เปิดตัวมาได้น่าสนใจมากๆ Huawei GR5 ที่เผยโฉมไร่เรี่ยกับรุ่น Mate 8 แต่ทำตลาดกลางด้วยราคาเพียง 8,990 บาท ได้ทั้งบอดี้โลหะหรูๆ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ กับสเปคการใช้งานที่จัดว่าดีพอตัว ทำให้รุ่นนี้ดูน่าสนใจเป็นพิเศษ เข้ามาเป็นตัวเลือกของมือถือราคาไม่เกินหมื่นได้ดีเลยทีเดียว เดี๋ยวเรามาลองเล่นกันสักหน่อยว่าจะเป็นอย่างไร
สเปคเครื่อง Huawei GR5
– หน้าจอ IPS 5.5″ Full HD
– Snapdragon 616 Octa-core 1.5GHz
– RAM 2GB, ROM 16GB รองรับ Micro SD สูงสุด 128GB
– Android 5.1 Lollipop + Emotion UI 3.1
– กล้องหลัก 13MP AF, F2.0, LED Flash
– กล้องหน้า 5MP FF
– รองรับ 4G LTE Cat.4, Dual SIM Standby
– ระบบสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ID 2.0
– แบตเตอรี่ 3000 mAh
สเปคเครื่องมาแบบกลางๆ แต่สดใหม่อยู่ เมื่อเทียบกับราคา 8,990 บาท ก็จัดว่าคุ้มอยู่นะ บอดี้โลหะทั้งชิ้น มีสแกนลายนิ้วมือ พร้อมหน้าจอ Full HD กับกล้องถ่ายภาพที่ก็ใช้งานได้ดีพอตัวด้วย ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจไม่เบาเลยทีเดียว ราคาไม่ถึงหมื่นแต่สเปคและบอดี้ทำออกมาดูดีมากครับ จริงๆ รุ่นนี้ก็คือ Honor 5X
ตัวเครื่องขนาดกำลังดีค่อนไปทางใหญ่หน่อย แต่ยังถือว่าพกพาง่าย และถือสะดวกอยู่ บอดี้โลหะให้ความรู้สึกแบบพรีเมียมดีนะ สีทองสวยดูแพงอ่ะ
ด้านหน้าส่วนบนมีเลนส์กล้องและเซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมช่องลำโพง ด้านล่างไม่มีอะไรนอกจากโลโก้ เพราะใช้เป็นปุ่มควบคุมแบบ Onscreen นะครับ
ขอบรอบๆ ตัวเครื่องก็เป็นโลหะสีเดียวกันหมด ด้านซ้ายจะมีถาดใส่ซิมการ์ด และ Micro SD ด้านขวามีปุ่มควบคุมเสียง และปุ่มพาวเวอร์ ขอบมุมโค้งมน รอบหน้าจอมีขอบโครเมียมตัดนิดหน่อยออกสีทองเหมือนกัน
ขอบบนมีช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร กับรูไมโครโฟนตัวรอง ด้านล่างมีช่องลำโพงสเตอริโอ พร้อมรูไมโครโฟนหลัก และพอร์ท Micro USB มีแนวน็อตขึ้นขนาบข้างด้วย
ด้านหลังเป็นแบบโลหะลายริ้วๆ สวยๆ ตามสีตัวเครื่องนะ มีเลนส์กล้อง พร้อมแฟลช และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
โดยรวมตัวเครื่องดูพรีเมียมแบบมือถือราคาหมื่นขึ้นเลยล่ะ โลหะแข็งแรง ออกแบบสวย การประกอบเยี่ยมสมกับเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลก
หน้าจอแสดงผลขนาดเต็มๆ 5.5″ Full HD แสดงผลคมชัด และสัมผัสแม่นยำดี หน้าจอสู้แสงได้ดีพอตัว มุมมองด้านข้างก็เยี่ยมครับ มีปรับแสงอัตโนมัติ ที่ลองๆ ใช้มาถือว่าเป็นที่น่าพอใจสำหรับหน้าจอ
