ช่วงกลางปีนี้ Huawei จัดหนักเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่พร้อมกันสามรุ่นในตระกูล P8 โดยเป็น Huawei P8, P8 Lite และ P8 Max โดยยังเปิดตัว Huawei TalkBand B2 ที่เป็น Wearable มากความสามารถตัวล่าสุดออกมาพร้อมๆ กันด้วย วันนี้มีโอกาสได้ลองเล่น P8 ตัวเป็นๆ เรียบร้อย เดี๋ยวเรามาลองดูกันว่าตัวเครื่อง P8 นั้นเป็นอย่างไรบ้าง
จุดเด่นของ Huawei P8 คงเป็นเรื่องการออกแบบตัวเครื่องที่ค่อนข้างเรียบหรูลงตัว อวดความงามด้วยการประกบกระจกหน้าหลังแบบ Gorilla Glass 3 ด้วยนั่นเอง ส่วนสเปคเครื่องก็ถือว่าดีพอสมควร และ Huawei ดูเหมือนต้องการทำตลาดด้วยราคาเป็นมิตร เปิดตัวเรือธงรุ่นนี้ไว้ที่ 15,990 บาท อยู่ในช่วงตลาดหมื่นกลางไม่ได้ไปฉะกับเรือธงรุ่นสองหมื่นอัพในตลาดของแบรนด์อื่นๆ ครับ ลองดูสเปคเครื่องกันหน่อย
- น้ำหนัก : 144 กรัม
- หน้าจอ : 5.2’’ Full HD, 424ppi
- ซีพียู : HiSilicon Kirin 930, Octa-core 64bit, 2.0GHz
- ระบบปฏิบัติการ : Android 5.0.2 Lollipop, Emotion UI 3.1
- RAM : 3 GB
- ROM : 16 GB รองรับ Micro SD สูงสุด 128GB
- กล้องหน้า : 8 Mega pixel
- กล้องหลัง : 13 Mega pixel
- แบตเตอรี่ : 2680 mAh
- รองรับเครือข่าย : 3G และ 4G LTE, Dual SIM Standby
- การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11n, Bluetooth 4.1 LE, microUSB
ตอนที่ Huawei P8 เปิดตัวนั้นมี NFC นะครับตามสเปคเมืองนอก แต่เครื่องที่ได้มาลองใช้งานไม่มีแฮะ สเปคถือว่าโอเคอยู่ รองรับสองซิมแต่ต้องเลือกระหว่างซิม 2 กับ Micro SD ครับ หน้าจอสีสันโอเคคมชัด และวัสดุตัวเครื่องจัดว่าดีเลย
กล่องแพ็คเกจเก๋ๆ แบบไม่เหมือนใคร กล่องเพียวๆ พอดีเครื่องมีฝาขุ่นๆ ปิดที่เปิดมาเจอตัวเครื่องเสียบเอาไว้ดูหรูหราเหลือเกินฮ่าๆ
ภายในกล่องหลังจากดึงเอาตัวเครื่อง Huawei P8 ออกมามีฝาปิดอีกชั้น ด้านในจะมีกล่องใส่อุปกรณ์ต่างๆ ไว้ให้ครบ ซึ่งมีคู่มือ, ที่จิ้มถาดซิม, อแดปเตอร์ชาร์จแบต, สาย Micro USB และชุดหูฟัง
ตัวเครื่องขนาดกำลังดีเลยครับ ไม่ใหญ่ไม่เล็กไปยังพกพาง่าย ซึ่งตัวหน้าจอมีขนาด 5.2″ Full HD ใช้พื้นที่ด้านหน้าคุ้มๆ เกือบเต็ม ขอบหน้าจอยังมีเล็กน้อยครับ หน้าจอความละเอียดสูง แสดงผลคมชัด สัมผัสแม่นยำ แต่แสงหน้าจอดูเหมือนใช้งานกลางแจ้งแล้วมืดมากมองไม่ค่อยเห็น มุมมองของหน้าจอดีเยี่ยมครับ
ด้านหน้ามีเลนส์กล้องเซลฟี่ ช่องลำโพงสนทนา และไฟแอลอีดีแจ้งเตือนต่างๆ รวมถึงเซ็นเซอร์ต่างๆ ด้วย ใต้หน้าจอเหลือพื้นที่นิดหน่อย ปุ่มควบคุมต่างๆ ย้ายไปใช้งานแบบ Onscreen หมดแล้ว
