UI และการใช้งาน

Cheetah Turbo นั้นมาพร้อม Android 4.1.2 Jelly Bean ส่วนตัว UI เป็นแบบเรียบๆ ธรรมดา เน้นตกแต่งด้วยสีฟ้า และโลโก้ dtac TriNet เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ถือว่าทำออกมาใช้งานง่ายสะดวกดี และไม่กินทรัพยากรเครื่องมากนัก การสัมผัส การเคลื่อนไหวของ UI ไหลลื่นไม่หนืดไม่หน่วงดีครับ


หน้าหลัก UI นั้นสามารถใส่ Widgets ต่างๆ ได้เหมือนเคย ซึ่งก็มี Widgets ที่ทาง dtac TriNet ออกแบบมาให้ด้วยครับ ซึ่งนอกจาก Widgets ก็ยังมีแอพพลิเคชั่นต่างๆ ของทางดีแทคเองที่จัดมาอำนวยความสะดวกลูกค้า dtac TriNet Phone โดยเฉพาะเช่น
– dtac watchever : แอพพลิเคชั่นสำหรับดูช่องรายการทีวีสดกว่า 40 ช่อง ซึ่งก็มีทั้งหนังไทย และต่างประเทศ รวมถึงซีรีย์ต่างๆ อีกเพียบครับ
– dtac music : สำหรับใช้โหลดเพลงใหม่ เพลงฮิต และริงโทน หรือเสียงรอสายต่างๆ นั่นเอง


นอกจากนี้ก็ยังมีพวก Happy Baan Cartoon ให้โหลดธีมการ์ตูนต่างๆ เพียบ แต่เสียเงินซื้อ และ dtac horo สำหรับดูดวง รวมถึง dtac play และ Game Room ด้วย


ในส่วนของถาดแจ้งเตือนมี Quick settings ต่างๆ ให้ด้วย พร้อมลัดเข้าส่วนของ Settings ได้เลย การแจ้งเตือนต่างๆ เป็นแบบมาตรฐาน มีแยกหมวดหมู่ด้วย ส่วนมัลติทาสก์ก็แตะเปิดได้จากปุ่มควบคุมบนหน้าจอเอาได้เลย กดปุ่มโฮมค้างก็สามารถลัดเข้า Google Now ได้

ส่วน App Drawer แยกเป็นหน้าๆ เลื่อนเอา สามารถเลือกรูปแบบการจัดเรียง และปรับแต่งลำดับการเรียงแอพพลิเคชั่นได้เองด้วย ในส่วนของ Settings ก็เป็นรูปแบบมาตรฐานที่คุ้นเคยกันดี เช่นเดียวกับการโทรออก และสมุดโทรศัพท์ด้วย


ด้านรูปภาพนั้นตัว Gallery มีเครื่องมือสำหรับตกแต่งรูปภาพให้พร้อม ไม่ว่าจะแสงสี และเอฟเฟ็คต์ต่างๆ ทำได้ดั่งใจ และแชร์ไปโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ได้เลย

สำหรับเครื่องเล่นวิดีโอนั้นมาตรฐานมากๆ ไม่มีลูกเล่นพิเศษ สามารถเล่นได้แค่ 480p กำลังดี หรือระดับ VGA ครับ หากอยากได้ลูกเล่นมากกว่านี้ต้องโหลดแอพพลิเคชั่นตัวใหม่ๆ เช่น MX Player เอาครับ


เครื่องเล่นเพลงหน้าตามาตรฐาน แยกหมวดหมู่รายการเพลง สามารถเล่นสุ่มเล่นวน และปรับอีควอไลเซอร์ได้ด้วยครับ ซึ่งตรงนี้ผมรู้สึกว่าเสียงลำโพงหลักค่อนข้างดัง และเสียงดีพอตัวเลย ชอบครับ



สำหรับการเล่นเกมส์ถือว่าใช้งานได้ยอดเยี่ยม เน้นเกมส์สนุกๆ ที่ไม่ได้หนักเรื่อง 3D มากก็ใช้งานได้ไหลลื่นไร้ปัญหา เล่นกันเพลินๆ ครับ
การเชื่อมต่อและบราวเซอร์


