บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์
บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์
![]() ฟังก์ชันโทรศัพท์ของ iPhone ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ Apple แทบไม่เคยไปแก้ไขอะไรมันเลย มันจะเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ใครที่ใช้ iPhone มาตั้งแต่รุ่นแรกต้องบอกว่าไม่ว่าจะเป็น iPhone 4 มันก็ยังเหมือนเดิม รูปแบบการกดเบอร์ ปุ่มโทร การแสดงรายชื่อ ล้วนแล้วแต่เหมือนเดิม
![]() การค้นหารายชื่อด้านข้างยังมีตัวอักษรให้เลื่อนหารายชื่อตามหมวดอักษรได้อย่างง่าย ปัดนิ้วลงจะเห็นช่อง Search หารายชื่อด้านบน ทำให้การค้นหารายชื่อทำได้ง่ายมาก แต่ว่าอย่างที่บอกก็คือมันไม่สามารถแสดงรายชื่อเพื่อนบน Social Network อย่าง Facebook หรือ Twitter ได้ ในขณะที่ Android รุ่นท็อปๆทำได้หมด เพราะถ้ามันมันจะเป็นการตอบสนอง Lifestyle ในเรื่องของเพื่อนได้เป็นอย่างดี รวมถึงอัพเดทข้อมูลกับเพื่อนได้อย่างทันใจ นี่เลยเป็นข้อเสีย แต่ผมมองว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่งคือมันไม่รกนั่นเอง
![]() การสร้างรายชื่อ นั้นทำให้เต็มสูบ แต่อย่างที่บอกยังขาดในเรื่องของ Social Network ไป แต่ว่าพวกเรื่องอื่นๆ อย่าง ที่อยู่/E-mail/ชื่อเล่น/วันเกิด/งาน/MSN เป็นต้น แถมเพิ่มได้เยอะตามใจชอบ
![]() รูปแบบการโทรยังไม่มีระบบ Smart dialing และยังมีปัญหาเกี่ยวกับการลบ Log ที่ไม่สามารถลบทีละรายชื่อได้ เวลาลบต้องเคลียร์ทั้งหมด ดังนั้นถ้าจะลบได้ทีละรายชื่อต้อง Jailbreak เพื่อลงโปรแกรมเสริมมาลบชื่อ ส่วนอีกอย่างหนึ่งก็คือรายชื่อใน Contact ลบได้ทีละชื่อ แถมเวลาลบต้องเข้าไปทีละรายชื่อถึงจะลบได้ทำให้ยุ่งยากพอสมควร
![]() มาถึงไฮไลท์ของ iPhone 4 กันแล้วครับกับความสามารถอย่าง Facetime ที่หลายๆคนอาจรู้จักและอยากใช้มันที่สุดใน iPhone 4 กันเลยทีเดียว ต้องบอกก่อนว่า Facetime นั้นอารมณ์เดียวกับ Video Call นั่นแหละครับ ก็มันก็คือ Video Call นั่นแหละแต่เปลี่ยนรูปแบบจากการใช้เครือข่ายเทคโนโลยี 3G เป็น Wi-Fi แทน ที่สำคัญไม่เสียค่าโทรด้วย หลายคนได้ยินประโยคไม่เสียค่าโทรถึงกับหูผึ่งกันเลยทีเดียว อย่างที่บอกคือ Facetime จาก Apple นั้นต้องใช้ Wi-Fi เท่านั้น รวมถึงใช้งานได้เฉพาะ iPhone 4 และ iPod Touch Gen 4 ที่เพิ่งออกมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็น iPhone 4 ไปถึง iPhone 4 หรือแม้แต่ iPod Touch gen 4 ไป iPhone 4 อันไหนก็ได้ เพียงแต่เงื่อนไขสำคัญคือต้องผ่าน Wi-Fi เท่านั้น ก็ยุ่งยากกันนิดนึง
