REDMI Pad 2 9.7 แท็บเล็ตรุ่นใหม่จาก Xiaomi ที่ถูกส่งมาลุยตลาดระดับเริ่มต้นถึงกลาง แต่รอบนี้จัดเต็มเกินราคา ทั้งหน้าจอความละเอียด 2K รีเฟรชเรตลื่นไหล 120Hz ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 6s 4G Gen 2 พร้อมแบตเตอรี่ความจุใหญ่ 7600mAh ใช้งานได้ยาวตลอดวัน เสริมด้วยดีไซน์โลหะบางเบา ให้ฟีลพรีเมียมเกินตัว
จุดเด่นที่น่าสนใจของ REDMI Pad 2 9.7 คือการเลือกใช้หน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว ซึ่งถือว่าเป็นไซซ์ที่ลงตัวสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ให้ความบาลานซ์ระหว่างความสะดวกในการพกพาและพื้นที่การแสดงผล ตัวเครื่องไม่ใหญ่หรือหนักจนเกินไป จับถือใช้งานมือเดียวได้คล่องกว่ากลุ่มแท็บเล็ต 11 นิ้วทั่วไป

ขณะเดียวกันก็ยังมอบประสบการณ์รับชมคอนเทนต์ที่เต็มอิ่มกว่าสมาร์ทโฟนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะใช้เรียนออนไลน์ ดูหนัง เล่นโซเชียล หรือทำงานเบา ๆ ก็รองรับได้ครบ เหมาะกับทั้งนักเรียน นักศึกษา และคนที่มองหาแท็บเล็ตเครื่องเดียวไว้ใช้งานได้รอบด้าน
เรามาดูกันดีกว่าว่าแท็บเล็ต REDMI Pad 2 9.7 รุ่นนี้จะมีทีเด็ดและความน่าสนใจแค่ไหน หรือมีจุดไหนที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ ตามมาดูกันในรีวิวนี้ได้เลยครับ
แกะกล่อง

ภายในกล่องของ REDMI Pad 2 9.7 จะมีอุปกรณ์พื้นฐานให้มาครบพร้อมเริ่มใช้งานทันที ประกอบด้วย ตัวเครื่อง REDMI Pad 2 9.7, อะแดปเตอร์ชาร์จ 15W, สาย USB-C, เข็มจิ้มถาด microSD Card, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องรองรับระบบชาร์จเร็วสูงสุด 18W แต่ทาง Xiaomi ให้อะแดปเตอร์ขนาด 15W มาในกล่องตามมาตรฐานของรุ่นนี้ ซึ่งก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปและช่วยให้พร้อมใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องหาซื้อเพิ่มเติมครับ
ดีไซน์

REDMI Pad 2 9.7 มาพร้อมงานดีไซน์ที่เน้นความเรียบหรู ดูมินิมอล แต่ให้สัมผัสพรีเมียมเกินราคา ด้วยตัวเครื่องแบบโลหะ Unibody ทั้งชิ้น ช่วยเพิ่มทั้งความแข็งแรงและความรู้สึกแน่นมือเวลาใช้งาน งานประกอบโดยรวมถือว่าทำได้ดีเกินมาตรฐานแท็บเล็ตระดับเริ่มต้น


ตัวเครื่องมีความบางเพียง 7.4 มิลลิเมตร และน้ำหนักประมาณ 406 กรัม ทำให้พกพาได้สะดวก ถือใช้งานต่อเนื่องนาน ๆ ไม่เมื่อยมือมากนัก ไม่ว่าจะใช้ดูหนัง เล่นโซเชียล หรืออ่านเอกสารก็ทำได้คล่องตัว โดยรุ่นนี้มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ Graphite Gray (สีเทา) และ Silver (สีเงิน) เน้นโทนเรียบสะอาด ดูทันสมัยและใช้งานได้ทุกสไตล์

REDMI Pad 2 9.7 มาพร้อมหน้าจอ IPS LCD ขนาด 9.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K ที่ 2048×1280 พิกเซล ในอัตราส่วน 16:10 ซึ่งถือว่าเหมาะกับการใช้งานหลากหลาย ไม่ว่าจะดูหนัง เล่นเกม ท่องเว็บ หรืออ่านเอกสารก็ให้พื้นที่แสดงผลที่กำลังพอดี
อีกหนึ่งจุดเด่นคือรองรับรีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz ช่วยให้การเลื่อนหน้าจอ การสลับแอป รวมถึงการเล่นเกมต่าง ๆ มีความลื่นไหลกว่าหน้าจอ 60Hz ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดูสมูทและตอบสนองได้ดีในทุกวัน

