การใช้งานด้านโทรศัพท์
รายละเอียดตัวเครื่อง
– ขนาดตัวเครื่อง 106 x 53.5 x 12 มิลลิเมตร, น้ำหนัก 90 กรัม
– รองรับเครือข่าย GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz, HSDPA 900 / 2100
– หน้าจอสัมผัสแบบ TFT resistive touchscreen 256K สี ความละเอียด 240 x 400 พิกเซล ขนาด 3.0 นิ้ว
– เซ็นเซอร์หมุนหน้าจออัตโนมัติ (Accelerometer sensor)
– เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะ (Proximity sensor)
– อินเตอร์เฟสการใช้งานแบบ Flash UI
– หน่วยความจำเครื่อง 40MB เพิ่ม microSD card ได้สูงสุด 16GB
– บันทึกรายชื่อได้ 1,000 รายชื่อ พร้อมใส่ภาพถ่ายสายเรียกเข้าแต่ละบุคคลได้
– เก็บบันทึกการใช้งานโทรศัพท์ 100 เบอร์โทรออก, 100 เบอร์รับสาย และ 100 เบอร์ไม่ได้รับ
– ระบบเชื่อมต่อ WiFi 802.11 b/g, Bluetooth V2.1 รองรับ A2DP (ชุดหูฟังบลูทูธสเตอริโอ), microUSB V2.0, 3G-HSDPA 7.2 Mbps, EDGE & GPRS
– เว็บบราวเซอร์ xHTML, HTML, WAP 2.0 Browser
– ส่งข้อความ SMS, MMS, Email, Push Mail พร้อมโปรแกรม Social Network ครบครัน
– กล้องดิจิตอล 3.15 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพสูงสุด 2048 x1536 พิกเซล, วิดีโอ QVGA 30 เฟรมต่อวินาที
– เครื่องเล่นเพลง MP3 / WMA / AAC (รองรับระบบ Music ID), เครื่องเล่นวิดีโอ MP4 / H.263, วิทยุ FM Stereo + RDS
– ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร พร้อมระบบเสียง Dolby Mobile
– โปรแกรมอ่านเอกสาร (Office viewer)
– รองรับแอปพลิเคชั่นจาวา (Java MIDP 2.1)
จากสเปคตัวเครื่องเห็นได้ชัดว่า LG KM555 นอกจากจะเหนือกว่า LG Cookie Plus 3G ในเรื่องของการออกแบบ, การเชื่อมต่อแบบ WiFi แล้ว ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับระยะ เปิด/ปิด หน้าจออัตโนมัติ และการถ่ายวิดีโอที่เยี่ยมยอดกว่าครับ นอกจากนี้ด้วยความที่ LG KM555 นั้นเป็นหนึ่งในทัชโฟนที่เน้นทางด้านมิวสิค จึงเหนือกว่าด้วยระบบเสียงแบบ Dolby Mobile
สำหรับฟีเจอร์โฟนราคา 6,100 บาท กับสเปคเครื่องด้านบน คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากครับ ว่ามันจะคุ้มแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเชื่อมต่อ, มัลติมีเดีย หรือรูปทรงภายนอก แม้แต่ด้านการใช้งานทั่วไปยังครอบคลุมแทบหมด เล่นเอาตัว Cookie Plus 3G เพื่อนร่วมค่ายดูหมองไปเลยทีเดียว แต่ผมมองว่ารายหลังนั้นเน้นไปทางด้านแฟชั่นมากกว่า โดยมีให้เลือกใช้ถึง 3 สีเลยทีเดียว แต่ราคาเปิดตัวนั้นใกล้เคียงกันจริงๆ 5,990 บาทครับ อีกรุ่นที่ต้องพูดถึงคือ Samsung Monte ซึ่งเป็นฟีเจอร์โฟนที่มีความสามารถใกล้เคียงกันที่สุด แต่รุ่นนี้จะเด็ดกว่าในเรื่องของหน้าจอ Capacitive และมี GPS เพิ่มขึ้นมา แต่ก็มีราคาเปิดตัวที่สูงกว่าโดยมีราคา 7,990 บาท ดังนั้นหากใครที่ไม่ได้พิศวาสหน้าจอ Capacitive เป็นพิเศษ และไม่ได้ใช้งาน GPS ผมคิดว่า LG KM555 นั้นจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้มากที่สุดครับ อีกอย่างการใช้งาน GPS บน Google Maps นั้นยังต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไปด้วยครับ
หน้าจอระบบสัมผัส
เสียดายไม่ใช่หน้าจอแบบ Capacitive แต่หน้าจอของ LG KM555 ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด แม้จะเป็นหน้าจอสัมผัสแบบ TFT resistive touchscreen 256K สี แต่ตัวแผ่นหน้าจอก็มีเคลือบกันรอยอย่างดีมาให้ครับ รอยขีดข่วนที่ไม่ได้ตั้งใจนั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ หน้าจอมีขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 240 x 400 พิกเซล จะนิ้วมือ หรือเลือกใช้ปากกาสไตลัสก็แล้วแต่สะดวก (น่าแปลกที่ในกล่องไม่ได้แถมปากกามาให้) ตัวหน้าจอมีเซ็นเซอร์หมุนหน้าจออัตโนมัติ (Accelerometer sensor) มาให้ แถมด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับระยะ (Proximity sensor) สำหรับปิดหน้าจอเมื่อโทรศัพท์แนบหูครับ เป็นอีกจุดที่เด่นกว่าตัว Cookie Plus 3G และตัว Monte ด้วยเช่นกัน
การใช้งานโดยรวมแล้วระบบสัมผัสค่อนข่างไว และแม่นยำครับ การใช้งานกลางแจ้งปัญหาเรื่องแสงสะท้อนก็ยังไม่มากนัก สามารถสู้แสงแดดได้ดีตามสไตล์จอ TFT ตัวอักษรต่างๆ ก็ยังอ่านได้ดี ขนาดพอดีๆ ครับ การสัมผัส ลากเลื่อน สำหรับเมนูของ Flash UI ทำได้ดีมากๆ เลยทีเดียว เพราะในบางรุ่นที่ผ่านๆ มามักจะพบอาการหน่วงๆ ไม่ค่อยสมูทครับ