ตัวเครื่องออกแบบมาใหม่ แต่ให้กลิ่นอายเดิมของ P7 นิดหน่อย แต่บนรุ่นนี้ดูพรีเมี่ยมขึ้นเยอะเลย ขอบโลหะสวยๆ โค้งมนตามมุม เชฟน้อยลงไม่มีโค้งเว้าอะไรมากมายดูแข็งแรงจับถือง่ายดี และบางเพียง 6.4 มิลลิเมตร
ด้านข้างขอบโลหะฝั่งซ้ายเรียบหรูไม่มีอะไร ทุกอย่างมาอยู่ด้านขวาหมดทั้งปุ่มควบคุมเสียง, ปุ่มพาวเวอร์, ถาดซิม 1 และซิม 2 (ถาดซิม 2 เป็นแบบ Hybrid ใช้ใส่ Micro SD ได้)
ด้านบนสันเครื่องเป็นช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร กับช่องไมโครโฟนเสริม ด้านล่างมีช่อง Micro USB และช่องลำโพง ตรงนี้ข้างนึงน่าจะเป็นไมโครโฟนครับ
ด้านหลังสไตล์โลหะสวยงาม ด้านหลังสไตล์โลหะสวยงาม ส่วนบนเป็นแถบดำมีเลนส์กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Duo-tone สองสีเพื่อสีที่นุ่มนวลขึ้น
ซอฟท์แวร์ภายในก็มาพร้อม Android 5.0.2 Lollipop ที่ครอบด้วย Emotion UI 3.1 ตัวล่าสุดที่ตกแต่งมาได้เข้ากับเครื่องหรูๆ ดีครับ หน้าจอ Lock screen มีแจ้งเตือนและทางลัดเครื่องมือต่างๆ ให้เรียกใช้ ดึงพวก Notifications ลงมาดูได้ รวมถึง Quick settings ด้วย ส่วนด้านในจะใช้หน้าจอหลักล้วนๆ ไม่มี App Drawer ระบบ Multitask ก็แสดงผลสวย ดึงหน้าจอเลื่อนขึ้นสามารถปิดได้ทั้งหมดด้วย
หน้าหลักใน Widgets ต่างๆ ได้หลากหลาย และยังเปลี่ยนพวกภาพพื้นหลัง หรือเอฟเฟ็คต์เคลื่อนไหวของตัว UI ได้ด้วย สามารถปรับเลย์เอาท์ของไอคอนต่างๆ ได้ด้วยนะ ถือว่าทำมาดีเลย
ดูในส่วนของพวกระบบการเชื่อมต่อ Huawei P8 ก็มีฟีเจอร์หลักๆ ให้ครบ โดยรองรับ 4G LTE พร้อมระบบสองซิมการ์ดทำงานพร้อมกันด้วย (แต่ต้องเลือกระหว่างซิม 2 กับ Micro SD) ส่วน 3G ก็รองรับทั้ง 850 / 900 / 2100 MHz เป็น HSPA+ ความเร็วระดับ 42 Mbps อื่นๆ ก็มีหมดทาง WiFi, Hotspot, Direct หรือ Bluetooth 4.1 รองรับ USB Host และมีวิทยุ FM Radio แน่นอนว่ารองรับ USB OTG ด้วยนั่นเอง แต่ไม่เห็นมี NFC ให้ใช้เลย
ใช้เล่นเน็ตบราวเซอร์ได้ดี เคลื่อนไหวว่องไวสมูธ โหลดหลายหน้าได้สบายๆ และยังดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหรือคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านทาง Google Play Store ได้อีกเพียบ
ด้านโซเชียลเล่นได้เยี่ยมทุกแอพพลิเคชั่นนะ ใช้แชท LINE, Facebook หรือ Instagram เป็นหลักอยู่แล้วไม่เจอปัญหาอะไรครับ ใครอยากใช้แอพโซเชียลตัวไหนดาวน์โหลดทาง Google Play Store เพิ่มเอาได้