นอกจากนี้ หน้าจอยังผ่านการรับรองจาก TÜV Rheinland ทั้งด้าน Low Blue Light, Flicker Free และ Circadian Friendly ช่วยลดแสงสีฟ้า ลดอาการกระพริบของหน้าจอ และช่วยถนอมสายตาเมื่อต้องใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน เหมาะทั้งสำหรับการเรียน ดูซีรีส์ หรือใช้งานก่อนนอน
ด้านความสว่างหน้าจอทำได้ที่ 500 nits และเร่งสูงสุดได้ถึง 600 nits ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปภายในอาคารหรือในบ้าน ส่วนการใช้งานกลางแจ้งหรือในพื้นที่แดดจัดอาจมีแสงสะท้อนให้เห็นอยู่บ้างตามสไตล์หน้าจอ IPS แต่โดยรวมยังถือว่าให้คุณภาพการแสดงผลที่ดีเกินตัวเมื่อเทียบกับระดับราคาครับ

บริเวณด้านหน้าของ REDMI Pad 2 9.7 ในแนวนอน จะติดตั้งกล้องหน้าความละเอียด 5MP รองรับการบันทึกวิดีโอสูงสุดที่ 1080p 30fps และ 720p 30fps ซึ่งเพียงพอสำหรับการวิดีโอคอล ประชุมออนไลน์ หรือเรียนออนไลน์ได้แบบสบาย ๆ ตำแหน่งกล้องถูกวางมาเหมาะกับการถือใช้งานแนวนอน ทำให้เวลาคุยวิดีโอภาพดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น


ส่วนด้านหลังบริเวณมุมบนขวาในแนวนอน จะเป็นตำแหน่งของกล้องหลังความละเอียด 8MP รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 1080p 30fps และ 720p 30fps เช่นเดียวกัน เหมาะสำหรับสแกนเอกสาร ถ่ายโน้ต หรือเก็บภาพใช้งานทั่วไป ขณะที่มุมบนฝั่งซ้ายจะมีการวางโลโก้ REDMI เพิ่มความเรียบง่ายตามสไตล์ของตัวเครื่อง


บริเวณขอบเครื่องมีการจัดวางปุ่มใช้งานครบถ้วน ทั้งปุ่ม Power, ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง รวมถึงพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จและเชื่อมต่อข้อมูล อีกจุดที่น่าสนใจคือรองรับ microSD Card เพิ่มความจุได้สูงสุดถึง 2TB ช่วยให้สายโหลดหนัง เก็บไฟล์ หรือพกเอกสารจำนวนมากใช้งานได้สะดวกขึ้นแบบไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่

ด้านระบบเสียง REDMI Pad 2 9.7 มาพร้อมลำโพงสเตอริโอคู่ ที่ให้ระดับเสียงดังและค่อนข้างชัดเจนเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตในช่วงราคาเดียวกัน รองรับระบบเสียง Hi-Res Audio เพื่อเพิ่มมิติในการรับชมคอนเทนต์ และยังคงมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร มาให้ใช้งาน ซึ่งถือว่าเริ่มหาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ในอุปกรณ์ยุคปัจจุบัน ถูกใจคนที่ยังใช้หูฟังแบบมีสายแน่นอนครับ
ประสิทธิภาพ

REDMI Pad 2 9.7 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 6s 4G Gen 2 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 6nm ทำงานร่วมกับ GPU Adreno 610 แม้จะไม่ใช่ชิปสายแรงระดับเรือธง แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปถือว่ารองรับได้สบาย ไม่ว่าจะดูหนัง เล่นโซเชียล เรียนออนไลน์ ประชุมวิดีโอ หรือเล่นเกมยอดนิยมทั่วไปก็ทำได้ลื่นไหลในระดับที่น่าพอใจ


ตัวเครื่องมาพร้อมหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4X และ Storage มาตรฐาน UFS 2.2 ซึ่งช่วยให้การเปิดแอป การสลับใช้งาน หรือโหลดข้อมูลต่าง ๆ ทำได้รวดเร็วพอตัวเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตในช่วงราคาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม รุ่นที่ทำตลาดหลักจะเป็น RAM 4GB ซึ่งอาจเริ่มมีข้อจำกัดอยู่บ้างสำหรับคนที่ชอบเปิดหลายแอปพร้อมกันหนัก ๆ หรือวางแผนใช้งานระยะยาวหลายปี


