Battery

สำหรับแบตเตอรีของ HTC One Max คือไม้ตายอันยอดเยี่ยมเลยล่ะครับ เพราะเครื่องมีขนาดใหญ่อย่างนี้ เลยใส่แบตเตอรีได้จัดเต็มถึง 3,300 mAh แถมเมื่อผสมกับความสามารถเรื่องฟีเจอร์ Power Saving ของ HTC ที่เยี่ยมยอดแล้ว ทำให้การใช้งานต่อเนื่อง (เช่นการเล่นเกมส์) กว่าจะลดไปสัก 1% ก็ราวๆ 7 – 8 นาทีเลยล่ะครับ พอคูณด้วย 100 แล้วหักอัตราการสูญเสียพลังงานไปบ้างก็พบว่าเล่นต่อเนื่องได้เกือบสิบชั่วโมงแน่ะ! สุดยอด!
Benchmark


สำหรับการทดสอบนั้นอยู่ในเกณฑ์กลางๆ น่าผิดหวังเล็กน้อยที่ออกมาช้ากว่าชาวบ้าน (ออกมาหลัง Samsung เปิดตัว Phablet อย่าง Galaxy Note 3 ไปแล้ว แถมหน่วยประมวลผลยังเป็นตัวเดียวกับ HTC One อย่าง Snapdragon 600 อีกด้วย ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าไหนๆ ก็กะกอบโกยตลาดช่วงปลายปีแล้วทำไมถึงไม่ใส่ Snapdragon 800 ที่เป็นสถาปัตยกรรมใหม่เข้ามาแทน
User Interface

สำหรับจุดเด่นประจำของ HTC ก็คงไม่พ้น Sense UI นั่นเอง โดยใน HTC One Max นี้ยังคงมาพร้อมกับ Sense UI 5.5 ตัวล่าสุด (แน่นอนว่าอัพเดทหน้าน่าจะได้เป็น Sense UI 6 แน่นอน) และใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.3 นั่นเองครับ จุดเด่นของ Sense UI เวอร์ชันนี้ก็คงจะไม่พ้น Blink Feed ที่ทำให้เราติดตามสถานะต่างๆ ของเพื่อนได้โดยง่ายครับ (สำหรับใครที่ไม่ชอบ Sense UI 5.5 นี้เลือกปิด Blink Feed ได้แล้วครับ)


หน้าตาโดยรวมของ Launcher นั้นยังเหมือนกับ Sense UI 5.0 บน HTC One แทบทั้งหมดเลยล่ะครับ
Camera

กล้องของ HTC One Max จะว่าดีเยี่ยมก็ใช่ แต่น่าผิดหวังก็ไม่เชิง เพราะว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงจาก HTC One เลยแม้แต่น้อย แต่ที่ว่าดีเยี่ยมก็เพราะว่ากล้อง UltraPixel ของ HTC One นั้นน่าจะเป็นกล้องที่ดีที่สุดในวงการ Android ตอนนี้แล้วก็ว่าได้ และสิ่งที่หลายๆ คนอยากรู้ก็คือ “เครื่องที่ได้รับทดสอบไม่เจอปัญหากล้องม่วงครับ” งานนี้ก็ไม่รู้ว่าเครื่องนี้แจ๊คพอทไม่มีกล้องม่วง หรือว่าโมดูลกล้องโดนเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ทำให้ไม่เกิดปัญหากล้องม่วงเช่นเดียวกับ HTC One ครับ! หลายๆ คนที่ใช้ HTC One ได้ยินแบบนี้คงอุ่นใจขึ้นมาบ้าง ถ้าจะแนะนำ HTC One Max ให้คนอื่นใช้งานกัน

Fingerprint Scanner

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ HTC One Max เป็นมากกว่า HTC One ที่จับมาขยายร่างก็คือการที่มีเซนเซอร์อ่านลายนิ้วมือนั่นเองครับ จากการทดสอบใช้งานราวๆ สองสัปดาห์พบว่าเซนเซอร์นั้นแม่น ไม่มีอาการเสื่อมสภาพแต่ประการใดครับ


สำหรับการลากลายนิ้วมือบนเซนเซอร์นั้น ทำได้แค่ลากขึ้น กับลากลง (ลากกลับหัวได้) ถ้าลากในทิศอื่น เช่นซ้ายไปขวา (หรือกลับกัน) ระบบจะอ่านลายนิ้วมือไม่ออกครับ และระบบเก็บลายนิ้วมือได้สามนิ้วเท่านั้น ข้อดีคือสามารถตั้งค่าได้ว่าถ้าเจอนิ้วไหน ให้เปิดแอพตัวไหนขึ้นมา


ปัญหาที่พบส่วนตัวก็คงไม่พ้นการที่เป็นคนถนัดซ้าย เมื่อพยายามจะจับมือถือให้มั่นด้วยมือข้างเดียว แล้วเอานิ้วชี้รูดที่ตัวอ่านเซนเซอร์ พบว่าตำแหน่งปุ่ม Power มันช่างพอเหมาะพอเจาะในการจับให้มั่นเสียเหลือเกิน พอลากนิ้วเสร็จมือก็ปล่อยปุ่ม Power พอดี…. จอดับไปอีกรอบ เอวังด้วยประการฉะนี้ สำหรับผู้ถนัดขวาไม่มีปัญหาใดๆ ครับ เพราะตำแหน่งปุ่ม Power มันจะอยู่ในอุ้งมือพอดี วิธีแก้ของผู้ที่ถนัดซ้ายคงต้องถือด้วยสองมือแทนครับ