
|
Review : LG GM730 Eigen ลองมือถือ Windows แบบ S-Class ดูไหม Articles by Platform ([email protected])
เท่าที่จำความได้แบรนด์ LG Mobile สมัยนู้นราวปี 2002 ตอนนั้นถือว่ายังเป็นรองยักษ์ใหญ่จนถึงยักษ์กลางจำพวก Nokia, Motorola, Sony Ericsson, Siemens แม้กระทั่งคู่แข่งสัญชาติเดียวกันอย่าง Samsung อยู่มากเพราะช่วงนั้นบริษัทแม่และในไทยยังไม่ขยายธุรกิจสายงานมือถือเท่า Samsung ที่นำหน้าไป 2 ก้าว
มือถือรุ่นแรก ๆ ที่ทำตลาดในไทยเป็นมือถือจอสี STN บาร์ไทป์ W5300 รูปร่างหน้าตาคล้าย ๆ Nokia 3350 ไม่น้อยเลยครับ นั่นคือช่วงแรกที่จำความได้มือถือรุ่นนั้นก็ไม่ได้สร้างความทรงจำที่ดีแต่อย่างใด ตอนนั้นคนยังมองว่าแบรนด์ LG เป็นสินค้าเกรดรองอยู่ แค่รูปร่างหน้าตาก็เหมือนคนอื่นแล้วผู้ใช้จะคิดเช่นนั้นก็ไม่แปลกครับ
คาบเกี่ยวช่วงเวลาเดียว Samsung ลบภาพลักษณ์ความเป็นมือถือเกรดกลางๆ ออกไปได้อย่างสนิทใจ อาศัยช่วงเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างระบบอะนาล็อคและระบบดิจิตอล แน่นอนพวกเขาซุ่มวางแผนที่พัฒนามือถือสู่ดิจิตอลอย่างเต็มที่ และเกาะกระแสความเปลี่ยนแปลงเป็นค่ายแรก ๆ พร้อมกับเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าผ่านช่วงเทศกาลกีฬาโอลิมปิคด้วยสโลแกนติดหูเล็กน้อยว่า “Digiall” หรือ “มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรา”
Samsung แจ้งเกิดในวงการมือถือสำเร็จด้วย T100 Truei มือถือฝาพับจอสี TFT ที่ดีที่สุดเสียงริงโทน Polyphonic ไพเราะกว่า Monotone มาก จนมาถึง E700 ที่มาแรงมากส่งผลให้ยักษ์ใหญ่ต้องหันมาเหลียวมองอย่างไม่ประมาท นี่คือช่วงโอกาสที่ดีที่ LG จะต้องเป็นผู้ตามที่ดีเก็บเกี่ยวกระแสฝาพับจอสวยให้ทันเวลา
รุ่นที่หลายคนน่าจะพอจำได้คือ G7100 และ T5100 หน้าจอพับไปมาได้ ดีไซน์ถือว่าดูสวยหรูกว่าคู่แข่งสัญชาติอื่นจนเซียนมือถือนิยามให้เลยว่า เกาหลีทำมือถือฝาพับสวย จอสวย เสียงเพราะ
แม้ LG จะไม่ทุ่มงบประมาณทำตลาดมากเหมือน Samsung เพราะนโยบายจากบริษัทแม่ยังไม่สั่งลุยก็ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตลาดมือถือในไทยไปเรื่อย ๆ เสียก่อน เก็บทุนรอนเอาไว้บุกตลาดจริงจังก็ยังไม่สายเกินไปนัก ประกอบกับภาพลักษณ์มือถือ LG ในสายตาคนไทยค่อย ๆ ดีขึ้นทีละนิดจนคนเข้าใจว่า LG เป็น Global Brand เหมือนคู่แข่งแล้วนั่นแหล่ะครับ
นับตั้งแต่นั้นมา LG ประเทศไทยพยายามส่งมือถือรุ่นใหม่ ๆ ที่มีคุณสมบัติโดนใจมาขายเป็นประจำ ตั้งราคาไม่ถูกนัก แต่ถ้าหากเทียบรุ่นต่อรุ่นกับ Samsung ก็อาจจะต่ำกว่าเล็กน้อย บางรุ่นก็เท่ากัน แต่ไม่มีรุ่นไหนแพงกว่าชัดเจน น่าสังเกตว่าหลาย ๆ รุ่นไม่ทำฟังก์ชันหรือคุณสมบัติให้เหนือกว่า Samsung (ที่ตอนนั้นให้นิยามว่า สวยแต่ทำอะไรไม่เป็น เช่น อินฟราเรดที่ไม่สามารถสื่อสารกับมือถือด้วยกันเองได้, สั่นพร้อมเสียงไม่ได้, บางรุ่นไม่มี FM เป็นต้น) กลายเป็นว่า LG ยังคงตามคู่แข่งสัญชาติเดียวกัน 1 ก้าวอยู่ดี
จนกระทั่งปี 2006 LG ได้รับคำสั่งจากบริษัทแม่ให้ประเทศไทยบุกตลาดมือถืออย่างจริงจังแล้ว เริ่มจาก Music Phone ขนาดกะทัดรัดรุ่น M6100 ที่ได้ดงบังชินกิ บอยแบนด์ชื่อดังขวัญใจสาวเป็นพรีเซนเตอร์ ไฮไลต์เด็ดสุดหนีไม่พ้น Black Label Series ตัวแรกนามว่า Chocolate มือถือแฟชั่นแหวกแนวถือว่าสร้างกระแสให้ติดปากรวดเร็วด้วยความแตกต่างของงานดีไซน์ที่ดูหรูน่ากิน เอ้ย น่าใช้เสียจริง ๆ แต่ธรรมเนียมของมือถือแฟชั่นช่วงนั้นไม่อาจทำให้เฉลียวฉลาดได้มากกว่านั้นจึงขายแต่รูปทรงกันไป
ช่วงนั้นถือว่าสร้างแบรนด์ LG ได้ดีระดับหนึ่งแต่ยอดขายอาจจะไม่เปรี้ยงปร้างมากนักเพราะราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับฟังก์ชัน แต่มันต่อยอดให้ LG ขายมือถือรุ่นอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น ทุก ๆ ปีก็จะส่งมือถือที่คอลเลคชั่น Black Label Series ทุกปี |



