
สรุป BlackBerry Curve 9380
จากที่ลองสัมผัสกับสมาร์ทโฟน BlackBerry จาก RIM หลายๆ เครื่อง ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมากนัก ส่วนใหญ่จะมีจุดขายแตกต่างกันนิดหน่อย เห็นได้ชัดในเรื่องของรูปทรงมากกว่า เพราะ BlackBerry OS ก็เหมือนๆ เดิม แม้จะอัพเดทจาก OS 6 เป็น 7 ก็มีข้อแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยด้วยครับ แต่สำหรับ BlackBerry Curve 9380 นั้นค่อนข้างแตกต่างจากซีรีย์ Curve รุ่นก่อนๆ เพราะนับเป็นรุ่นแรกที่เป็นระบบสัมผัส จากที่เราคุ้นเคยกับซีรีย์ Torch ที่มักจะเป็นระบบสัมผัสหน้าจอแนวตั้งเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

แต่ด้วยราคาที่สูงกว่า ทำให้ผู้บริโภคตลาดล่างอาจจะไม่ค่อยได้มีโอกาสสัมผัสกับระบบหน้าจอสัมผัสของ RIM สักเท่าไหร่ วันนี้ก็เลยมีโอกาสได้ลองจับกันกับ BlackBerry Curve 9380 ที่เป็นสมาร์ทโฟนจอสัมผัสล้วนๆ ไร้แป้นพิมพ์ และยังเป็นซีรีย์รุ่นราคาถูกของ BlackBerry ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีราคาเปิดตัวที่สูงถึง 10,900 บาทอยู่ดีครับ แต่หากเทียบกับรุ่นพี่ที่คล้ายๆ กันอย่าง BlackBerry Torch 9860 ก็แตกต่างกันถึง 7,000 บาทเลยทีเดียว ส่วนต่างนั้นก็ทำให้ตัว BlackBerry Curve 9380 นั้นมี CPU ที่ต่ำกว่า ด้วยความเร็ว 800 MHz ตามแบบที่ Curve รุ่นใหม่ๆ ที่ออกมานั่นเอง หน่วยความจำก็น้อยกว่าอีกเล็กน้อย แต่ที่เห็นได้ชัดคือในเรื่องของวัสดุที่เป็นพลาสติกระดับล่างธรรมดาๆ รวมถึงหน้าจอที่เล็กกว่าความละเอียดต่ำกว่า แต่คุณภาพก็ไม่ได้แย่อะไรครับ กลับทำได้ดีอีกด้วย

สรุปแล้วมันก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสกับหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่บน Curve ซีรีย์ที่มีราคาถูกกว่า แต่ผมแอบรู้สึกขัดใจกับ BlackBerry ที่ไม่มีแป้นพิมพ์ QWERTY มาให้ เพราะจริงๆ แล้วจุดขายหลักๆ ของมือถือแบล็คเบอร์รี่ที่หลายๆ คนฝังในใจก็คือแป้นพิมพ์แบบ Full QWERTY คีย์บอร์ดนั่นเอง และการเจาะเข้ามาให้ตลาด Full Touchphone อาจจะเป็นการฝังตัวเองได้ง่ายๆ เพราะตัว Android OS หรือ Apple iOS นั้นทำตลาดมาก่อน และกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง อินเตอร์เฟสต่างๆ ทำออกมาได้เหมาะกับมือถือแบบ Full Touch มากกว่า เพราะว่ากันตามตรง BlackBerry ดูจะเป็นสมาร์ทโฟนในกลุ่มธุรกิจ และโซเชียลเน็ตเวิร์คมากกว่าครับ