนไม่ต้องกด Shift ส่วนตัวผมถนัดครับ แบบนี้ผมว่าพิมพ์ได้เร็วดีนะ แต่ก็ชอบคีย์บอร์ด ManMan เหมือนกันครับ (ผมว่ามันออกแบบมาดีนะ เอาไปลงบน Tablet ก็ยังใช้ได้ดีครับถ้าชอบก็ไปโหลดฟรีได้จากใน Play Store ได้เลยหรือจะเลือกแบบอื่นๆมาลองก็ได้ครับมีเพียบ)

ปฏิทินแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วนด้านบนแสดงรายเดือน ส่วนด้านล่างเลือกแสดงรายวันหรือสัปดาห์และเลือกดูนัดหมาย สามารถเลื่อนดูไปมาได้อย่างสะดวก ส่วนการลงรายละเอียดและเตือนความจำก็ละเอียดดีมากตามมาตราฐานครับ

Email แน่นอนว่าใช้งานได้ดีตามมาตรฐานครับ ไม่มีอะไรหวือหวา