บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ (1/2)
| การใช้งานด้านโทรศัพท์ รายละเอียดตัวเครื่อง – ขนาดตัวเครื่อง 115.5 x 61 x 12.6 มิลลิเมตร, น้ำหนัก 96.5 กรัม – รองรับเครือข่าย GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz – หน้าจอสัมผัสแบบ TFT-LCD 256K สี ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล ขนาด 2.4 นิ้ว – แป้นพิมพ์ Full QWERTY – หน่วยความจำเครื่อง 14MB เพิ่ม microSD card ได้สูงสุด 4GB – บันทึกรายชื่อพร้อมใส่ภาพถ่ายสายเรียกเข้าแต่ละบุคคลได้ – ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth V2.1 รองรับ A2DP (ชุดหูฟังบลูทูธสเตอริโอ), microUSB V2.0 – เว็บบราวเซอร์ HTML, WAP 2.0 Browser – ส่งข้อความ SMS, MMS, Email รองรับ Push Email – รองรับโปรแกรม Facebook – กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพสูงสุด 1600 x 1200 พิกเซล, วิดีโอ QCIF 15 เฟรมต่อวินาที – เครื่องเล่นเพลง MP3, เครื่องเล่นวิดีโอ MP4 / H.263, วิทยุ FM Stereo – ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร – รองรับแอปพลิเคชั่นจาวา (Java MIDP 2.0) – แบตเตอรี่ Li-Ion 900 mAh ![]() สเปคเครื่องของ LG Wink Cool ดูๆ ไปก็ยังหาจุดเด่นเฉพาะตัวไม่ได้นอกจากตัวแป้นพิมพ์ Full QWERTY คีย์บอร์ดครับ อื่นๆ ยังดูธรรมดาแบบมาตรฐานทั่วๆ ไป แต่ต้องอย่าลืมว่า LG Wink Cool คือฟีเจอร์โฟนระดับล่าง ที่ราคาถูกเน้นเอาใจกลุ่มวัยรุ่นที่อยากตามกระแส และต้องการท่องโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่แอพพลิเคชั่นด้านโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ติดมากับเครื่อง LG Wink Cool นั้นกลับมีแค่ Facebook เพียงอย่างเดียวเท่านั้นครับ อื่นๆ จำเป็นจะต้องเข้าไปดาวน์โหลดเพิ่มเติมกันเองที่ LG Application ที่ต้องเข้าผ่านตัวบราวเซอร์ และ LG Wink Cool นั้นก็ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านทาง EDGE&GPRS เท่านั้นด้วย แต่ผมคิดว่าเพื่อนๆ ที่คิดจะเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ คงต้องมีโปรโมชั่น EDGE เป็นทุนเดิมอยู่แล้วแน่ๆ ครับไม่เช่นนั้นหมดสิทธิ์ ดังนั้นการจะเข้าไปดาวน์โหลดเพิ่มเติมจาก LG Application คงไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่ ![]() อื่นๆ ก็มีมาให้ครบตามมาตรฐาน และคุ้มค่าสำหรับฟีเจอร์โฟนระดับล่าง นำโดยเลนส์กล้อง 2 ล้านพิกเซลพร้อมกระจกเงา, เครื่องเล่นเพลงและวิดีโอ, วิทยุ FM และยังรองรับจาวาแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่รวมถึงเกมเด็ดๆ ด้วยครับ จะฟังเพลงก็มีช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรให้ใช้งานอีกต่างหากครับ หน้าจอแสดงผล ![]() หน้าจอของ LG Wink Cool มองด้วยสายตาก็รู้สึกว่าคมชัด สีสันก็จัดดีตั้งแต่แรกเห็นครับ แม้ว่าจะเป็นหน้าจอมาตรฐานธรรมดาๆ TFT-LCD 256K สี และมีความละเอียดมาตรฐาน 240 x 320 พิกเซล ขนาดกว้าง 2.4 นิ้ว แต่ในด้านการแสดงผลต้องยอมรับว่าดีเกินคาดครับ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะอินเตอร์เฟสที่ทำมาเหมาะสมกับตัว LG Wink Cool มากๆ นั่นเอง การควบคุมของหน้าจอส่วนใหญ่ก็จะเป็นชุดปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง แต่การป้อนข้อความต่างๆ ก็ต้อง QWERTY คีย์บอร์ดอยู่แล้ว ![]() นอกจากหน้าจอจะสีสดชัดเจนแล้ว ความสว่างของหน้าจอก็เป็นอีกจุดเด่นของ LG Wink Cool เพราะทดลองใช้กลางแจ้งหน้าจอก็ยังแสดงผลให้มองเห็นได้ชัดเจนไร้ปัญหาครับ แม้จะรู้สึกถึงแสงสะท้อนอยู่เล็กน้อยก็เถอะ User Interface อินเตอร์เฟสมาตรฐานของ LG แต่ดูๆ ไปก็มีส่วนคล้ายกับตัว Flash UI บนทัชโฟนหลายๆ ตัวของ LG ครับ เพราะกราฟิคต่างๆ ของอินเตอร์เฟสบน LG Wink Cool จะเป็นลักษณะเดียวกัน ดังนั้นแน่นอนว่ามันต้องดูดีครับ แม้จะเป็นฟีเจอร์โฟนราคาถูก แต่อินเตอร์เฟสการใช้งานก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดครับ LG Wink Cool จะมีในส่วนของ TaskSwitcher มาให้ใช้งานอีกด้วย โดยมีเป็นปุ่มใต้ปุ่มซอฟท์คีย์ซ้ายครับ ทำให้เราสามารถสลับเปลี่ยนแอพพลิเคชั่นที่เปิดใช้อยู่ไปมาได้สะดวกดีเหมือนกับบนสมาร์ทโฟนหลายๆ ตัว หรือบางตัวยังทำไม่ได้เลยนะ นอกจากนี้ตัวอินเตอร์เฟสยังสามารถเลือกเปลี่ยนธีมสี (ขาว / ดำ) และเปลี่ยนหน้าโฮมสกรีนเป็นภาพพื้นหลังต่างๆ หรือจะใช้ตัว LiveSquare ดั้งเดิมของ LG ก็ได้ ตัวหน้าจอยังมีให้ปรับในส่วนของขนาดฟอนต์ตัวอักษรต่างๆ และขนาดฟอนต์เวลาโทรออก, ปรับความสว่าง และระยะเวลาแสดงไฟแบ็คไลท์ ทั้งนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลของเมนูระหว่าง กริด และลิสต์ได้อีกด้วยนะ ตัวเมนูหลักของ LG Wink Cool แสดงผลด้วยไอคอนสวยๆ สีสันโดนๆ ทั้งนั้นครับ ฟันธงว่าวัยรุ่นหลายๆ คนคงถูกใจกันพอสมควรเลยล่ะ |