แต่จุดแข็งสำคัญคือ REDMI Pad 2 9.7 รองรับการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บผ่าน microSD Card ได้สูงสุดถึง 2TB ทำให้สามารถเก็บไฟล์ หนัง ซีรีส์ เอกสาร หรือเกมต่าง ๆ ได้แบบจุใจ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่หาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ในแท็บเล็ตระดับราคาใกล้เคียงกันนั่นเองครับ
ด้านซอฟต์แวร์ของ REDMI Pad 2 9.7 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 3 ที่มีหน้าตา UI ทันสมัย ใช้งานง่าย และให้ประสบการณ์โดยรวมที่ลื่นไหลมากขึ้น ทั้งในเรื่องของแอนิเมชัน การจัดการมัลติทาสก์ รวมถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายใน Ecosystem ของ Xiaomi


สำหรับคนที่ใช้งานสมาร์ทโฟน Xiaomi อยู่แล้ว จะสามารถเชื่อมต่อการทำงานร่วมกันได้ค่อนข้างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการแชร์คลิปบอร์ดข้ามอุปกรณ์ การรับสายโทรศัพท์บนแท็บเล็ต หรือการซิงค์ข้อมูลบางส่วนแบบต่อเนื่อง ช่วยให้การใช้งานระหว่างมือถือและแท็บเล็ตลื่นไหลมากขึ้นในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ยังรองรับฟีเจอร์ Circle to Search ของ Google ที่ช่วยให้สามารถวงหรือแตะสิ่งที่เห็นบนหน้าจอเพื่อค้นหาข้อมูลได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือสินค้า ถือเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและเริ่มกลายเป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของอุปกรณ์ Android ยุคใหม่ไปแล้ว
การใช้งาน

สำหรับการใช้งานทั่วไป REDMI Pad 2 9.7 ถือว่าเป็นแท็บเล็ตที่ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา หรือคนที่ต้องการอุปกรณ์ไว้สำหรับเสพคอนเทนต์เป็นหลัก ด้วยหน้าจอความละเอียด 2K ขนาด 9.7 นิ้ว ที่ให้ภาพคมกำลังดี ดูสบายตา และยังได้รีเฟรชเรต 120Hz ที่ช่วยให้การเลื่อนหน้าจอหรือใช้งานโซเชียลมีเดียลื่นไหลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขนาดตัวเครื่องก็อยู่ในจุดที่ลงตัว ไม่ใหญ่จนพกพาลำบาก แต่ก็ไม่เล็กจนใช้งานแล้วอึดอัด ทำให้เหมาะทั้งการถือใช้งานในมือเดียว หรือวางใช้งานบนโต๊ะในชีวิตประจำวัน
ในด้านเสียง ลำโพงสเตอริโอของ REDMI Pad 2 9.7 ให้ระดับเสียงที่ดังพอสมควร และมีมิติดีกว่าแท็บเล็ตระดับเริ่มต้นหลายรุ่น เหมาะสำหรับการดูหนัง ฟังเพลง หรือเรียนออนไลน์แบบไม่ต้องพึ่งหูฟังตลอดเวลา อีกทั้งยังรองรับ Hi-Res Audio เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น และยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรมาให้ ซึ่งถือเป็นข้อดีสำหรับคนที่ยังใช้งานหูฟังแบบมีสายอยู่เป็นประจำ

REDMI Pad 2 9.7 สามารถรองรับการเล่นเกมยอดนิยมได้ค่อนข้างดีในระดับการใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น PUBG Mobile, RoV, Roblox หรือ Free Fire โดยสามารถเล่นได้ลื่นในกราฟิกระดับกลาง เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความสนุกแบบไม่ซีเรียสเรื่องปรับสุดทุกอย่าง แต่ถ้าเป็นเกมที่กราฟิกหนักมาก อาจต้องลดคุณภาพกราฟิกลงเล็กน้อยเพื่อให้ได้เฟรมเรตที่นิ่งและประสบการณ์ที่ดีที่สุด

อีกจุดที่ช่วยเสริมการใช้งานคืออัตราส่วนหน้าจอ 16:10 ที่ให้พื้นที่แนวตั้งมากกว่าบางรุ่น ทำให้เวลาอ่านเอกสาร เว็บไซต์ หรือไฟล์ PDF เห็นเนื้อหาได้เต็มตาและเลื่อนน้อยลง เหมาะมากสำหรับสายเรียนที่ต้องอ่านสไลด์หรือเอกสารจำนวนมาก รวมถึงการใช้งานประชุมออนไลน์ผ่าน Zoom หรือ Google Meet ที่ช่วยให้เห็นผู้เข้าร่วมและเนื้อหาบนหน้าจอได้ชัดเจนและเป็นสัดส่วนมากขึ้นครับ