![]() ระบบ Facetime นั้นผนวกเข้ากับรายชื่อดังนั้นสามารถโทรผ่านเบอร์มือถือได้ทันที รวมถึงสามารถโทรผ่านการใช้ E-Mail ที่ Register กับ Facetime ได้ ซึ่งเป็นทางหลักสำหรับ iPod Touch Gen 4 ทำให้สะดวกจ่อการใช้งานเป็นอย่างมากรวมถึง สามารถ Add Facetime Contact ไว้ใน Favorite ได้ทันที ฟังก์ชันใน Facetime นั้นหลักๆจะใช้กล้องหน้าอยู่แล้วตามระเบียบแต่ว่า อันนี้สามารถสลับกล้องไปมาได้ อยากให้ฝั่งตรงข้ามเห็นอะไรก็เปลี่ยนเป็นกล้องหลังได้ทันที ซึ่งสะดวกดีไม่ต้องมานั่นหันกล้องหน้าไปมาให้มันยุ่งยาก ส่วนเรื่องการเปลี่ยนโหมดเช่น ไม่อยากใช้ Facetime แล้วอยากโทรธรรมดาก็สามารถทำได้ทันที ไม่ยุ่งยาก การเปิดใช้งาน Facetime นั้นครั้งแรกจำเป็นต้องให้เครื่องส่ง SMS ไปยังต่างประเทศเพื่อขอ Code สำหรับ Activate Facetime บนเครื่อง iPhone 4 ของเราให้ได้ก่อนถึงจะใช้งาน Facetime ได้ แต่ว่าถ้าซื้อจาก Operator ในไทยจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะเค้าจะ Activate ให้ตั้งแต่ตอนแกะกล่องหน้า Shop แล้วครับ ขอตบท้ายหัวข้อนี้ด้วยเรื่องปัญหา Death Grip หรือสัญญาณตกที่หลายคนเข้าใจกัน หลังจากที่ผมได้ทดสอบอยู่ 1 อาทิตย์สังเกตได้ว่า เวลาจับแล้วสัญญาณไม่ตก แต่ว่ากลายเป็นสายชอบหลุดแทน แต่ต้องบอกก่อนว่าเครื่องที่ได้มาทดสอบนี้เป็นเครื่อง Lock ดังนั้นก็อาจจะมีปัญหาเรื่องโทรศัพท์อยู่บ้าง แต่ตามทฤษฏีหรือ Feedback การใช้งานจากหลายท่านนั้น สัญญาณตกจริง แต่ว่าถ้าใส่ Bumper หรือ Case จะไม่มีปัญหาใดๆ ดังนั้น อย่าได้กังวลไป Apple น่าจะออกมาแก้ไขเรื่องนี้อย่างแน่นอน หรือถ้าไม่ก็อาจจำเป็นต้องใช้ Case เพื่อป้องกันปัญหานี้กันไป เมืองไทยจะพบปัญหานี้น้อยกว่าเมืองนอกเพราะว่าเสา Cell Site เมืองไทยนั้นตั้งห่างกันไม่มาก ดังนั้นถ้าหากสัญญาณไม่อ่อนจริงๆจะไม่เกิดอาการ Death Grip ขึ้น สังเกตได้ว่าตอนนี้สัญญาณมี 5 หรือ 4 ขีดจะไม่เกิดปัญหา Death Grip ครับ ถ้าต่ำกว่านี้ ก็เกิดอาการบ้างแต่ไม่ถึงขั้น No Service ครับ อาจเหลือแค่ขีดเดียว ย้ำอีกทีว่าต้องที่อับสัญญาณมากๆจริงๆครับ
![]() การส่ง Messaging เช่นพวก SMS/MMS ทำได้ครับถ้วนแล้ว ไม่มีปัญหาใดๆ ใน iOS4 นั้นได้เพิ่มเรื่องการนับตัวอักษรมาแล้ว ซึ่งจะอยู่ด้านข้างกล่องข้อความ โดยสามารถเข้าไปเปิด/ปิดฟังก์ชันนี้ใน setting ของ Messaging ได้ รูปแบบกล่องข้อความนั้นยัง มีลูกเล่นเป็นวงรีๆเหมือนเดิม การแสดงผลเป็นรูปแบบการสนทนาได้ เช่นเราโต้ตอบกับใครอยู่มันก็จะเรียงข้อความที่โต้ตอบไปมากับคนคนนั้นลงมาเรื่อยๆ ทำให้อ่านง่ายดี
