บอกเล่าการใช้งาน ด้านกล้องถ่ายภาพ
![]()
![]() ตัวกล้องยังคงมีระบบ Autofocus ที่ใช้เป็นระบบ Touch to Focus ซึ่งมีความเร็วของชัตเตอร์มาก กดปั๊ปถ่ายปุ๊ป สำหรับ UI นั้น ดูเรียบง่ายเหมือนเดิม ไม่มีอะไรมาก เช่น เปลี่ยนฟังก์ชันจากถ่ายภาพนิ่ง/วีดีโอ, ชัตเตอร์/อัดวีดีโอ, เปิด/ปิด Flash, สลับกล้องหน้า/หลัง และ ซูม เท่านั้น รวมถึงปุ่มลัดเข้า Library
![]() กล้องหน้านั้นถ่ายได้ความละเอียดแบบ VGA ไม่จำเป็นต้องเข้า Mode Video Call สามารถใช้ถ่ายปกติได้ สำหรับคุณภาพของภาพนั้นอยู่ในขั้นที่จัดว่าดีมากเลยทีเดียว ด้วยชัตเตอร์ที่เร็วทำให้จับภาพได้แม่นยำขึ้น มีระบบปรับแสงอัตโนมัติ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ ภาพตอนมืดไม่ค่อยมี Noise ให้เห็นมากนัก เพราะมี Back illuminated sensors เข้ามาช่วย ภาพค่อนข้างคมและสีดูสดใสอาจเป็นเพราะหน้าจอที่ละเอียดมาก นอกจากนี้คุณภาพของ ISO ยังสูงมากอีกด้วย
![]() นอกจากนี้ใน iPhone เวอร์ชั่น 4.1 ยังมีระบบการถ่ายภาพแบบ HDR เข้ามาด้วยเป็นการช่วยให้การถ่ายภาพใน iPhone นั้นได้ภาพที่สมจริงและคมชัดยิ่งขึ้น เรียกยาวๆว่า High dynamic range เป็นการถ่ายภาพพร้อมกัน 3 ภาพซึ่งจะแตกต่างกันที่ค่า Expo +1,-1 แล้วเอาทั้ง 3 ภาพมารวมกัน เป็นภาพที่ให้สีได้ลงตัวขึ้น
![]() การถ่ายวีดีโอนั้นสามารถถ่ายได้ความละเอียดมากถึง 720p ซึ่งเป็น HD ย่อยๆ เลยทีเดียว ไฟล์ที่ถ่ายจะได้เป็นไฟล์ Format .MOV ซึ่งฟังก์ชันอื่นๆก็แทบไม่มีอะไร สามารถเปิด Flash เพื่อให้ถ่ายได้สว่างขึ้นรวมถึง Tap to Focus ในโหมดวีดีโอได้ รวมถึงใช้กล้องหน้าในการถ่ายวีดีโอในระดับ VGA ได้อีกด้วย สะดวกมากเลยทีเดียว รวมถึงสามารถเปิด Flash เพื่อเพิ่มความสว่างได้
![]() คุณภาพของวีดีโอ 720p ออกมาดีมาก framerate สูงมาก มีระบบป้องกันการสะเทือนมาให้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถส่ง Video ผ่าน MMS หรือ Upload ขึ้น youtube ได้ทันที
![]() ความสามารถเดิมอย่างการตัดต่อวีดีโอยังทำได้เหมือนเดิม ซึ่งยังคงเป็นแบบ Basic trim ที่ตัดได้เฉพาะส่วนหน้า/หลังเท่านั้น สามารถ Save ทับได้เลยหรือว่าจะ Save เป็น Clip ใหม่เลยก็ได้ ที่ความสามารถของการตัดต่อมีแค่นี้เพราะ Apple ได้ปล่อยโปรแกรม iMovie ใน iPhone ออกมา ซึ่งต้องซื้อผ่าน App Store และใช้ได้บน iPhone 4 เท่านั้น ตัวโปรแกรมนั้นมีความสามารถในการตัดต่อวีดีโอที่ Advance มาก ทั้งใส่เสียง ตัดภาพมาใส่ ทำได้ครบหมด |






