ด้านซอฟท์แวร์ และประสิทธิภาพ


ตัวเครื่อง Huawei Ascend P6 นั้นมาพร้อม Android 4.2.2 Jelly Bean ตั้งแต่แกะกล่อง โดยโปะหน้าด้วย Emotion UI เวอร์ชั่น 1.6 ซึ่งตัวเครื่องจะไม่มี App Drawer มาให้ใช้งานอีกแล้ว เป็นหน้าโฮมล้วนๆ ครับ แต่ก็ยังยัดวิดเจ็ตต่างๆ เพิ่มเติมเข้าไปใช้งานได้เหมือนเดิม อารมณ์เหมือนลูกครึ่ง Android – iOS ซึ่งทำให้ใช้งานได้สะดวกกว่าเดิมไม่ซับซ้อนดี


ตัวอินเตอร์เฟซยังสามารถเปลี่ยนธีมสีได้หลากหลายแบบ เบื้องต้นจะมีให้เลือกอยู่ 5 แบบครับ และด้วยความที่มันไม่มี App Drawer ทำให้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ต้องอยู่บนหน้าโฮมทั้งหมด การสร้างโฟลเดอร์แยกหมวดหมู่ดูจะเป็นการจัดระเบียบที่ดี ค่าเริ่มต้น Huawei จัดแต่งมาให้เรียบร้อยแล้วด้วยครับ เราสามารถสร้างเพิ่มเติมได้

ส่วน Notification ก็มี Quick Settings มาให้หลากหลาย การแจ้งเตือนก็แสดงผลดูดีครับ และตัวมัลติทาสก์ก็ใช้ปุ่ม On screen ปุ่มขวาได้เลย ซึ่งก็ลากลบได้ทีละอัน หรือจะเลือกไม้กวาดลบทีเดียวทั้งหมดเลยก็ได้ ซึ่งหน้านี้ยังแสดงหน่วยความจำ RAM คงเหลือให้ดูด้วย


หน้าตาภายในดูสะอาดตาดี ทั้งเวลาโทรออก หรือรายชื่อ ซึ่งสามารถใส่ภาพประจำตัวได้ตามอิสระครับ

เราสามารถสร้าง Profile การใช้งานเรื่องของการแจ้งเตือน หรือการปรับแต่งอื่นๆ ให้เหมาะสมได้ด้วยครับ


การใช้งานอีเมล์ก็มีทั้ง Gmail และ Email อื่นๆ ให้เลือกใช้ หน้าตาของ Gmail บน Huawei Ascend P6 เวอร์ชั่นนี้ก็สวยถูกใจ ทำมาเป็นรูปแบบ Conversation แยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน


แกลอรี่ภาพก็มีรูปแบบทั่วไปสามารถแก้ไข หรือทำสไลด์โชว์ได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น AirSharing Transfer ให้ส่งภาพหากันแบบไร้สายด้วย


ส่วนวิดีโอก็สามารถเลือกดูจากแกลอรี่เช่นกันครับ หากมีเครื่องเล่นวิดีโอหลายตัวระบบจะถามเราก่อนว่าจะเปิดเล่นด้วยแอพพลิเคชั่นไหน ซึ่งตัวเครื่องมีระบบเสียง Dolby Digital Plus ให้เสียงได้แจ่มเอาการ


เครื่องเล่นเพลงหน้าตาดูน่าใช้งานมาก แยกหมวดหมู่อย่างดี มีภาพประกอบ เลือกดูได้หลายแบบ แถมยังสามารถสแกนหาเพลงใหม่ในหน่วยความจำได้เองด้วย และก็เช่นกันมีระบบเสียง Dolby Digital Plus ฟังเพลงได้เต็มอรรถรสสุดๆ


ด้านระบบเชื่อมต่อ Huawei Ascend P6 ก็มาเต็มทั้ง WiFi, WiFi direct, WiFi Hotspot และ DLNA โดยยังรองรับ 3G ทุกคลื่นในไทย รองรับที่ความเร็ว HSDPA 21.6 Mbps HSUPA, 5.76 Mbps ส่วน microUSB ยังรองรับ USB On-the-go ด้วย

นอกจากนี้ตัว WiFi เรายังสามารถตั้งค่าให้มันทำการหรือปิดเวลาปิดหน้าจอได้ และยังหลีกเลี่ยง WiFi ที่มีสัญญาณอ่อน ที่สำคัญยังมีระบบ WiFi optimization ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับสัญญาณได้ แต่จะใช้แบตเตอรี่เยอะกว่าเดิม


GPS ของ Huawei ก็จับสัญญาณได้ดี มีระบบ A-GPS พร้อมด้วยแผนที่ Google Maps ตัวล่าสุดที่หน้าตาน่าใช้งาน มีระบบเส้นทางจักรยาน และยังมีระบบนำทางที่ยังเป็นตัวเบต้าอยู่ในใช้งานแล้วด้วยครับ ลองใช้แล้วไม่ผิดหวังนะ

บราวเซอร์อินเตอร์เน็ตก็มีทั้งของ Android และ Google Chrome ซึ่งส่วนตัวชอบของ Google Chrome มากกว่า เพราะซิงค์กับ Google Account เราสามารถเก็บ Bookmarks ต่างๆ ได้สะดวกกว่า แม้แต่รหัส และประวัติการเข้าชม ซึ่งบนตัวเครื่องนี้ทำงานได้ราบลื่น แสดงผลได้ยอดเยี่ยม เพราะหน้าจอละเอียดระดับ HD การโหลดหน้าแฟลชต่างๆ ก็อาจจะมีกระตุกเป็นบางครั้ง แต่โดยรวมถือว่าแจ่ม