ด้านตัวเครื่องภายนอก

ตัวเครื่อง Huawei Ascend P6 ออกแบบมาได้โดดเด่นสุดๆ กับขนาดตัวเครื่องที่บางเพียง 6.2 มิลลิเมตร ซึ่งขอบข้างออกแบบมาแนวๆ iPhone 5 เลย หรูหราดีครับ ขนาดตัวเครื่องสูง 132.7 และกว้าง 65.5 มิลลิเมตร กำลังถือได้พอดีมือ ที่สำคัญน้ำหนักเบาเพียง 130 กรัมเท่านั้นครับ

ตัวเครื่องออกแบบเป็น Unibody ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ไม่ได้ แน่นอนล่ะหากจะให้บางเฉียบก็ต้องเป็น Unibody เท่านั้น


ด้านหน้ามีเลนส์กล้อง และเซ็นเซอร์ต่างๆ รวมถึงไฟ LED แสดงสถานะด้วย ซึ่งลำโพงสนทนาจะอยู่ด้านบน ถัดลงมาก็หน้าจอ ส่วนด้านล่างไร้ปุ่มเลย แต่ออกแบบมาโค้งมนส่วนล่างดูแปลกดี แต่ก็สวยงามครับ



ข้างขวามีปุ่มพาวเวอร์ และชุดปุ่มควบคุมเสียง โดยยังมีช่องใส่ MicroSD กับ Micro SIM ที่ต้องใช่หมุดจิ้มออกมาแบบไอโฟน ซึ่งมันถูกเก็บไว้กับตัวเครื่องด้านซ้ายเป็นที่ปิดช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรนั่นเองงัดออกมาใช้แล้วเก็บที่เดิมได้เลย แต่ระวังหายนะครับ เพราะเวลาเราจะเสียบหูฟังก็ต้องแกะมันออกก่อน เดี๋ยวหาว่าหล่อไม่เตือน…


ด้านบนมีพอร์ท Micro USB และช่องไมโครโฟนที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน ส่วนด้านล่างมีช่องไมโครโฟนหลักอยู่


ด้านหลังตัวเครื่องเรียบๆ มีกล้อง 8 ล้านอยู่มุมซ้ายพร้อม LED แฟลช ส่วนมุมซ้ายล่างเป็นช่องลำโพงเสียงครับ

ตัวเครื่องของ Huawei Ascend P6 เครื่องนี้ไม่สามารถถอดฝาหลังได้ ไม่สามารถเปลี่ยนแบตได้ครับ โดยมีแบตเตอรี่ Li-Polymer 2,000 mAh เพื่อทำให้ตัวเครื่องบางสุดก็ต้องออกแบบมาเป็น Unibody แบบนี้แหละ

จับถือแล้วเบาสบายมือ พกพาง่าย แถมยังสวยไม่อายใครอีกด้วย การพิมพ์อะไรต่างๆ ก็ทำได้ดีด้วยมือเดียวครับ แต่จริงๆ ผมแอบไม่ชอบคีย์บอร์ดเดิมๆ ของ Huawei Ascend P6 สักเท่าไหร่นะ…

หน้าจอของ Huawei Ascend P6 นั้นเป็นหน้าจอแบบ IPS ขนาด 4.7 นิ้ว ที่มีความละเอียด 720p ซึ่งมุมมองกว้างถึง 178 องศา สีชัดทุกมุมมองเลยทีเดียว หน้าจอยังใช้กระจกกันรอยแบบ Gorilla Glass ด้วย ซึ่งใช้งานแล้วยอมรับว่าแสดงผลได้ดี สีสันโดนใช้ได้เลย สัมผัสก็ว่องไวดั่งใจนึก แสงสะท้อนที่ชอบเป็นปัญหาก็ดูไม่มากเท่าไหร่
แบตเตอรี่ของ Huawei Ascend P6 มีความจุ 2,000 mAh ซึ่งทดลองใช้งานจริงๆ เชื่อมต่อ 3G เป็นหลัก มี WiFi บ้างครั้งคราว เน้นเล่น Facebook, Twitter และ LINE เป็นหลัก แล้วก็ถ่ายรูปเล่น ใช้งานตลอดวันอยู่ได้ราวๆ 8 ชั่วโมงครับ จริงๆ ใช้งานไม่ได้หนักเลย เลยขอสรุปว่าแบตก็ไม่ค่อยทนสักเท่าไหร่ครับ