บอกเล่ารูปทรง
![]()
เริ่มด้วยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก่อน นั่นคือสีสันของตัวเครื่อง Cookie Plus นี้มีตัวเครื่องให้เลือก 3 สี คือ ดำ ขาว และ ม่วง ซึ่งสีดำที่เราได้นำเสนอนี้ จะมีผิวสัมผัสแบบด้าน ส่วนสีขาว และ แดง จะมีผิวสัมผัสที่เงาหน่อยๆ แต่ไม่ใช่เงาจนเป็นรอยนิ้วมือง่ายๆ โทนสีขาวจะออกแนว White Pearl หน่อยๆ ซึ่งส่วนตัวของผมเองค่อนข้างชอบมาก ![]() วัสดุที่ใช้เป็นพลาสติก ที่ค่อนข้างมีผิวสัมผัสที่ค่อนข้างสบายมือ ซึ่งการประกอบค่อนข้างแน่นหนา และ ฝาหลังที่ปิดสนิท น้ำหนักค่อนข้างเบา เรื่องรูปทรง Cookie Plus เครื่องนี้ จะมีการออกแบบที่ค่อนข้างแตกต่างกับ Cooke Fresh หรือ Cookie รุ่นอื่นๆ แต่ละรุ่นจะมีเอกลักษณ์เฉพาะไป อย่างรุ่น Fresh ที่มีคอนเซปความสนุกสนาน จึงมีการเล่นสีสันหลายๆโทน แต่สำหรับ Cookie Plus นี้ จะเน้นความ Modern เพราะได้ชูจุดเด่นทางด้าน 3G จึงมีการออกแบบที่มีความโค้งมน คล้ายไข่ ที่โค้งไปหมดทั้งขอบเครื่องทั้งสี่ด้าน และ บริเวณหน้าจอ ว่าแต่ว่าสมัยนี้เขาเน้นจอแบนแล้วน๊าาาา แต่ไม่เป็นไร มันน่ารักและใช้งานสะดวกดี 🙂 (มองไปมองมา อาจจะดูคล้าย Smart Phone รุ่นนึง ^^) ![]() ตัวเครื่องมีขนาดไม่หนาเลย และรอบๆตัวเครื่องมีการใช้แถบทีเทาอ่อน ทั้ง 4 ด้านของเครื่อง เพื่อเพิ่มความสวยงาม ให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น โดยแถบนี้นอกจากจะช่วยเรื่องการออกแบบแล้ว ยังทำให้เราเห็นปุ่มกดรอบๆตัวเครื่องได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ด้านหน้า แน่นอนที่สุด รุ่นนี้เป็น 3G และยังรองรับ Video Call อีกตะหาก ด้านบนเหนือหน้าจอแบบ Touch screen ขนาดใหญ่ตรงกลาง ก็จะเป็นกล้องดิจิทัลขนาดเล็กอยู่ด้านบนจอ ด้านบนสุดเป็นช่องลำโพงสำหรับสนทนา และ Loud speaker (ตามสไตล์มือถือเกาหลี ชอบใช้ลำโพงเดียว) ซึ่งตกแต่งช่องลำโพงด้วยตะแกรงโลหะ (เป็นการเก็บรายละเอียดที่ดีมาก) โลโก้ LG ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก ![]() แต่ก็เห็นได้ชัดเจน ส่วนด้านล่างเป็นปุ่มกด รับสาย เมนูลัด และ วางสาย โดยปุ่มออกแบบมาได้กลมดิ๊ก เข้ากับการออกแบบโค้งมันของตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี ซึ่งปุ่มกดทั้ง 3 ปุ่มนี้ มีการตกแต่งด้วยสีเงิน ให้เข้ากับการตัดสีเทาอ่อนรอบๆตัวเครื่อง น้ำหนักปุ่มอาจจะแข็งไปสักนิด แต่ให้ความแข็งแรงค่อนข้างสูงทีเดียว (ไม่ต้องกลัวว่าเผลอกดถูก) ![]() ด้านบน ตัวเครื่องมีปุ่มสำหรับ Lock/Unlock หน้าจอ และ ปุ่มกด ช่องต่อหูฟังแบบ 3.5mm และ รูร้ายสายคล้องคอ ![]() ด้านขวาล่าง เป็นปุ่มชัตเตอร์ และ เข้าเมนูกล้องถ่ายภาพ เป็นปุ่มแบบจังหวะเดียว ไม่สามารถใช้งาน Auto Focus wfh ![]() ด้านซ้ายบน เป็นปุ่มปรับระดับเสียงขึ้น-ลง ด้านล่างเป็นช่องเปิดพอร์ต micro USB สำหรับเสียบสายชาร์จ และ ต่อกับคอมพิวเตอร์ ที่ฝาปิดสามารถหมุนมาอีกทางหนึ่งได้ ![]() ด้านล่าง แน่นอนที่สุดขาดไม่ได้ นั่นคือ ไมโครโฟนนั่นเอง ![]() ด้านหลัง จะเป็นส่วนของฝาครอบแบตเตอร์รี่ไปถึง 90% โดยบนฝาปิดนั้น จะมีช่องให้กล้องสามารถโผล่ออกมาได้ ซึ่งพลาสติกที่ใช้ทำฝาหลังนั้น เป็นแบบเดียวกับที่ใช้ทำตัวเครื่องด้านหน้า จึงมีความกลมกลืนอยู่พอสมควร ![]() ที่รอบๆกล้องถ่ายรูปนี้ จะตกแต่งด้วยโครเมียมพิมพ์ลายนูน พร้อมกำกับว่า 3.0 MEGA ให้รู้กันไปเลย ว่ากล้องชัดจริงๆนะตัวเธอ แต่สิ่งที่ขาดไปสองสิ่งนั่นคือ กระจกเล็กๆไว้ถ่ายตัวเอง และ ไฟแฟลชส่องสว่าง ![]() ด้านล่าง ฝาหลัง มีโลโก้ LG พร้อมลูกศรเล็กๆ เพื่อบอกว่า ถ้าเราจะเปิดฝา เราต้องดันขึ้นบนนะ ไม่งั้นมันจะไม่เปิด 🙂 เมื่อเปิดฝาหลังออกมา แน่นอนว่าต้องพบกับแบตเตอร์รี่พิมพ์ลายดอกไม้ ช่องใส่ Simcard และ Memory card แบบ Micro SD ![]() |