สำหรับ Cheetah Turbo นั้นรองรับเครือข่าย 3G คลื่น 850 / 2100 MHz ซึ่งใช้กับเครือข่าย dtac TriNet ได้เลย รองรับความเร็ว 7.2Mbps ส่วนคลื่น GSM รองรับ Quad band 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz ครับ เป็นแบบซิมเดียว มี WiFi ที่รองรับ Hotspot ด้วย


ส่วน GPS นั้นรองรับ A-GPS และหาตำแหน่งด้วย WiFi ได้ โดยมีแผนที่ Google Maps ตัวล่าสุด พร้อมระบบนำทางแบบ Turn by Turn ครับ สามารถหาพื้นที่น่าสนใจใกล้เคียง และดูสภาพการจราจรได้ด้วย

ลองใช้บราวเซอร์เล่นอินเตอร์เน็ตบน Cheetah นั้นมีให้เลือกใช้ทั้ง Google Chrome, บราวเซอร์ Android และ Opera Mini เลยทีเดียว ซึ่งส่วนตัวจะชอบใช้ Chrome มากกว่า อินเตอร์เฟซเรียบๆ ทำงานรวดเร็ว และซิงค์บุ๊คมาร์ครวมถึงข้อมูลต่างๆ จากแอคเคาท์ที่ใช้ Chrome บนคอมพิวเตอร์ได้ด้วย


ตัวบราวเซอร์นั้นลองแล้วเปิดมัลติวินโดว์ใช้งานได้ไม่มีปัญหา อาจจะมีกระตุกหน่วงบ้างในจังหวะโหลดหน้าเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเยอะๆ รวมถึงแฟลชต่างๆ ด้วยครับ โดยรวมแล้วแค่พอเล่นได้ หน้าจอความละเอียดไม่สูงนักแสดงผลได้ไม่ครอบคลุมเท่าไหร่ แต่ถือว่าโอเคใช้งานแล้วไม่หงุดหงิดครับ
กล้องถ่ายภาพและวิดีโอ
ด้านกล้องมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซลเหมือนเดิม ซึ่งก็มีฟีเจอร์ออโต้โฟกัส ทัชโฟกัส และมี LED Flash เหมือนเดิมครับ แต่อินเตอร์เฟสต่างๆ นั้นทำงานไม่เหมือนกันเลย นอกจากนี้ยังมีตัวกล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล อัพเกรดจากเดิม VGA เท่านั้นครับ

ตัวอินเตอร์เฟซกล้องเคลื่อนไหวสมูธดี แต่กล้องทำงานได้ไม่เร็วนัก จังหวะโฟกัส จังหวะขยับกล้องดูหน่วงทำให้เวลาถ่ายภาพต้องมือนิ่งนิดครับ แม้จะเป็นเวลากลางวันก็ตาม ลองดูภาพตัวอย่างจากกล้องกันเลย
คุณภาพของภาพถ่ายถือว่าคมชัดใช้ได้เลย เพียงแต่ในที่กลางแจ้งแสงออกจะฟุ้งขาวไปหน่อย ต้องปรับชดเชยแสงกันนิด หรือลองขยับโฟกัสดูเอาครับ สีสันโทนออกเย็น ถือว่าคุณภาพเยี่ยม ถ่ายตอนกลางคืนใต้แสงไฟนีออนก็ถือว่าออกมาดูดีใช้งานได้ครับ

สำหรับการถ่ายวิดีโอนั้นเป็นวิดีโอแบบ VGA หรือ FWVGA สำหรับภาพวิดีโอแบบ Widescreen ซึ่งตัวกล้องเป็นแบบ Fixed Focus เท่านั้นครับ บันทึกออกมาเป็นไฟล์ 3gp เมื่อถ่ายในที่กลางแจ้งคุณภาพโอเค ส่วนในพื้นที่แสงน้อยอาจต้องปรับโหมดเพื่อให้ภาพสว่างขึ้นหน่อยครับ




