บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ (1/2)
|
บอกเล่าการใช้งาน ด้านโทรศัพท์ รายละเอียด HTC Touch2 ความยาว x ความกว้าง x ความสูง : 104 X 55 X 12.9 มม น้ำหนัก 110 กรัม หน้าจอ TFT แบบ Resistance ความละเอียด 240×320 พิกเซล แสดงผลสี 6.5 หมื่นกว่าสี ขนาด 2.8 นิ้ว CPU Qualcomm® MSM7225™ ความเร็ว 528 เมกะเฮิรตซ์ หน่วยความจำ ROM: 512 เมกะไบต์ หน่วยความจำ RAM: 256 เมกะไบต์ รองรับ 3G ความถี่ 900/2100 HSDPA 7.2 Mbps รองรับ A-GPS กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงสุด 3.2 ล้านพิกเซลไม่มี Autofocus แบตเตอรี่ประจุไฟ 1,100 มิลลิแอมแปร์
ใครที่ยังสงสัยว่า HTC Touch2 มันจะมาแทนรุ่นใดกันแน่ หลังจากที่อ่านสเปคกันแล้วก็สรุปชัดเจนแล้วว่า HTC Touch2 เป็นภาคต่อของ HTC Touch ดั้งเดิมที่เปิดตัวกลางปี 2007 แน่นอน เชื่อว่าหลายคนน่าจะสับสนแน่นอนในจุดนี้เพราะ HTC เล่นใส่ชื่อ Touch ไว้ยังกับไข่ทิ้งไว้ ก็ทำอย่างไรได้ในเมื่อตระกูล Touch คือยุทธศาสตร์ของ HTC นี่เนาะ ไม่งั้นแบรนด์ไม่แจ้งเกิด
จุดเด่นที่ HTC Touch2 ได้เปรียบสุด ๆ เลยก็คือ CPU ที่แล่นด้วยความเร็ว 528 MHz เช่นเดียวกับ HTC รุ่นพี่ทั้งหลายหรือจะให้พูดง่าย ๆ คือใช้ฮาร์ดแวร์ร่วมกันจนนับไม่ถ้วนนั่นเอง ข้อดีของมันนอกจากจะเร็วขึ้นกว่า HTC Touch ดั้งเดิมที่อืดเป็นเรือเกลือด้วยความเร็วแค่ 200 MHz แถมยังลดต้นทุนการผลิตเพราะแชร์ร่วมกับรุ่นพี่ตระกูล Touch เยอะมาก
จุดเด่นสำคัญอีกจุดหนึ่งคือ HTC Touch2 ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.5 รุ่นล่าสุด ขณะที่ HTC Touch รุ่นดั้งเดิมยังเป็น Windows Mobile 6.0 เก๊า เก่า (ไม่เก๋านะ)กันอยู่เลย แล้ว HTC Touch ดั้งเดิมยังพอมีความหวังจะอัพเกรดมันได้ไหม แต่ดูฮาร์ดแวร์ถ้าทำได้ก็คงอืดพอดูเลย
หน่วยความจำ ROM 512 MB และ RAM 256 MB ของ HTC Touch2 ก็เหมือน ๆ กับรุ่นพี่ที่เปิดตัวในปีนี้ ยิ่งถ้าเทียบกับ HTC Touch ดั้งเดิมแล้วล่ะก็ โฮะ ๆ น้อยกว่ากันเยอะเลยมีหน่วยความจำ ROM 128 MB และหน่วยความจำ SDRAM 64 MB แบบ DDR เห็นแบบนี้แล้วยืนยันได้แล้วว่าการทำงานของ HTC Touch2 ต้องเร็วกว่าแหงม ๆ อยู่แล้ว
สเปคของกล้อง HTC Touch2 ยังใจดีเพิ่มความละเอียดให้ 1 ล้านพิกเซลเป็น 3.2 ล้านพิกเซล แต่ ๆ ๆ ไม่มีระบบ Autofocus ใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องอย่าลืมว่ามันไม่ใช่รุ่นสูง ๆ ที่จะต้องติดตั้งให้
หน้าจอ TFT ต้องขอปรบมือให้ HTC มากที่ยังอนุรักษ์ของเก่าจาก HTC Touch ดั้งเดิมมาใส่ใน HTC Touch2 สเปคแทบเคาะมาจากเบ้าหลอมเดียวกันชัด ๆ ทั้งขนาดหน้าจอที่เล็กถึง 2.8 นิ้ว ไม่ใช่ข้อดีหรอกครับเป็นข้อเสียด้วยซ้ำ ทัชโฟนยุคปัจจุบันเขาล้ำหน้าไปถึง 3 นิ้วกันแล้วเป็นอย่างต่ำ
เข้าใจนะว่าเป็นรุ่นกลางค่อนไปล่างของ HTC แต่ราคา 16,900 บาท ก็ถือว่าไม่ถูกแล้วล่ะครับ หวังว่า HTC Touch เจเนเรชั่นต่อไปที่อาจจะมีชื่อว่า HTC Touch3 จะขยายขนาดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นนะครับ อย่าให้แพ้น้อง Samsung Star ที่จอไปขนาด 3 นิ้วกันแล้ว
ความละเอียดของหน้าจอ HTC Touch2 นั้นถือว่าหยาบเกินไปแล้วสำหรับทัชโฟนยุคปัจจุบันครับ ก็เพราะความละเอียดเม็ดพิกเซลเพียง 240×320 พิกเซลเทียบเท่ากับความละเอียดจอมือถือบาร์ไทป์แต่ต้องมาเบ่งขนาดหน้าจอให้ใหญ่เพื่อให้สามารถใช้งานกับนิ้วได้