ซอฟท์แวร์ภายในมาพร้อม Android 5.1.1 Lollipop แล้วตกแต่งด้วย Emotion UI 3.1 หน้าตาอันคุ้นเคยของมือถือหัวเหว่ย ซึ่งไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่ รูปแบบคือไม่มี App Drawer ใช้หน้าจอหลัก Notifications แยกหน้ากับ Quick settings ส่วน Recent Apps จะแสดงผลหน้าเต็มให้ดู เลื่อนปิดได้ทีเดียวหมดโดยลากหน้าต่างด้านล่างขึ้นข้างบน
นอกจากนี้ตัวปุ่มควบคุมสามารถเปลี่ยนรูปแบบที่เราถนัดใช้ได้นะครับ และเปลี่ยนธีมสีหน้า Lockscreen ได้ด้วย
ระบบสแกนลายนิ้วมือ เป็น Fingerprint ID 2.0 อัพเกรดมาใหม่ตรวจสอบแม่นยำและว่องไว เวลาปลดล็อคแค่แตะเซ็นเซอร์ก็พร้อมใช้งานเครื่องทันที ไม่ต้องกดเปิดหน้าจอนะ และใช้เป็นชัตเตอร์ถ่ายภาพ หรือรับสายได้เพียงสัมผัสเดียวด้วย ลองใช้งานแล้วตรวจสอบได้รวดเร็วจริงครับ
นอกจากนี้ก็ใช้เป็นตัวหยุดนาฬิกาปลุก หรือใช้เป็นปุ่มย้อนหลังได้ โดยยังมีฟีเจอร์ Private Application ที่เราสามารถซ่อนแอพพลิเคชั่นได้ หลักการคือแยกโปรไฟล์ปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือนี่แหละ ยกตัวอย่างเลือกนิ้วมือซ้ายสำหรับโปรไฟล์ผู้เยี่ยมชมที่ซ่อนแอพไว้ ส่วนมือขวาเป็นแบบปกติโชว์ทุกแอพทำนองนี้ครับ
ระบบเชื่อมต่อรุ่นนี้รองรับ 4G Cat.4 และใส่ได้สองซิมการ์ดด้วย ขาด NFC ไป อื่นๆ ยังมีครบครับ WiFi, Hotspot, Bluetooth, Micro USB 2.0 ตัวฟีเจอร์ Hotspot สามารถตั้งลิมิตการใช้ดาต้าได้ด้วยมีตัวนับให้พร้อมครับ
บราวเซอร์เล่นเน็ตเป็น Google Chrome ที่แยกแท็บเป็นแอพฯ ได้ หรือจะเปลี่ยนเป็น Multi-window แบบเดิมก็แล้วแต่สะดวกครับ การใช้งานค่อนข้างดีเลยล่ะ โหลดรวดเร็วไม่มีปัญหา การตัดคำ การเข้าใช้เว็บไซต์ต่างๆ สมบูรณ์ดี
นอกจากนี้ก็ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพิ่มเติมเอาจาก Google Play Store ได้ จะเป็นแอพฯ โซเชียล หรือเกมส์ต่างๆ ก็ได้หมด อยากเล่นอันไหนโหลดเอาเลย
ประสิทธิภาพเครื่องรุ่นนี้จัดอยู่กลางๆ นะครับ Snapdragon 616 Octa-core 1.5GHz กับ RAM 2GB ทำงานบนหน้าจอ Full HD ทดสอบกับ AnTuTu ได้ระดับ 34,000 คะแนน ส่วน GeekBench ได้ 705 (Single-core) และ 3,007 (Multi-core) ในแง่ของการใช้งานราบรื่นดีไม่พบปัญหาครับ ใช้งานได้ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจเลย
ใช้ดูหนัง ดูคลิปวิดีโอต่างๆ ระดับ Full HD ชิลๆ นะ จะดูผ่านหน่วยความจำ หรือจะดูผ่าน YouTube ได้หมด ทำงานได้ยอดเยี่ยมไม่ต่างกันครับ ภาพคมกริปไม่มีกระตุก เสียงก็ระบบ DTS แต่ลำโพงก็ยังธรรมดาไปนิดเสียงไม่ได้ดีมาก
เล่นเกมส์ก็ทำได้ดีเหมือนกัน ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะพอมีภาพหน่วงๆ ไม่สมูธบ้าง แต่พอลองเล่นจริงเกม Dream League Soccer กลับทำได้ดีภาพลื่นเลย มือถือราคา 8,990 บาท ทำได้ระดับนี้ก็ถือว่าดีพอตัวครับ
ฟีเจอร์อื่นๆ ตัวเครื่อง Huawei GR5 มี Motion control ที่แตะหน้าจอสองทีเปิด หรืคว่ำปิดเสียง รวมถึงวาดบนหน้าจอเพื่อเรียกฟังก์ชั่นต่างๆ นอกจากนี้ก็มีฟังก์ชั่นการใช้งานมือเดียว เลื่อนหน้าจอให้เล็กลงสำหรับใช้งานมือเดียว เช่นเดียวกับคีย์บอร์ดที่ก็ปรับได้เช่นกันจะได้พิมพ์สะดวกด้วยมือเดียวครับ
แบตเตอรี่ค่อนข้างอึดใช้ได้เลย ความจุ 3000 mAh แต่ทำงานได้มีประสิทธิภาพ น่าจะเป็นเรื่องการจัดการพลังงาน คือมันสามารถปรับแต่งช่วยเหลือได้หลายอย่าง มี Power saving ที่มีโหมด Smart จัดการปรับแต่งให้เหมาะสมอัตโนมัติในแต่ละวัน รวมถึง Ultra Power-saving ที่เหลือแค่ฟังก์ชั่นโทรเข้าโทรออก และส่งข้อความต่างๆ เท่านั้นแบตจะอยู่ได้อีกนาน ที่ลองใช้งานหนักๆ อยู่ได้ราวๆ 8-10 ชั่วโมง หากใช้น้อยอยู่ได้ 12 ชั่วโมงขึ้นไปเลยนะ
กล้องถ่ายภาพของ Huawei GR5 เป็นกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล Auto focus รูรับแสง F2.0 กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล F2.4 ตัวกล้องมีโหมดถ่ายวีดีโอแบบ Slow motion ด้วย แฟลชแบบ LED ที่ลองใช้งาน UI เรียบๆ และกล้องก็เคลื่อนไหวเร็วดีครับ ชัตเตอร์ลั่นแล้วไม่ดีเลย์เท่าไหร่ ยกเว้นกลางคืนที่หน่วงๆ ตามปกติ
กล้องสามารถใส่เอฟเฟ็คต์ต่างๆ ได้ และแสดงผลแบบเรียลไทม์ครับ โดยรวมถือว่าเป็นกล้องที่เน้นใช้งานง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ระบบต่างๆ อยู่ระดับกลางๆ ลูกเล่นยังไม่ได้หวือหวาครับ การเก็บภาพง่ายสะดวก ภาพเก็บรายละเอียดแสงตกกระทบได้ดีพอสมควร การวัดแสงต่างๆ ก็ยังถือว่าฉลาดอยู่ ลองดูตัวอย่างภาพคร่าวๆ ครับ
สรุปแล้ว Huawei GR5 เมื่อดูจากสเปค และได้ลองใช้งานมาระยะนึงนั้น ถือว่าเป็นรุ่นสุดคุ้มช่วงต้นปีนี้ได้เลย เพราะเปิดราคามาเพียง 8,990 บาท แต่ตัวเครื่องดูพรีเมียมและฟีเจอร์ภายในก็ดีใช้งานได้แบบมีคุณภาพครับ ฮาร์ดแวร์ถือว่าอยู่ระดับกลาง กล้องใช้งานดี ถ่ายภาพได้คมชัด มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบที่หาไม่ได้บนมือถือราคาต่ำกว่าหมื่นครับ
เรียกได้ว่าคุ้มค่า และตีตลาดกลางได้น่าสนใจมาก ใครงบไม่เกินหมื่นลองพิจารณาตัวนี้ ผมว่าคุ้มน่าใช้งานครับ ^^






























