iPhone 4

โดย shyboy | 3 ตุลาคม 2553 เมื่อ 00:04 น. | อ่าน 1,423

บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์

บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์

ฟังก์ชันโทรศัพท์ของ iPhone ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ Apple แทบไม่เคยไปแก้ไขอะไรมันเลย มันจะเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ใครที่ใช้ iPhone มาตั้งแต่รุ่นแรกต้องบอกว่าไม่ว่าจะเป็น iPhone 4 มันก็ยังเหมือนเดิม รูปแบบการกดเบอร์ ปุ่มโทร การแสดงรายชื่อ ล้วนแล้วแต่เหมือนเดิม

 

การค้นหารายชื่อด้านข้างยังมีตัวอักษรให้เลื่อนหารายชื่อตามหมวดอักษรได้อย่างง่าย ปัดนิ้วลงจะเห็นช่อง Search หารายชื่อด้านบน ทำให้การค้นหารายชื่อทำได้ง่ายมาก แต่ว่าอย่างที่บอกก็คือมันไม่สามารถแสดงรายชื่อเพื่อนบน Social Network อย่าง Facebook หรือ Twitter ได้ ในขณะที่ Android รุ่นท็อปๆทำได้หมด เพราะถ้ามันมันจะเป็นการตอบสนอง Lifestyle ในเรื่องของเพื่อนได้เป็นอย่างดี รวมถึงอัพเดทข้อมูลกับเพื่อนได้อย่างทันใจ นี่เลยเป็นข้อเสีย แต่ผมมองว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่งคือมันไม่รกนั่นเอง

 

การสร้างรายชื่อ นั้นทำให้เต็มสูบ แต่อย่างที่บอกยังขาดในเรื่องของ Social Network ไป แต่ว่าพวกเรื่องอื่นๆ อย่าง ที่อยู่/E-mail/ชื่อเล่น/วันเกิด/งาน/MSN เป็นต้น แถมเพิ่มได้เยอะตามใจชอบ

 

รูปแบบการโทรยังไม่มีระบบ Smart dialing และยังมีปัญหาเกี่ยวกับการลบ Log ที่ไม่สามารถลบทีละรายชื่อได้ เวลาลบต้องเคลียร์ทั้งหมด ดังนั้นถ้าจะลบได้ทีละรายชื่อต้อง Jailbreak เพื่อลงโปรแกรมเสริมมาลบชื่อ ส่วนอีกอย่างหนึ่งก็คือรายชื่อใน Contact ลบได้ทีละชื่อ แถมเวลาลบต้องเข้าไปทีละรายชื่อถึงจะลบได้ทำให้ยุ่งยากพอสมควร

 

มาถึงไฮไลท์ของ iPhone 4 กันแล้วครับกับความสามารถอย่าง Facetime ที่หลายๆคนอาจรู้จักและอยากใช้มันที่สุดใน iPhone 4 กันเลยทีเดียว ต้องบอกก่อนว่า Facetime นั้นอารมณ์เดียวกับ Video Call นั่นแหละครับ ก็มันก็คือ Video Call นั่นแหละแต่เปลี่ยนรูปแบบจากการใช้เครือข่ายเทคโนโลยี 3G เป็น Wi-Fi แทน ที่สำคัญไม่เสียค่าโทรด้วย หลายคนได้ยินประโยคไม่เสียค่าโทรถึงกับหูผึ่งกันเลยทีเดียว อย่างที่บอกคือ Facetime จาก Apple นั้นต้องใช้ Wi-Fi เท่านั้น รวมถึงใช้งานได้เฉพาะ iPhone 4 และ iPod Touch Gen 4 ที่เพิ่งออกมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็น iPhone 4 ไปถึง iPhone 4 หรือแม้แต่ iPod Touch gen 4 ไป iPhone 4 อันไหนก็ได้ เพียงแต่เงื่อนไขสำคัญคือต้องผ่าน Wi-Fi เท่านั้น ก็ยุ่งยากกันนิดนึง

 

ระบบ Facetime นั้นผนวกเข้ากับรายชื่อดังนั้นสามารถโทรผ่านเบอร์มือถือได้ทันที รวมถึงสามารถโทรผ่านการใช้ E-Mail ที่ Register กับ Facetime ได้ ซึ่งเป็นทางหลักสำหรับ iPod Touch Gen 4 ทำให้สะดวกจ่อการใช้งานเป็นอย่างมากรวมถึง สามารถ Add Facetime Contact ไว้ใน Favorite ได้ทันที

ฟังก์ชันใน Facetime นั้นหลักๆจะใช้กล้องหน้าอยู่แล้วตามระเบียบแต่ว่า อันนี้สามารถสลับกล้องไปมาได้ อยากให้ฝั่งตรงข้ามเห็นอะไรก็เปลี่ยนเป็นกล้องหลังได้ทันที ซึ่งสะดวกดีไม่ต้องมานั่นหันกล้องหน้าไปมาให้มันยุ่งยาก ส่วนเรื่องการเปลี่ยนโหมดเช่น ไม่อยากใช้ Facetime แล้วอยากโทรธรรมดาก็สามารถทำได้ทันที ไม่ยุ่งยาก

การเปิดใช้งาน Facetime นั้นครั้งแรกจำเป็นต้องให้เครื่องส่ง SMS ไปยังต่างประเทศเพื่อขอ Code สำหรับ Activate Facetime บนเครื่อง iPhone 4 ของเราให้ได้ก่อนถึงจะใช้งาน Facetime ได้ แต่ว่าถ้าซื้อจาก Operator ในไทยจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะเค้าจะ Activate ให้ตั้งแต่ตอนแกะกล่องหน้า Shop แล้วครับ

ขอตบท้ายหัวข้อนี้ด้วยเรื่องปัญหา Death Grip หรือสัญญาณตกที่หลายคนเข้าใจกัน หลังจากที่ผมได้ทดสอบอยู่ 1 อาทิตย์สังเกตได้ว่า เวลาจับแล้วสัญญาณไม่ตก แต่ว่ากลายเป็นสายชอบหลุดแทน แต่ต้องบอกก่อนว่าเครื่องที่ได้มาทดสอบนี้เป็นเครื่อง Lock ดังนั้นก็อาจจะมีปัญหาเรื่องโทรศัพท์อยู่บ้าง แต่ตามทฤษฏีหรือ Feedback การใช้งานจากหลายท่านนั้น สัญญาณตกจริง แต่ว่าถ้าใส่ Bumper หรือ Case จะไม่มีปัญหาใดๆ ดังนั้น อย่าได้กังวลไป Apple น่าจะออกมาแก้ไขเรื่องนี้อย่างแน่นอน หรือถ้าไม่ก็อาจจำเป็นต้องใช้ Case เพื่อป้องกันปัญหานี้กันไป

เมืองไทยจะพบปัญหานี้น้อยกว่าเมืองนอกเพราะว่าเสา Cell Site เมืองไทยนั้นตั้งห่างกันไม่มาก ดังนั้นถ้าหากสัญญาณไม่อ่อนจริงๆจะไม่เกิดอาการ Death Grip ขึ้น สังเกตได้ว่าตอนนี้สัญญาณมี 5 หรือ 4 ขีดจะไม่เกิดปัญหา Death Grip ครับ ถ้าต่ำกว่านี้ ก็เกิดอาการบ้างแต่ไม่ถึงขั้น No Service ครับ อาจเหลือแค่ขีดเดียว ย้ำอีกทีว่าต้องที่อับสัญญาณมากๆจริงๆครับ

 

การส่ง Messaging เช่นพวก SMS/MMS ทำได้ครับถ้วนแล้ว ไม่มีปัญหาใดๆ ใน iOS4 นั้นได้เพิ่มเรื่องการนับตัวอักษรมาแล้ว ซึ่งจะอยู่ด้านข้างกล่องข้อความ โดยสามารถเข้าไปเปิด/ปิดฟังก์ชันนี้ใน setting ของ Messaging ได้ รูปแบบกล่องข้อความนั้นยัง มีลูกเล่นเป็นวงรีๆเหมือนเดิม การแสดงผลเป็นรูปแบบการสนทนาได้ เช่นเราโต้ตอบกับใครอยู่มันก็จะเรียงข้อความที่โต้ตอบไปมากับคนคนนั้นลงมาเรื่อยๆ ทำให้อ่านง่ายดี

 