พูดถึงเรื่องประสิทธิภาพเครื่อง Huawei P8 ที่ใช้ชิปเซ็ต HiSilicon Kirin 930 Octa-core 2.0GHz แบบ 64-bit ทำได้ดีพอตัว RAM 3GB หน่วยความจำภายใน 16GB แต่เพิ่ม Micro SD ได้อีกสูงสุด 128GB เลยด้วย ใช้งานทั่วไปไม่ค้างไม่หน่วง แอพพลิเคชั่นส่วนใหญ่เอาอยู่หมด ใช้เล่นเกมส์กราฟฟิคสวยๆ ลื่นๆ เลย
ใช้ดูหนังก็ทำได้ถูกใจ ลองเล่นไฟล์หนัง Full HD ขนาดราวๆ 3.4 GB เล่นได้เพลินๆ เลื่อนไทม์ไลน์ดูได้ไม่หน่วงไม่ค้าง ภาพไม่แตกด้วย เสียงลำโพงก็ถือว่าใช้ได้นะวางดูกับโต๊ะ หรือแท่นวางได้ไม่มีปัญหา ลำโพงอยู่สันด้านล่างเครื่อง
ประสิทธิภาพเครื่องดี แต่ไม่ได้กินพลังงานมากนัก แบตเตอรี่ของ Huawei P8 ให้มาที่ 2,680 mAh ถอดเปลี่ยนไม่ได้นะ ใช้งานผ่าน 4G / WiFi ซิมเดียวทำได้ดีพอสมควร เรียกได้ว่าอยู่เป็นวันเลย ใช้งานไม่หนักมากครับแบบทั่วๆ ไป อยู่ได้ราวๆ 12-15 ชั่วโมง แต่ถ้าอยู่บ้านไม่ออกไปไหน ต่อ WiFi ใช้งานเรื่อยเปื่อยอยู่ได้นานมากหากไม่ค่อยเปิดใช้ แบตไม่ค่อยรั่ว
กล้องถ่ายภาพอันนี้ก็ถือว่าทำได้ดีปานกลางครับ กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล Auto focus มี OIS และไฟแฟลชแบบสองสี ส่วนกล้องหน้านั้นเป็นเลนส์ 8 ล้านพิกเซลเลย ถ่ายวิดีโอได้ระดับ Full HD 1080p @ 30fps ทั้งคู่
ฟีเจอร์เหมือนหลักๆ สากลทั่วไป ภาพถ่ายมีสองสเกลคือ 4:3 จะได้ขนาด 13 ล้านพิกเซล หากเป็น 16:9 จะได้ขนาด 10 ล้านพิกเซล มีโหมด HDR, Panorama, Best Photo และโหมด Super Night ไว้ถ่ายกลางคืน นอกจากนี้ก็มี All focus ที่สามารถมาเลือกจุดโฟกัสทีหลังได้เหมือนกันครับ ลองดูตัวอย่างภาพจากกล้องกันเลย
สำหรับโหมดการถ่ายวิดีโอนั้น Huawei P8 รองรับการถ่ายแบบ Time-lapse ด้วยนะครับ คือการเร่งเฟรมนั่นเอง โดยจะบันทึกภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ โดยไม่ได้อัดเสียงได้ ลองดูตัวอย่างกันปิดท้าย
สรุป Huawei P8 เป็นสมาร์ทโฟนที่ราคาไม่สูงนัก แต่ได้ตัวเครื่องที่วัสดุดูดี แพ็คเกจเยี่ยม และดีไซน์เครื่องออกมาหรูหราไม่ธรรมดาเลย สเปคภายในก็ประสิทธิภาพดีเยี่ยมครับ หลายๆ อย่างลงตัวมาก เปิดราคาที่ 15,990 บาท ทำงานได้เยี่ยม ขนาดพกพาง่ายด้วย ส่วนตัวกล้องก็มีลูกเล่นต่างๆ เยอะดีครับ รองรับ 4G LTE เสียตรงไม่มี NFC แต่บางคนอาจไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหร่ อื่นๆ ผมว่าโอเคหมดนะ อยากให้ลองสัมผัสกันดูเครื่องจริงเล่นจริงลองเองชัวร์ที่สุด ^^







































