
หน้าจอ
หน้าจอของ HTC Desire C นั้นเป็นหน้าจอแบบ TFT-LCD capacitive touchscreen 16 ล้านสี ความละเอียดอยู่ที่ 320 x 480 พิกเซล ในขนาดหน้าจอ 3.5 นิ้ว ความหนาแน่นพิกเซล 165 ppi ซึ่งเทียบกับรุ่นพี่ Desire V เรื่องการแสดงผลแตกต่างกันในเรื่องของความละเอียด และความใหญ่ของหน้าจอ แต่สีสัน และคอนทราสต่างๆ ผมว่าไม่แพ้กันเลยครับ จุดนี้แหละที่ผมมองว่าหน้าจอของ HTC Desire C น่าใช้น่ามองมากกว่าหน้าจอของ LG Optimus L5 ที่จัดว่าแย่เอาการเลยทีเดียว อ้อหน้าจอรองรับมัลติทัช 4 จุดพร้อมกันครับ



ประสิทธิภาพตัวเครื่อง
ตัวเครื่อง HTC Desire C นั้นใช้ CPU เป็น Cortex A5 ความเร็ว 600 MHz ต่ำกว่ารุ่นพี่ Desire V ที่มีความเร็ว 1GHz แต่ก็สามารถรัน Android 4.0 ICS ได้ราบรื่นไม่มีปัญหาเลย ตรงจุดนี้เทียบกับ Optimus L5 ของ LG แล้วความเร็วของ CPU ต่ำกว่า แต่ในแง่การทำงานก็ยังทำงานได้ไม่แตกต่างกัน แต่ HTC Sense 4.0 ดูจะทำงานได้ยอดเยี่ยมกว่าเป็นไหนๆ ครับ ชิปเซ็ตมี GPU เป็น Adreno 200 ซึ่งมี RAM 512 MB พร้อมหน่วยความจำภายใน 4 GB และรองรับ microSD card 32 GB


อินเตอร์เฟสการใช้งาน
HTC Desire C นั้นเป็นสมาร์ทโฟนตลาดล่างที่มาแบบเหนือความคาดหมาย เพราะมาพร้อม Android 4.0 Ice Cream Sandwich เลย และยังมี HTC Sense UI 4.0 มอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอีก จัดว่ายอดเยี่ยมแบบไม่ต้องบรรยายอยู่แล้วครับ

การทำงานของอินเตอร์เฟสนั้นมี HTC Sense UI 4.0 ที่บอกยี่ห้ออยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว ICS 4.0 กับ HTC Sense 4.0 ก็มีให้เห็นใน HTC One กันมาแล้ว แต่การที่มันมาอยู่บน Desire C สมาร์ทโฟนระดับล่างราคาเบาๆ ได้ ย่อมเป็นที่น่าสนใจเป็นพิเศษเลยครับ โดยหน้าจอหลักนั้นรองรับทั้งหมด 5 หน้าเหมือน One V ซึ่งไม่สามารถเพิ่มหรือลดหน้าจอหลักได้เลย

Dock menu ด้านล่างนั้นจะมี 5 ช่อง สามารถปรับเปลี่ยนไอคอนคำสั่งได้ตามใจยกเว้ยตัว App drawer ที่จะถูกล็อคเอาไว้ใช้เรียกเมนูแอพขึ้นมา (เอาออกไปจะเอาเมนูยังไงล่ะ – -*) และบนหน้าจอหลักก็สามารถใส่ Widgets ต่างๆ ได้ด้วยวิธีเดิมๆ ซึ่ง Widgets บน HTC Sense UI 4.0 ก็แสดงผลได้ยอดเยี่ยมสมชื่ออยู่แล้วด้วยครับ


อีกจุดเด่นของ HTC Sense UI 4.0 ก็คือสามารถปรับเปลี่ยนธีมสีต่างๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะมี Scenes หรือ Skins ครับ ซึ่งยังสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้จากตัว HTC Hub ด้วยล่ะ ส่วนสมุดโทรศัพท์ก็คงไม่ต้องบรรยายมาก เพราะมันทำงานร่วมกับ SNS ได้อย่างยอดเยี่ยมมาตั้งแต่เวอร์ชั่นแรกๆ แล้ว จนบัดนี้หลายๆ คนก็ยังติดใจกันอยู่

ระหว่างใช้งานเราสามารถเรียก Task Switcher ได้ด้วยปุ่ม Touch sensitive ใต้หน้าจอ และลากลบแอพฯ ที่เปิดค้างเอาไว้ หรือจะสลับการทำงานต่างๆ ก็ทำได้สะดวกมากๆ ด้วยครับ อีกอย่างคือตัว App drawer นั้นเราสามารถตั้งค่าแท็ปแสดงหมวดหมู่ได้ด้วยนะครับลองใช้งานกันดู