บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ (1/2)
| บอกเล่าใช้งานด้านโทรศัพท์ ด้านโทรศัพท์ รายละเอียด – ความยาว x ความกว้าง x ความสูง : 109 x 54.5 x 15.9 มม. – น้ำหนัก 139 กรัม – หน้าจอ TFT จอสัมผัสแบบ Resisitive 2 แสนกว่าสี (แต่แสดงผลสีได้แค่ 6.5 หมื่นกว่าสี) ความละเอียด 320 x 480 พิกเซล ขนาด 3 นิ้ว – ระบบปฏิบัติการ Android 1.5 Cupcake – CPU Qualcomm MSM 7200A 528 MHz – หน่วยความจำ Rom 512 MB และ Ram 256 MB – หน่วยความจำภายใน 155 MB รองรับ microSD – รองรับ 3G ความถี่ 900/2100 HSDPA 7.2 Mbps และรองรับ HSUPA – รองรับ A-GPS – กล้องถ่ายรูป 5 ล้านพิกเซล ออโตโฟกัสแบบ Touch Focus – แบตเตอรี่ Li-Po1,500 มิลลิแอมแปร์ ![]() เจ้าตัวนี้มันเกิดมาเป็น Android 1.5 Cupcake ยุคแรก ๆ (ที่ดีกว่า HTC Magic) นั่นแสดงว่าเราคงต้องมาหาสเปค Android 1.5 ในท้องตลาดด้วยกันเสียแล้ว อ้อนั่นไงเจอแล้ว Samsung Spica และ HTC Hero ซึ่งถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยงในตลาด LG GW620 อย่างน้อยก็มี CPU ที่เท่าเทียมกับ HTC Hero แต่มันไม่อาจจะไปฟัดสู้กับ Samsung Spica ที่มีพลัง CPU 800 MHz แต่ทั้งคู่ก็มีจุดเด่นที่ความรวดเร็วในการใช้งาน แต่ถามว่ามันมีสปีดห่างชั้นกันมากเลยหรือเปล่าต้องตอบว่าไม่ได้ห่างกันมากขนาดนั้นครับ LG GW620 ก็ทำหน้าที่ได้ดีในระดับใช้ได้ ความไว้ในการสัมผัสที่ถือว่าดี ไม่อืดจนเกินไป เพียงแต่ถ้าไปเทียบกับ HTC Hero แม้จะใช้ CPU ตัวเดียวกันแต่ความไวการใช้งานของมันดีกว่า LG GW620 ในหลาย ๆ ด้าน อย่างน้อย ๆ ปัจจัยชนิดหน้าจอก็ต่างกันมากแล้วเพราะของ HTC Hero เป็นจอแข็ง Capacity ที่ยืดหยุ่นกับการใช้งาน Android มากกว่าแบบจอนิ่ม Resistive แต่ถ้าพูดถึงความไวระหว่าง Samsung Spica และ LG GW620 แล้วล่ะก็ยังไง LG GW620 ก็ต้องแพ้เขาครับ เพราะ Samsung Spica ได้ CPU ที่แรงกว่า ส่วนสเปคอื่น ๆ นอกนั้นก็ไม่แตกต่างจนเป็นนัยยะสำคัญเสียเท่าไรนะครับ แต่ที่เหมือน ๆ กันก็คือความจุแบตเตอรี่ที่มากพอดูเหมือนกัน
![]()
Interface
![]() มุมมองของผมมองว่าทั้ง LG และ Samsung ยังไม่อาจจะทุ่มการพัฒนา Android ทั้งหมดใจสัก 80% หรอกครับ อย่างน้อย Samsung เขาก็มีระบบปฏิบัติการ bada ของตัวเองหรือ LG ดูวี่แววแล้วลงหลักปักฐานกับ Windows Phone ไปด้วยพร้อมกันและต้องรอดูท่าทีว่าระบบปฏิบัติการตัวไหนจะประสบความสำเร็จมากกว่ากัน แต่ใช่ว่า LG จะทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตนเองก็คืออินเตอร์เฟซ S Class UI ทิ้งไว้ไกล ๆ แต่ขอเบรคเอี๊ยดเสียงดังมิได้หมายความว่า LG จะนำ S-Class UI มาครอบทับนะ เพียงแค่เปลี่ยนไอคอน Android 1.5 Cupcake นุ่ม ๆ ให้กลายเป็นไอคอนแบบ S-Class UI ซะงั้น เอาเป็นว่าเราได้สัมผัสความคลาสสิคของ Android 1.5 Cupcake ดั้งเดิมของมัน บางครั้งผมก็คิดว่าบางจุดของมันก็เชย ๆ นะครับ แต่อย่าเพิ่งตายใจ LG ก็ปรับปรุงอินเตอร์เฟซบางส่วนที่สวยกว่า Android ดั้งเดิมเสียอีก
![]() หึหึ ใครจะว่าอะไรก็ว่าแต่ LG GW620 ชูจุดเด่นที่ Android อื่นไม่มีแน่นอนคือ ติดตั้งภาษาไทยในระบบปฏิบัติการตั้งแต่จากโรงงานเลย หรือติดตั้งไว้ใน Root ตัวระบบเลยทีเดียวล่ะ ทำให้ผู้ที่อยากลองใช้ Android สามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้นครับ เฮ ส่วนความรวดเร็วในการใช้งานขอบอกว่าความรวดเร็วใช้ได้ แต่ก็ยังจะช้ากว่า HTC Hero และ Samsung Spica ไปเล็กน้อย และจุดติประการสำคัญคือเมนูหลักที่อยู่ในลิ้นชักด้านล่างไม่ได้จัดเรียงหมวดหมู่เอาไว้เท่าไร ทำให้มันดูระเกะระกะพอสมควรครับ
![]() เอาล่ะ เรามาไล่ดูรายละเอียดกันดีกว่า Homescreen ก็มีให้มา 3 หน้าจอซ้ายสุดเป็นหน้าที่มีช่อง Google Search ส่วนอีก 2 หน้าจอที่เหลือนั้นคุณสามารถวางไอคอนตามใจคุณได้ ไอคอนที่คุณสามารถวางไว้บนหน้า Homescreen การปรับแต่งหน้าจอเพียงแค่แตะค้างบริเวณใดบริเวณหนึ่งของหน้าจอ หน้าต่างจะเด้งดังต่อไปนี้ -Shortcut ไอคอนลัดเพื่อเข้าสู่ Application, Bookmark เว็บไซต์, รายชื่อที่เราติดต่อหาบ่อย, Music Playlist จุดเด่นของ Android คือการมีเมนูแอบซ่อนเอาไว้ช่วยเหลือฟีเจอร์ที่คุณกำลังใช้เพียงแค่กดปุ่มตรงกลางเท่านั้น ซึ่งเมนูนี้มันก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เราครับ
![]() และอีกหน้าจอ Homescreen อีกแบบหนึ่งคือ LG Homescreen ซึ่งก็มีหน้าต่าง Homescreen ถึง 3 หน้าจอแต่มันสามารถหมุนวน และเพิ่มแถบลัดด้านล่างสุด 4 ไอคอนมาตรฐานแบบ S-Class UI และเมนูหลักก็เป็นแบบปกติธรรมดาไม่ใช่แบบลิ้นชัดเหมือน Android ซึ่ง LG แบ่งหมวดหมู่เมนูหลักได้ดีทีเดียวครับ ไม่ปะปนมั่ว ๆ แบบของเดิม |





