ความรู้สึกหลังใช้งาน
![]() หลังๆ นี้ HTC ดูจะอัพเกรดโมเดลตัวเก่าออกมาขาย โดยเพิ่มรหัส S ต่อเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งแต่ละรุ่นก็ดูเหมือนจะไม่ได้อัพเกรดสูงขึ้นมากนัก แค่ปรับเปลี่ยนความสามารถเพิ่มขึ้นบางจุดให้โดนใจกว่าเดิม รวมถึงมาพร้อมซอฟท์แวร์ใหม่ๆ ที่ไม่ต้องอัพเกรดกันข้ามปี ซึ่งตัว HTC Wildfire S เองก็เช่นกันครับ มันถูกอัพเกรดมาแค่ในส่วนของหน้าจอที่ละเอียดขึ้นเป็น HVGA แต่มีขนาด 3.2 นิ้วเท่าเดิม และตัดในส่วนของปุ่มควบคุมแบบแทร็คแพดที่ไม่เป็นที่ต้องการออกไป เพื่อให้มีขนาดเล็กกระทัดรัดกว่าเดิมเล็กน้อย ![]() นอกจากสิ่งที่กล่าวมาก็ยังมีการเชื่อมต่อที่เหนือกว่าเดิมเล็กน้อย EDGE ที่รองรับความเร็วสูงขึ้นถึง 560 kbps (หากเครือข่ายรองรับ) รวมถึง Bluetooth v3.0 ด้วย สำคัญที่สุดก็คงเป็น Android 2.3.3 Gingerbread ที่มาพร้อมตัวเครื่องเลย ไม่ต้องมารออัพเกรดแล้วครับ เช่นเดียวกับอินเตอร์เฟสที่เป็นตัวล่าสุดอย่าง HTC Sense 2.1 นั่นเอง แต่ในส่วนของชิปประมวลผลและหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่าง CPU ความเร็ว 600 MHz จาก 528 MHz นั้นผมยังไม่เห็นข้อแตกต่างสักเท่าไหร่ครับ แม้ว่าในส่วนของ RAM ที่เพิ่มเป็น 512 MB คงจะพอถูกใจได้บ้าง ![]() ผมมองว่าตัว HTC Wildfire S นั้นยังเป็นรองคู่แข่งอีกหลายๆ ตัวในตลาดที่ระดับราคาใกล้เคียงกันครับ สเปคของฮาร์ดแวร์ยังอยู่ในระดับล่าง แม้จะมี RAM สูง 512 MB ก็ตาม ทำให้มีข้อเปรียบเทียบค่อนข้างมากครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นตัว Samsung Galaxy Cooper, LG Optimus One หรือ Samsung Galaxy Gio ที่ออกมาวางตลาดไปแล้วนั้น ต่างก็มีสเปคใกล้เคียงหรือเหนือกว่าด้วยซ้ำ เพียงแต่ทางเอชทีซีเองน่าจะเน้นขายตัว HTC Sense UI ที่ผมค่อนข้างถูกใจมันมากที่สุด พร้อมด้วยบริการหลังการขายที่ไว้ใจได้ด้วย อีกอย่างคือ HTC Wildfire S นั้นมีตัวเลือกในเรื่องของสีสันตัวเครื่องมาเป็นจุดเด่นที่หลายๆ คนน่าจะลังเลครับ รวมถึง ณ ตอนนี้ยังเป็นสมาร์ทโฟนเพียงไม่กี่รุ่นที่รองรับ 3G 850 MHz ในราคาไม่ถึงหมื่นบาท ใครสนใจก็ลองไปจับตัวจริงกันดูก่อนได้ เพราะสีชมพูสดใสที่ทางเราได้รับมาทดสอบก็น่ารักไม่เบาครับ ![]()
![]() ขอขอบคุณ
บริษัท เอช ที ซี (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบ |




