บอกเล่ารูปทรง
บอกเล่ารูปทรงแน่นอนว่าแรกเห็นของ GD900 หากใครก็ตามที่ได้จับมัน จะไม่สนใจที่จะมองอะไรนอกจากสไลด์ปุ่มมันมาดูความใสเท่านั้น ถ้าว่ากันทั้งเครื่องแล้ว ถือว่า LG เกลางานออกแบบตัวเองได้เข้าท่าขึ้นมาก เพราะยามเมื่อไม่มีปุ่มกด งานออกแบบของเครื่องให้ความรู้สึกที่เหมือนจับ Arena มาเกลาให้มีส่วนโค้ง ดูมีลูกเล่นในงานออกแบบที่มากขึ้น ลายเส้นของสันข้างเครื่อง ให้อารมณ์ที่มองดูแล้วนึกถึง Nokia 8600 Luna ที่เล่นความโปร่งใสของกระจกแก้วเมื่อส่องกับไฟปุ่มกด การออกแบบแผงปุ่มกดแบบสไลด์ ที่ใช้ลายเส้นเหมือนปกติที่ควรจะเป็น แต่ลงตัวเมื่อรวมกับความใสของปุ่ม ทั้งหมดนี้ทำให้ GD900 ดูแล้วเหมาะกับการไปเป็นมือถือคู่ใจพระเอกภาพยนตร์แนว Sci-Fi+Action ของผู้กำกับดังๆใน Hollywood เพราะมันสวยแบบล้ำ แถมดูแล้วเหมือนมือถือจากอนาคต มากกว่าที่จะเป็นมือถือที่ออกมาขายกันตามปกติ มาดูกันทีล่ะส่วนครับ ด้านหน้าด้านหน้าของเครื่อง ไล่จากบนสุดลงมา ตรงกลางจะเป็นลำโพงสนทนาของเครื่อง ด้านขวาของลำโพงสนทนาจะเป็นเซ็นเซอร์วัดแสงหน้าจอ ถัดจากตัวเซ็นเซอร์ไปทางขวา จะเป็นกล้องหน้าสำหรับใช้งาน Video Call ถัดลงไปเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว ถัดลงไปจะเป็นพิมพ์ยี่ห้อ LG อยู่ตรงกลางหน้าจอ ถัดลงมาจะเป็นชุดปุ่มแบบสัมผัสหนึ่งแถว ปุ่มซ้ายจะเป็นปุ่มรับสาย/โทรออก ปุ่มกลางจะเป็นปุ่มสำหรับเรียก Cube กับเรียกเมนู Task ในการเปิดเมนู ปุ่มขวาเป็นปุ่มวางสาย/ไม่รับสาย
เมื่อสไลด์ปุ่มออกมา ชุดปุ่มกดของเครื่องเป็นแบบโปร่งแสง วัสดุของปุ่มเป็นแบบพลาสติกโปร่งแสงที่เรียกว่า TRANSPARENT การทำงานของมันจะเหมือนกับหน้าจอแบบ Capacitive ที่อาศัยการรับคลื่นไฟฟ้าในการสัมผัสเท่านั้น แถมลูกเล่นของแผงปุ่ม ยังสามารถใช้งานในแบบ Mutitouch ในการวาดตัวอักษรเพื่อเปิดลูกเล่นของเครื่อง (แบบ SmartUnlock ที่พบได้ใน SAMSUNG) สามารถใช้สองนิ้วในการเลื่อนรายชื่อ เลื่อนหน้าจอเมนู หมุนวนเพื่อปรับเสียง ใช้สองนิ้วในการถ่างเข้าออกเพื่อดูรูป ตัวปุ่มกดแบบใสของเครื่อง จะใช้ไฟส่องสว่างเป็นสีขาว และมีกรอบโครเมี่ยมล้อมกรอบไว้ในชั้นนอก