ส่วนเรื่องสีสันหมดห่วงได้ตามสไตล์ HTC ก็เหมาะสมกับขนาดแบตเตอรี่ ขืนได้หน้าจอสี 2 แสน – 16 ล้านสีขึ้นไปมีหวังแบตเตอรี่หมดก่อนวัยอันควร
แต่มีข้อเสียเล็กน้อยครับจอ HTC Touch2 แพ้แสงแดดครับ ไม่สู้แสงเอาเสียเลย
Windows Mobile 6.5 แม้ Microsoft เพิ่งจะรีแบรนด์องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์โทรศัพท์มือถือในนาม Windows Phone แล้วก็ตาม แต่พื้นฐานของระบบปฏิบัติการชุดนี้ก็ยังอ้างอิงโครงสร้างการทำงานของ Windows Mobile 6.1 อยู่มากครับ
ความเปลี่ยนแปลงของ Windows Mobile 6.5 ที่เห็นได้ชัดคืออินเตอร์เฟซที่รองรับการใช้งานด้วยนิ้วราว 50% รองรับการใช้งานโลกอินเตอร์เน็ตมากขึ้น แต่อย่าลืมนะเวลาเข้าเมนูลึก ๆ แล้วก็ต้องใช้ปากกา Stylus จิ้มอยู่ดีหน้าตาก็ดูไม่ต่างจากของเดิมเลยเพียงแต่ทำให้ดูต่างกันนิดเดียวเองจริง ๆ นะครับ อย่างว่าแหล่ะครับกว่าจะยกเครื่องใหม่ก็อีกนานเลย
หน้า Homescreen หรือที่ Microsoft เรียกหน้าจอนี้ว่า Today ก็มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่เป็นจุดแรก คือ Microsoft ติดตั้ง Windows Default คือเมนูย่อยเรียงบรรทัดสามารถเลื่อน cursor หรือเลื่อนลิสต์เมนูย่อยได้นั่นเอง การทำงานของแต่ละเมนูย่อยเสมือนพวก Widget ที่มีอยู่ใน Samsung ทัชโฟนหลาย ๆ รุ่นนั่นเอง แต่เสียดายที่แถบ cursor มันค่อนข้างเล็กจะทำอะไรก็ไม่สะดวกเลย โดยเฉพาะการดูภาพที่จะต้องกดดูภาพใหญ่อีกทีอยู่ดีครับ
ความรวดเร็วของ Windows Default ถือว่ารวดเร็วกว่าที่คิดไว้มากอาจเป็นเพราะ CPU ที่ถูกอัพเกรดขึ้นมาระดับหนึ่งและ Microsoft ตั้งให้การใช้งานยืดหยุ่นมากขึ้นครับ จัดว่าเป็นข้อได้เปรียบของ WM 6.5 แน่นอนหากคุณเลือก Windows Default เป็นหน้า Today แล้วล่ะก็แทบจะครอบคลุมการใช้งานเบื้องต้นแล้วล่ะครับ แต่เสียดายอย่างหนึ่งคือไม่สามารถปรับแต่งรายการเมนูย่อยได้เลยครับ
หรือหากใครคิดถึงหน้าจอ Today แบบดั้งเดิมที่เรียงติดกันเป็นพรืดแล้วล่ะก็เชิญตามสบายเลยครับ
เข้าเมนูหลักกันดีกว่าก็จะพบเจอการจัดวางเมนูแบบรังผึ้งหรือ HoneyComb ที่เรียงไอคอนยาวเฟื้อยทีเดียวเชียว เพราะรวบรวเมนูและโปรแกรมที่เราติดตั้งจริง ประมาณว่า Microsoft ต้องการแก้จุดอ่อนของ Windows Mobile ว่าใช้ยาก แต่หากจะต้องเจาะลึกแล้วล่ะก็มันจะเป็นเมนูย่อยที่ค่อนข้างลึกพอสมควรครับ
ผมเคยได้ยินข่าวลือมาว่าเพราะการทำเมนูแบบรังผึ้งเนี่ยแหล่ะกินทรัพยากรเครื่องแหลกราญเลย แต่ผมว่าคงเป็นแค่ข่าวลือครับ เพราะผมใช้งานจริงก็ไมได้อืดเป็นเรือเกลือแน่นอน หนำซ้ำยังถือว่าเร็วเป็นมาตรฐานอยู่นะครับ ใครหนอช่างเมาท์?
แต่ขอโทษทีนะครับพอยิ่งเข้าไปกดเมนูลึก ๆ แล้วล่ะก็จะเจอหน้าจอโทรม ๆ เชย ๆ เช่นเดิมแม้พยายามจะปรับ look ให้สดใสทราบซ่า(แล้วหรือ)ก็ตามที แถมยังต้องพึ่งพาปากกา Stylus เช่นเคย นี่คือปัญหาหลักของ Windows Mobile 6.5 ครับ คงต้องรอ Windows Mobile 7 เสียก่อน
ส่วนจะมีการปรับปรุงนอกเหนือจากนี้มีไหมมีแน่ ๆ ครับอาทิ ติดตั้ง Marketplace ดาวน์โหลดโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่น และปรับปรุง Internet Explorer เวอร์ชันใหม่ และฟังก์ชัน Myphone แต่ผมขอไม่อธิบายในตอนนี้ครับ |