![]() ![]() สามารถส่ง SMS ได้ทีละหลายคน รวมถึงใส่หัวเรื่องได้อย่างง่าย นอกจากนี้ยังเพิ่มฟังก์ชันการค้นหา SMS ได้อย่างง่ายๆด้วยช่อง Search ด้านบน
![]() การส่ง MMS นั้น สามารถส่งได้ทั้ง VCards, ไฟล์เสียง, Location Data และสามารถส่งไฟล์ Video ได้ เรื่องของภาพยังสามารถส่งได้หลายภาพพร้อมกัน รวมถึงเลือกได้ด้วยว่าจะเอาภาพจากกล้องเลยหรือว่าใน Library ก็ได้ แต่ว่าข้อเสียคือในตัวโปรแกรม MMS เองนั้นสามารถเลือกส่งได้แค่ภาพหรือวีดีโอเท่านั้น พวกอื่นๆเช่น Location, ไฟล์เสียง ต้องไปส่งที่ตัวโปรแกรมของมันเองเฉพาะ ซึ่งสร้างความยุ่งยากพอสมควร
![]() ![]() ![]() การส่ง E-Mail ของ iOS 4 นั้นได้ถูกปรับแต่งเพิ่มขึ้นมา ในเรื่องของ Unified box ซึ่งเป็นกล่อง Inbox รวบรวม E-mail ทุกอันเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึง การแสดงผล Account แบบใหม่ รวมถึงการเพิ่มระบบ Conversation E-mail เข้ามา ซึ่งจะเห็น E-mail ที่โต้ตอบกันเป็นแบบการสนทนาทำให้ตามอ่านได้ง่ายขึ้น โดยด้านขวาของ Mail นั้นจะแสดงเป็นตัวเลขจำนวน E-mail สนทนาในหัวข้อนั้นๆให้เห็น ซึ่งสะดวกดีสำหรับการติดต่อหรือตามอะไรเป็นเรื่องๆไป นอกนั้นการแสดงผลของ E-mail ทำได้ดีอย่างมาก เรียงเป็นเรื่องๆมีข้อความพรีวิวแสดงออกมา การแสดงผลของรูปภาพก็ทำได้ดีมาก
![]() ![]() ถ้าหากใครใช้ Gmail สามารถ Sync กับ Gmail ได้ทันทีไม่ว่าจะเป็นพวก Calendar, Note หรือว่าจะเป็นความสามารถ Archive หรือ Delete Mail ที่จะส่งผลไปถึง Default พูดง่ายๆก็คือว่าถ้าลบเมล์ใน iPhone แล้วมันจะลบใน Account จริงไปด้วย เปิดในอุปกรณ์อื่นก็จะไม่เห็นเมล์ที่เราลบใน iPhone ไปแล้ว
![]() นอกจากนี้ใน iOS4 ยังได้ใส่ความสามารถ Quick look เข้าไปเพื่อสามารถที่จะเปิดอ่านไฟล์ attachment ในโปรแกรม Third-party อื่นๆได้ โดยใช้วิธีการกดค้างที่ไฟล์นั้นแล้วจะมีหน้าจ่างขึ้นมาให้เลือก แต่ก็มีข้อแม้ว่าโปรแกรมนั้นต้องรองรับ Feature นี้ อย่างเช่นโปรแกรม iBook ก็ถูกเลือกให้เป็นโปรแกรมหลักที่ไว้เปิดไฟล์ PDF เป็นต้น
![]() การส่ง Mail นั้นเน้นเป็นรูปแบบง่ายๆเหมือนเดิม คือมีชื่อผู้รับ ส่งได้พร้อมกันหลายคน ใส่หัวเรื่องได้แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถ Add File ต่างๆ ในโปรแกรมได้เอง ต้องไป Copy ผ่านฟังก์ชันของ Cut/copy/paste แล้วนำมา Paste เอง รวมถึงการส่งรูปหลายๆรูปเวลาเลือกต้องไปเลือกใน Library ถึงจะทำได้ ซึ่งก็ยุ่งยากพอสมควรในการส่งไฟล์ เพราะว่าทุกโปรแกรมไม่ได้เชื่อมต่อกัน อย่างถ้าจะส่งไฟล์ Office ก็ต้องเปิดโปรแกรม Third-party Office เพื่อส่ง แถมโปรแกรมนั้นต้องรองรับอีกด้วย |
















