Jabra Eclipse หูฟังบลูทูธขนาดจิ๋วดีไซน์สวย น้ำหนักเบาใส่สบาย มาพร้อมแท่นชาร์จมีแบตเตอรี่ในตัว และใช้สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ วันนี้มีโอกาสได้ลองใช้แพ็คเกจเล็กๆ พกพาง่าย เดี๋ยวลองมาดูกันว่าหูฟังบลูทูธชุดนี้ทำอะไรได้บ้าง และจะถูกใจกันหรือเปล่า
จุดเด่นของรุ่นนี้แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของดีไซน์ และขนาดที่เล็กมากๆ แต่ประสิทธิภาพในการใช้งานนั้นดีเยี่ยมไม่เบา โดยตัวแท่นยังรองรับ NFC แตะกับมือถือหรืออุปกรณ์ที่รองรับแล้วเชื่อมต่อกันได้เลยครับ
คุณสมบัติ
– คุยต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง (รวมแบตเตอรี่ที่แท่นจะได้ 10 ชั่วโมง)
– มีโหมดสลีปประหยัดพลังงานเวลาไม่ได้ใช้งาน
– มีไมโครโฟน 2 ตัว
– รองรับการเชื่อมต่อด้วย NFC
– ระบบเสียง HD
– ให้เสียงเกรดเดียวกับลำโพงฟังเพลง
– รองรับ Bluetooth 4.1
– มีแท่นชาร์จแบบพกพา
– ใช้งานสั่งการด้วยเสียงกับ Siri และ Google Now ได้
– ใช้งานร่วมกับ Jabra Assist App ควบคุมได้มากขึ้น
การเชื่อมต่อ Jabra Eclipse เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 4.1 ครับ แต่การจะเชื่อมต่อได้ต้องนำหูฟังใส่แท่นชาร์จทรงไข่ แล้วกดปุ่มตรงกลางใต้แท่นค้าง 3 วินาที หรือหากสมาร์ทโฟนรองรับ NFC ก็นำเอาด้านหลังมือถือมาแตะด้านใต้แท่นเพื่อเชื่อมต่อได้เลยสะดวกดีครับ
Jabra Eclipse เป็นหูฟังบลูทูธที่มีขนาดเล็กมากๆ น้ำหนักเบาสวมใส่สบาย และมีโหมด Power Nap เวลาไม่ใช้งานจะสลีปเพื่อยืดระยะเวลา Standby ให้นานยิ่งขึ้น ง่ายๆ คือประหยัดแบตเตอรี่ และเมื่อเอาหูฟังเก็บลงที่แท่นชาร์จจะตัดการเชื่อมต่อทันที แต่เมื่อมีสายเข้าหยิบหูฟังมาใส่หูก็รับสายได้เลยนะ มันเชื่อมต่อได้ไวมาก
กล่องแพ็คเกจสีเหลือตามธีมของ Jabra ขนาดพอดีๆ เป็นฝาพับมาอย่างดีครับ เปิดออกมาก็เจอหูฟังในแท่นชาร์จทรงไข่สวยๆ ดูหรูหราดีล่ะ
อุปกรณ์มีไม่เยอะเลยครับ แค่สาย Micro USB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่เสียบกับแท่นชาร์จ และชุดยางหูฟังไว้สำหรับเปลี่ยนแต่ละขนาด พร้อมด้วยคู่มือครับ
แท่นชาร์จเก็บหูฟัง Jabra Eclipse ตัวนี้ทรงไขดูดี สีดำทั้งตัวเครื่องเลย ที่สำคัญน้ำหนักเบามากกกก ทั้งหูฟังทั้งแท่นครับ
ด้านข้างมีพอร์ท Micro USB เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ ระวังอย่าให้แท่นหายนะครับ เพราะตัวหูฟังไม่มีพอร์ทให้ชาร์จแบตนะ… ต้องชาร์จผ่านแท่นเท่านั้นครับหายไปทีก็มึนตึบ
ด้านใต้ที่เห็นโลโก้ Jabra จะมีปุ่มสำหรับเชื่อมต่อด้วยครับ กดเพื่อทำการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เป็นการเปิดโหมดการค้นหานั่นเอง
ตัวแท่นทำร่องเป็นรูปทรงของหูฟังแบบพอดีตัว เอาไว้เก็บหูฟังครับ บอกตามตรงว่าบางทีก็เก็บใส่ยาก แม้จะมีแม้เหล็กต้องวางตรงๆ นะ และเวลาหยิบออกก็ต้องหยิบ 2 มือครับ เพราะแท่นเบาหยิบยากหน่อยแท่นตามมาด้วย หยิบมือเดียวได้แต่ต้องใช้นิ้วดันแท่นออกด้วย
