ตัวเครื่องภายนอก

วัสดุของตัวเครื่องเป็น Aluminum เบอร์ 6463 กลึงออกมาเป็น Unibody รอบตัวชิ้นเดียว อีกชิ้นเป็นส่วนแผงกระจกหน้า เอามาประกบกันออกมาเป็นตัวเครื่อง เท่าที่ลองจับดูพบว่าเครื่องทนทานแข็งแรง มีการกลึงออกมาในรูปทรงที่สวยจับแล้วรู้สึกได้ว่ากลึงมาเรียบเนียน ตัวเครื่องมีโอกาสลื่นจากมือพอสมควรแต่ก็อยู่แล้วแต่สภาวะถ้ามือเราชื้นก็ไม่ลื่น แต่ถ้ามือเราแห้งก็ลื่นได้ง่าย
การเป็นอลูมิเนียมของมันมีจุดดี/จุดด้อย
– จุดดีก็คือมันจะเย็นเร็วถ้าอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น และสามารถระบายความร้อนของเครื่องได้ดีมาก
– จุดด้อยก็คือถ้ามันอยู่ในอากาศร้อนมันก็จะร้อน รวมถึงถ้าเล่นเครื่องนานๆมันก็จะร้อนเร็ว นอกจากนี้อลูมิเนียมนั้นนำไฟฟ้าถ้าชาร์ตไฟและเอามือไปแตะน่าจะมีอากาศโดนไฟดูดกันบ้างไรบ้างแน่นอน

การออกแบบตัวเครื่องมีการออกแบบเป็น Unibody อย่างที่กล่าวไว้ด้านบนและมีการประกอบเครื่องแบบ Zero gap construction ที่แบบว่าไม่มีรูหรือร่องเครื่องให้เห็น ทุกส่วนดูเหมือนเป็นชิ้นเดียวกัน (ที่จริงมันเป็น 2 ส่วนตามที่กล่าวไว้ด้านบน) สัดส่วนเครื่องอยู่ที่ 137.4 x 68.2 x 9.3 มม. ถือว่าตัวเครื่องนั้นไม่กว้างมากและไม่บางมาก แต่ว่ามีการออกแบบที่ดูลงตัวดีในการจับถือ ส่วนของน้ำหนัก HTC One คือ 143 กรัม ก็ถือว่าไม่หนักมากนัก ถ้าตัวเครื่องจะเป็นวัสดุเป็นอลูมิเนียมรอบตัวขนาดนี้

หลายคนอาจสงสัยว่าเครื่องเป็นอลูมิเนียมหมด แล้วจะวางพวกเสาสัญญาณไว้ตรงไหน ซึ่งเรื่องนี้ทาง HTC บอกว่ามีการ Bundle เสาสัญญาณไปแล้วบนขอบรอบๆเครื่อง ทำให้มีการรับสัญญาณได้ดีขึ้นและเครื่องไม่จำเป็นต้องมีพลาสติกเป็นส่วนประกอบ

หน้าจอของตัวเครื่องยังใช้เป็น Super LCD3 พร้อมกระจก Corning Gorilla Glass 2 เหมือนกับ HTC Butterfly ขนาดอยู่ที่ 4.7 นิ้วความละเอียด 1920×1080 พิกเซล (468ppi) มีการออกแบบให้หน้าจอกับส่วน touch panel เป็นชั้นเดียวกันทำให้ประหยัดพื้นที่ภายในเครื่องได้อีก ส่วนการมองเท่าที่ลองมองดูพบว่าหน้าจอยังคงมีความละเอียดสูงไม่มีให้เห็นเรื่องตัวหนังสือแตก นอกจากนี้เองยังสู้แสงได้เป็นอย่างดี


ด้านหน้าของตัวเครื่องนอกจากหน้าจอขนาดใหญ่ 4.7 นิ้ว มีลำโพง Dual-Speaker ทั้งบนและล่างรูลำโพงเป็นแบบ micro กันน้ำได้ ด้านบนมีกล้องหน้าเลนส์ wide ความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี OIS ทำให้ถ่ายวีดีโอผ่านกล้องหน้าแบบนิ่งไม่สั่น ส่วนล่างนอกจากลำโพงแล้วมีปุ่ม Capacitive 2 ปุ่มคือ Home และ Back ตัดปุ่ม Menu ออกไป เพราะไปอยู่ในส่วนหน้าจอแทน

ด้านซ้ายของเครื่องมีช่องใส่ microSIM ที่ต้องใช้ที่จิ้ม ที่ให้มาในกล่องดันเพื่อเอาออก

ด้านขวาของเครื่องมีปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงเท่านั้น

ด้านล่างมีไมค์ตัวแรกและช่องเชื่อมต่อ microUSB

ด้านบนมีปุ่ม Power/Wake ที่มีการ Bundle infrared เข้าไปในปุ่มด้วยทำให้หัวมันดูใสๆเงาๆ ส่งผลให้ตัวเครื่องสามารถควบคุม TV และอุปกรณ์เครื่องเสียงต่างๆได้ทันที ส่วนถัดมาข้างๆมีช่องใส่หูฟัง 3.5 มม.

ด้านหลังมีกล้อง ที่มีเลนส์ขนาดใหญ่ พร้อม LED Flash และมีไมค์ตัวที่ 2 ซ่อนอยู่ตรงส่วนบนขวาของเครื่อง