ด้านหลังด้านหลังของเครื่องจะเรียบๆไม่มีอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงพิมพ์อักษร TRANSPARENT เป็นการบอกความสามารถที่มากกว่าการโปร่งแสง ด้านล่างจะโปร่งใสเห็นตัวแบตเตอรี่ เมื่อสไลด์ออกมามุมซ้ายของเครื่องจะเป็นที่อยู่ของกล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยแฟลชแบบ LED ถัดลงมาจากกล้องดิจิตอล จะเป็นที่อยู่ของช่อง MicroSD และพื้นผิวที่ซ่อนใต้สไลด์จะเป็นพลาสติกแบบลายทางยาว ให้ผิวสัมผัสที่สากๆตรงข้ามกับด้านหลังที่เงาลื่น
ด้านบนด้านบนของเครื่องจะเรียบๆ มีปุ่มเปิดเครื่อง/ล็อกหน้าจอ อยู่ทางมุมขวา
ด้านล่างด้านล่างของเครื่องจะเรียบๆ มีเพียงสลักปลดฝาหลังทีเงินอยู่ตรงกลางเท่านั้น แต่เมื่อสังเกตดีๆ มุมซ้ายค่อนไปทางด้านบนนิดๆ จะเห็นช่องเล็กๆอยู่ ช่องดังกล่าวจะเป็นช่องของไมค์สนทนา
ด้านซ้ายด้านซ้ายของเครื่อง มีเพียงมุมบนที่เป็นช่องสำหรับสายลิงค์/สายชาร์จ/หูฟัง แบบ MicroUSB
ด้านขวาด้านขวาของเครื่อง มุมบนของเครื่องจะเป็นปุ่มปรับเพิ่ม/ลดเสียง ถัดลงมาเป็นปุ่มชัตเตอร์กล้องถ่ายรูป
สัมผัสแรกที่ได้จับตัวเครื่อง วัสดุภายนอกหลายๆจุดน่าจะทำออกมาในโทนสีด้าน และดูเข้มตัดกับความใสให้มากกว่านี้ เพราะส่วนที่เป็นพลาสติกใสที่กินพื้นที่มากกว่า 70% ของเครื่อง ให้ความสวยงามก็จริง แต่จุดที่เป็นส่วนทึบ ก็น่าจะใช้โทนสีที่ทำให้ดูด้านๆ เพราะเส้นสายการออกของตัวเครื่อง เรียกว่าจบทั้งเครื่องแบบไม่ต้องแก้อะไรแล้วด้วยซ้ำไป วัสดุของตัวเครื่องที่เป็นพลาสติกแบบมัน ทำให้ใครที่อยากเป็นเจ้าของมัน ควรหาฟิล์มใสมาติดมันอีกชั้นจะดีกว่า เพราะหากใช้มันเปลือยๆแบบนี้ รอยขนแมวและริ้วรอยจะมาเยี่ยมเยือนได้ง่ายอย่างแน่นอน งานประกอบของเครื่องให้ความแข็งแรงที่น่าไว้ใจได้ เพราะตัวกลไกลสไลด์ทั้งหมด เป็นวัสดุแบบโลหะ รวมถึงน้ำหนักในการดีดเข้าออกของสไลด์ เป็นน้ำหนักที่เหมาะสมต่อการใช้งาน ไม่หนักเกินไป ไม่เบาเกินไป ไม่แรงเกินไป ไม่หลวมไป เรียกว่าเป็นน้ำหนักที่พอดีมากที่สุดอีกตัว ความถนัดมือขณะจับถือ หากไม่ใช้แบบเปิดสไลด์ ก็ให้การจิ้มที่ง่ายและลงตัวเหมือนกับที่ Arena ทำได้ แต่เมื่อดึงสไลด์ออกมา การวางปุ่มถอยกลับไว้ด้านบนของจอ ทำให้การใช้งานมือเดียวอาจมีติดขัดไปสักนิด หากใส่ปุ่มกดถอยออกจากเมนูในระยะที่สามารถใช้นิ้วกดจากด้านข้างของเครื่องได้ ก็น่าจะช่วยให้การใช้งานเมื่อยืดสไลด์ออกมาทำได้กระชับมือกว่านี้ โดยสรุปรวมแล้ว ถือเป็น LG อีกรุ่นที่มีงานออกแบบที่สวยงาม มีงานประกอบที่เยี่ยม วัสดุพลาสติกไปสักนิด ก็พอให้อภัยกันได้เพราะต้องการขายความใส สรุปบอกเล่ารูปทรง: งานดีไซน์ที่โลกต้องจดจำ แต่งโทนสีให้มันดูล้ำอีกนิดก็ไม่เลวนะ |