ตัวแท่นจะมีขั้วเงินเป็นแม่เหล็กด้วย และชาร์จแบตเตอรี่ให้กับตัวหูฟังครับ หากเชื่อมต่ออยู่กับโทรศัพท์ เวลาเสียบไปจะตัดการเชื่อมต่อ แต่ดึงออกมาก็จะต่อให้อัตโนมัติเลย รวดเร็วทันใจด้วย
ตัวหูฟังสีดำแต่ผิวด้านบนเป็นเมทัลลิคเทาๆ เข้มมีโลโก้ Jabra และที่ปลายหูฟังมีไมโครโฟนสองตัวอยู่คู่กันครับ ตรงโลโก้ Jabra นั่นแตะเรียกคำสั่งเสียงได้ด้วยนะ
ตรงหูฟังเปลี่ยนลูกยางได้สามขนาด หูเป็นแบบ In-ear และมีไฟแสดงสถานะอยู่ตรงนี้ด้วย หูน้ำหนักเบาสวมสบายไม่ต้องมีตัวคล้องหูให้เกะกะรำคาญเลยล่ะ ลองใส่แล้วสามารถใส่ได้ตลอดวันสบายๆ
หูฟังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ไวมาก ย้ำว่าไวมาก ที่ลองใช้แล้วถือว่ารวดเร็วเลยล่ะ ไม่ว่าจะต่อผ่าน Bluetooth ปกติ หรือแตะทาง NFC สะดวกหมด นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่น Jabra Assist มาให้ใช้งานร่วมกันด้วย ซึ่งจะต้องติดตั้งตัว Jabra Service ด้วยอีกอัน แล้วใช้แอพฯ เพิ่มการเชื่อมต่อหูฟัง Jabra เอาก็ได้
หากเชื่อมต่ออยู่จะขึ้นสถานะแบตเตอรี่ และตั้งค่าเสียงขณะโทรได้ จะให้เน้นเสียงใสๆ หรือเน้นเบส เปิด/ปิด สั่งงานด้วยเสียง และเปลี่ยนภาษาได้ด้วยครับ มีหลายฟีเจอร์ที่เลือกเปิด/ปิดได้
ตัวแอพพลิเคชั่นยังใช้อัพเดทซอฟท์แวร์ให้ตัวหูฟังด้วยครับ ตั้งค่าให้ตรวจเช็คอัตโนมัติได้ การจะติดตั้งแต่มีแบตเตอรี่เกิน 50% ขึ้นไปนะ นอกจากนี้ก็มี Settings ทั่วไปอย่างการบันทึกโลเคชั่นที่หูฟังเชื่อมต่อ และหยุดการเชื่อมต่อไป เตือนแบตต่ำด้วยเสียง
ด้วยความที่หูฟังมีขนาดเล็กอาจหายได้ การบันทึกตำแหน่งหูฟังที่เชื่อมต่อ และหยุดเชื่อมต่อไป จะช่วยให้เราค้นหาหูฟังได้จากแผนที่เลย และส่งเสียงเพลงเรียกเตือนค้นหาหูฟังได้ด้วยครับ นอกจากนี้ตัว Jabra Eclipse ก็มีระบบอ่านข้อความได้ด้วยนะ แต่น่าจะรองรับแค่ภาษาอังกฤษนะ
สำหรับคุณภาพเสียงเป็นที่น่าพอใจมาก คุยรู้เรื่องตลอด แม้ฝั่งเราจะเสียงดังแต่ก็ตัดเสียงไปปลายทางได้ดีพอตัว สวมใส่สายเชื่อมต่อง่าย และมีแท่นชาร์จที่พร้อมพกพาไปทุกๆ ที่ครับ สมาร์ทเซ็นเซอร์ต่างๆ ทำงานได้มีประสิทธิภาพดีไม่เอ๋อ สั่งงานด้วยเสียงได้ จะรับสายก็พูด Answer ตัดสายทิ้งก็ Ignore ง่ายๆ ครับ
แต่ระบบสั่งด้วยเสียงเท่าที่ลองยัง งงๆ อยู่สั่งได้บ้างไม่ได้บ้าง ฟังไม่รู้เรื่องบ้าง อาจจะออกเสียงไม่ชัดเจนเองครับ อีกระบบคือการปรับเสียงหูฟังให้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมด้วยครับ ถือว่าครบเครื่อง จะขับรถ หรือทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ ใส่ไว้ได้สบายๆ นะ Jabra Eclipse วางขายไปแล้วในราคา 4,490 บาท
ดูข้อมูลเพิ่มเติม : http://th.jabra.com/Products/Bluetooth/JABRA_Eclipse/Jabra_Eclipse_Black
