สามารถส่ง SMS ได้ทีละหลายคน รวมถึงใส่หัวเรื่องได้อย่างง่าย นอกจากนี้ยังเพิ่มฟังก์ชันการค้นหา SMS ได้อย่างง่ายๆด้วยช่อง Search ด้านบน

 

การส่ง MMS นั้น สามารถส่งได้ทั้ง VCards, ไฟล์เสียง, Location Data และสามารถส่งไฟล์ Video ได้ เรื่องของภาพยังสามารถส่งได้หลายภาพพร้อมกัน รวมถึงเลือกได้ด้วยว่าจะเอาภาพจากกล้องเลยหรือว่าใน Library ก็ได้ แต่ว่าข้อเสียคือในตัวโปรแกรม MMS เองนั้นสามารถเลือกส่งได้แค่ภาพหรือวีดีโอเท่านั้น พวกอื่นๆเช่น Location, ไฟล์เสียง ต้องไปส่งที่ตัวโปรแกรมของมันเองเฉพาะ ซึ่งสร้างความยุ่งยากพอสมควร

 

การส่ง E-Mail ของ iOS 4 นั้นได้ถูกปรับแต่งเพิ่มขึ้นมา ในเรื่องของ Unified box ซึ่งเป็นกล่อง Inbox รวบรวม E-mail ทุกอันเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึง การแสดงผล Account แบบใหม่ รวมถึงการเพิ่มระบบ Conversation E-mail เข้ามา ซึ่งจะเห็น E-mail ที่โต้ตอบกันเป็นแบบการสนทนาทำให้ตามอ่านได้ง่ายขึ้น โดยด้านขวาของ Mail นั้นจะแสดงเป็นตัวเลขจำนวน E-mail สนทนาในหัวข้อนั้นๆให้เห็น ซึ่งสะดวกดีสำหรับการติดต่อหรือตามอะไรเป็นเรื่องๆไป นอกนั้นการแสดงผลของ E-mail ทำได้ดีอย่างมาก เรียงเป็นเรื่องๆมีข้อความพรีวิวแสดงออกมา การแสดงผลของรูปภาพก็ทำได้ดีมาก

 

ถ้าหากใครใช้ Gmail สามารถ Sync กับ Gmail ได้ทันทีไม่ว่าจะเป็นพวก Calendar, Note หรือว่าจะเป็นความสามารถ Archive หรือ Delete Mail ที่จะส่งผลไปถึง Default พูดง่ายๆก็คือว่าถ้าลบเมล์ใน iPhone แล้วมันจะลบใน Account จริงไปด้วย เปิดในอุปกรณ์อื่นก็จะไม่เห็นเมล์ที่เราลบใน iPhone ไปแล้ว

 

นอกจากนี้ใน iOS4 ยังได้ใส่ความสามารถ Quick look เข้าไปเพื่อสามารถที่จะเปิดอ่านไฟล์ attachment ในโปรแกรม Third-party อื่นๆได้ โดยใช้วิธีการกดค้างที่ไฟล์นั้นแล้วจะมีหน้าจ่างขึ้นมาให้เลือก แต่ก็มีข้อแม้ว่าโปรแกรมนั้นต้องรองรับ Feature นี้ อย่างเช่นโปรแกรม iBook ก็ถูกเลือกให้เป็นโปรแกรมหลักที่ไว้เปิดไฟล์ PDF เป็นต้น

 

การส่ง Mail นั้นเน้นเป็นรูปแบบง่ายๆเหมือนเดิม คือมีชื่อผู้รับ ส่งได้พร้อมกันหลายคน ใส่หัวเรื่องได้แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถ Add File ต่างๆ ในโปรแกรมได้เอง ต้องไป Copy ผ่านฟังก์ชันของ Cut/copy/paste แล้วนำมา Paste เอง รวมถึงการส่งรูปหลายๆรูปเวลาเลือกต้องไปเลือกใน Library ถึงจะทำได้ ซึ่งก็ยุ่งยากพอสมควรในการส่งไฟล์ เพราะว่าทุกโปรแกรมไม่ได้เชื่อมต่อกัน อย่างถ้าจะส่งไฟล์ Office ก็ต้องเปิดโปรแกรม Third-party Office เพื่อส่ง แถมโปรแกรมนั้นต้องรองรับอีกด้วย

About Author

shyboy

shyboy

Partners