
ตัวเครื่อง BlackBerry Curve 9320
สำหรับ BlackBerry Curve 9320 และ 9220 นั้นตัวเครื่องถอดแบบมาจาก Curve 8520 เลยก็ว่าได้ครับ และทั้ง 9320 และ 9220 นั้นตัวเครื่องก็เหมือนกันเลย แต่แตกต่างกันในส่วนของไฟแฟลชที่ Curve 9220 ไม่มี และมีกรอบดำล้วน แต่ตัว Curve 9320 จะมีกรอบสีเงินโดดเด่นกว่าครับ

ตัวเครื่องจับถือได้ถนัด และมีน้ำหนักไม่หนักไม่เบา โดยตัวเครื่องมีน้ำหนัก 103 กรัม ขนาดวัดแล้ว 109 x 60 x 12.7 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุนั้นเป็นพลาสติกธรรมดาระดับล่าง ซึ่งตัวพลาสติกรอบๆ ตัวเครื่องด้านหน้านั้นเป็นสีเงิน ส่วนรอบหน้าจอเป็นสำดำ เช่นเดียวกับด้านหลังครับ แกนกลางตัวเครื่องจะเป็นพลาสติกด้านผสมเนื้อยางเทฟลอน ตัวปุ่มควบคุมเสียง และกล้องกลืนกับส่วนแกนตัวเครื่องด้านข้างเรียบสวยงามดีครับ ตัวเครื่องรุ่นนี้ก็มีเคสออกมาขายพร้อมๆ กันด้วยครับ

หน้าจอของ BlackBerry Curve 9320 นั้นเป็นหน้าจอ TFT LCD 16 ล้านสี ขนาด 2.44 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ qVGA 320 x 240 พิกเซล หน้าจอมีหน้าแน่นของพิกเซล 164 ppi การแสดงผลก็ถือว่าดีเลยทีเดียว ให้สีสันได้สดใสดี คอนทราสปานกลาง แต่ใช้งานกลางแจ้งได้ค่อนข้างเยี่ยมครับ แม้จะมีแสงสะท้อนบ้างนิดหน่อย โดยมุมมองด้านข้างของหน้าจอก็พอดูได้

แป้นพิมพ์ QWERTY คือคีย์ฟีเจอร์ของ BlackBerry มาตลอดอยู่แล้ว และปุ่มชุดนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมๆ ไม่ได้แตกต่างจากรุ่น Curve 8520 ที่โดนปรับลดราคาเหลือ 4,990 บาทไปก่อนหน้านี้เลย เวลาพิมพ์นั้นมีระบบช่วยสะกดคำด้วย ไม่ชอบก็สามารถปิดได้เช่นเคยครับ

ตัวเครื่องด้านหน้าเหนือหน้าจอมีลำโพงเสียงสนทนา และไฟ LED แสดงสถานะแจ้งเตือนต่างๆ ด้านล่างหน้าจอมีแผงปุ่มควบคุม 4 ปุ่ม กับ Optical Trackpad มาตรฐานที่คุ้นเคยดีบน Curve ซีรีย์ แต่ตัวปุ่มควบคุม 4 ปุ่มออกแบบมาแตกต่างจากรุ่นเก่า ให้เป็นปุ่มเดี่ยวๆ แบบแป้นพิมพ์ QWERTY ครับ ผมว่ามันกดง่ายดีกว่าเป็นแผงแผ่นเดียวนะ


ด้านขวามีชุดปุ่มควบคุมเสียงที่มีปุ่ม หยุด/เล่น ให้ด้วย และยังมีปุ่มลัดฟังก์ชั่นกล้องสามารถเปลี่ยนเป็นปุ่มลัดอื่นๆ ได้ แต่หลักๆ ยังใช้เป็นชัตเตอร์ถ่ายภาพ ส่วนด้านซ้ายมีช่อง micro USB และปุ่มลัด BBM ครับ โดยยังมีช่องใส่สายคล้องคอด้วยล่ะ


ด้านบนมีปุ่ม ล็อค / ปลดล็อค หน้าจอ รวมถึงช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านล่างมีช่องไมโครโฟน และลำโพงสปีกเกอร์

ด้านหลังมีเลนส์กล้อง 3.2 ล้าน พร้อมด้วย LED แฟลช เลย์เอาท์ดูคล้ายๆ กับ Curve ตัวเก่าๆ แต่ก็ทำดูทันสมัยขึ้นเล็กน้อย ฝาหลังนั้นเป็นแบบพลาสติกดำเงา มีโลโก้ BlackBerry สีเงินเงาโดดเด่น ส่วนใต้ฝาหลังมีแบตเตอรี่ และช่องใส่ microSD card รองรับ Hot-swap พร้อมด้วยช่องใส่ซิมการ์ดรูปแบบเดิมๆ ครับ

แบตเตอรี่ Li-Ion ความจุ 1,450 mAh สามารถใช้งานได้ประมาณวันกว่าๆ หรือ 24-36 ชั่วโมง ครับ แต่ส่วนใหญ่หากใช้งานบนเครือข่าย 3G และใช้งานดาต้าผ่าน 3G ก็ต้องชาร์จวันต่อวัน ใช้งานสนทนาต่อเนื่องได้ราวๆ 7 ชั่วโมง หากเปิดสแตนบายด์ไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้งานก็อยู่ได้เป็นอาทิตย์ครับ