LG GW305 Wink Cool

โดย shyboy | 4 พฤศจิกายน 2553 เมื่อ 04:20 น. | อ่าน 930

บอกเล่ารูปทรง

บอกเล่ารูปทรง

แรกเห็นดูไม่โดดเด่นเท่าไหร่ครับ บอกตามความรู้สึกคือมันดูเหมือน QWERTY โฟนทั่วไปที่หาดูได้เต็มไปหมด แต่พอได้สัมผัสดูแล้วก็รู้สึกแตกต่างกับอินเตอร์เฟสภายใน และการกดใช้งานของปุ่มก็ดูสะดวกดีมากครับ ปุ่ม Full QWERTY ดูใหญ่ ออกแบบนูนๆ กดง่าย ที่น่าสนใจคือนอกจากจะมีปุ่มควบคุมแบบ 5 ทิศทาง ตัว LG Wink Cool ยังมีปุ่ม TaskSwitcher มาให้ด้วยนะ

ตัวเครื่องยังออกแบบมาในสไตล์สีทูโทน ดำ-เทา ออกหรูๆ เฉียบๆ ตัวเครื่องมีงานประกอบเยี่ยมครับ แน่นทุกมุม ปุ่มต่างๆ ก็แน่นดีไม่มีหลวมโครงเครง แต่วัสดุนั้นก็เป็นพลาสติกแบบธรรมดาทั่วไป เป็นธรรมดาสำหรับโทรศัพท์มือถือในกลุ่มระดับล่างที่ราคาเพียงสามพันนิดๆ เท่านั้น สำหรับ LG Wink Cool นั้นมีขนาดตัวเครื่องวัดโดยรอบ 115.5 x 61 x 12.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักรวมแบตเตอรี่ 96.5 กรัม จับถือถนัด ความรู้สึกเหมือนถือแบล็คเบอรี่ซะอย่างงั้น

ด้านหน้า

ด้วยความที่มันคือ QWERTY โฟน รูปร่างหน้าตาก็คงจะแปลกไปกว่านี้ได้ค่อนข้างยากครับ พื้นที่ส่วนใหญ่ของด้านหน้าก็ต้องเป็นชุดแป้นพิมพ์ QWERTY ซะครึ่งนึง อีกครึ่งก็ต้องเป็นหน้าจออยู่แล้ว ส่วนเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นแผงปุ่มควบคุมนี่ล่ะ ซึ่งตัว LG Wink Cool ก็ทำออกมาได้ดีครับ แผงปุ่มเป็นโทนสีเทาเมทัลลิคมาพร้อมปุ่ม โทรออก-วางสาย และซอฟท์คีย์ทั้งสองข้าง รวมถึงปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง พร้อมปุ่มยกเลิก และล็อคโทรศัพท์ครับ แต่ที่พิเศษกว่าคือปุ่ม TaskSwitcher ที่ทำออกมาให้ใช้กันง่ายๆ เลย

บนสุดยังเป็นโลโก้ LG และช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาก็หน้าจอตามเคย มีพลาสติกเคลือบหน้าจอมาได้ดีพอควร ล่างสุดก็เป็นแป้นพิมพ์ QWERTY ที่ออกแบบมาปุ่มขนาดใหญ่กดง่าย และแน่นหนาดีมากครับ ปุ่มส่วนใหญ่ของตัว QWERTY โฟนจะถูกใช้งานหนักเป็นธรรมดา สกรีนต่างๆ ของปุ่มจึงลอกกันเป็นปกติ ไม่แน่ใจว่าตัว LG Wink Cool จะทนทานได้สักแค่ไหนกัน

ด้านซ้าย

ด้านซ้ายมีปุ่มปรับเสียง และช่องใส่ microSD card

ด้านขวา

ด้านขวามีเพียงปุ่มชัตเตอร์กล้องเท่านั้น ใช้เป็นปุ่มลัดเข้าเมนูกล้องเหมือนเคย

ด้านบน

ด้านบนนั้นมีให้ทั้งช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และช่องเสียบ micro USB ที่มาพร้อมฝาปิดอย่างดี สุดท้ายยังมีช่องสำหรับใส่สายคล้องโทรศัพท์ให้อีกด้วย

ด้านล่าง

ด้านล่างเรียบๆ ไม่มีอะไรเลยครับ เพราะช่องไมโครโฟนอยู่ใต้แป้นพิมพ์ QWERTY นั่นเอง

ด้านหลัง

ด้านหลังค่อนข้างโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยช่องลำโพงแบบลายดอกไม้ พร้อมด้วยเลนส์กล้องและกระจกเงา โดยตัวฝาหลังมีขนาดใหญ่เป็นแผ่นเดียวบนด้านหลัง บนสุดมีปุ่มสำหรับปลดล็อคฝาหลังด้วย แค่กดฝาก็เด้งออก สะดวกมากๆ เลยทีเดียวล่ะ ใต้ฝาหลังก็มีแค่แบตเตอรี่ โดยยังมีช่องใส่ซิมการ์ดอยู่ใต้แบตเตอรี่อีกทีครับ

สรุปการออกแบบ
หากพูดเทียบกับโทรศัพท์มือถือตัวอื่นๆ ในตลาด LG Wink Cool คงจะดูธรรมดาไปเพราะมันคือฟีเจอร์โฟนราคาถูกที่เน้นกลุ่มวัยรุ่นมากกว่า แต่เมื่อมองที่ราคาตัวเครื่องที่เปิดตัวมา 3,290 บาท ต้องบอกว่าคุ้มค่าพอตัวเลยล่ะ งานประกอบแน่นหนาใช้ได้เลย ส่วนวัสดุก็ต้องทำใจเป็นธรรมดา บางทีสมาร์ทโฟนหลายๆ ตัวที่ราคาโหดกว่านี้ยังมีวัสดุแบบเดียวกันเลยครับ มองดูง่ายๆ ผมคิดว่าการออกแบบทุกอย่างของ LG Wink Cool ก็ดูลงตัวดี

About Author

shyboy

shyboy

Partners