REDMI Pad 2 9.7 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุใหญ่ 7600mAh ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานตลอดทั้งวันแบบสบาย ๆ โดย Xiaomi ระบุว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานถึงประมาณ 1.7 วัน พร้อมรองรับการดูวิดีโอออนไลน์ได้นานกว่า 15 ชั่วโมง ฟังเพลงได้มากกว่า 18 ชั่วโมง และอ่านเนื้อหาออนไลน์ได้ราว 16 ชั่วโมง ช่วยให้ใช้งานได้ยาวโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย


ในด้านการชาร์จ รองรับกำลังไฟสูงสุด 18W แต่ภายในกล่องจะให้อะแดปเตอร์ 15W มาใช้งาน ซึ่งเพียงพอสำหรับการชาร์จทั่วไป แต่ถ้าแบตหมดจนเกลี้ยง การชาร์จกลับเต็มอาจใช้เวลาพอสมควรตามสไตล์แท็บเล็ตแบตใหญ่

ส่วนระบบกล้องของ REDMI Pad 2 9.7 ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานพื้นฐานเป็นหลัก เช่น วิดีโอคอล ประชุมออนไลน์ เรียนออนไลน์ หรือสแกนเอกสาร ซึ่งถือว่าเพียงพอและตอบโจทย์การใช้งานจริง แต่ถ้าหวังนำไปถ่ายภาพจริงจัง คุณภาพยังคงไม่เทียบเท่าสมาร์ทโฟน ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดปกติของแท็บเล็ตในระดับนี้อยู่แล้วครับ

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ REDMI Pad 2 9.7 มีเคสทางการอย่าง REDMI Pad 2 Cover 9.7 Grey ที่ออกแบบมาสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ ใครที่กังวลว่าจะหาเคสใส่ยากก็สบายใจได้ โดยตัวเคสวางจำหน่ายแยก และหากซื้อพร้อมเครื่องจะมีราคาเพียง 299 บาทเท่านั้น

ตัวเคสมาในดีไซน์เรียบง่ายแบบพับสามตอน สามารถพับเป็นขาตั้งได้อย่างมั่นคง ช่วยให้ใช้งานดูหนัง เรียนออนไลน์ หรือวางพิมพ์งานได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องถือเครื่องตลอดเวลา

นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชัน Smart Wake/Sleep หรือระบบปลุกหน้าจออัตโนมัติ เมื่อเปิดฝาเคสตัวเครื่องจะเปิดใช้งานทันที และจะเข้าสู่โหมดสลีปโดยอัตโนมัติเมื่อปิดฝา เพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

วัสดุของเคสผลิตจาก PU ที่มีพื้นผิวสัมผัสดี ช่วยลดความลื่นมือ และเสริมด้วยโครงสร้าง PC ที่ช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดี ให้ทั้งความแข็งแรง ความเรียบร้อย และการปกป้องตัวเครื่องได้แบบรอบด้าน เหมาะกับคนที่ต้องพกแท็บเล็ตออกไปใช้งานนอกบ้านบ่อย ๆ นั่นเองครับ
ข้อมูลสเปก REDMI Pad 2 9.7

- ขนาดตัวเครื่อง 226.51 × 47.97 × 7.4 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 406 กรัม
- หน้าจอ IPS LCD ขนาด 9.7 นิ้ว ความละเอียด 2K (2048×1280) 250 ppi อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz
- ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 6s 4G Gen 2 (6nm)
- หน่วยความจำ 4GB (LPDDR4X) + 64/128GB (UFS 2.2), รองรับ microSD Card สูงสุด 2TB
- กล้องหน้า 5MP f/2.2 | วิดีโอ 1080P 30fps
- กล้องหลัง 8MP f/2.0 | วิดีโอ 1080P 30fps
- ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 3
- แบตเตอรี่ 7600mAh ชาร์จเร็ว 18W (อะแดปเตอร์ในกล่อง 18W)
- การเชื่อมต่อ Wi-Fi 5, Bluetooth 5.0, USB-C
- เสียง ลำโพงสเตอริโอคู่, Hi-Res Audio, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
- สี Silver (สีเงิน) / Graphite Gray (สีเทา)
สรุป
โดยภาพรวม REDMI Pad 2 9.7 ถือเป็นแท็บเล็ตที่ “คุ้มค่า” ในกลุ่มราคาประหยัดถึงระดับกลาง เพราะให้สเปกและฟีเจอร์มาแบบครบเครื่อง ทั้งหน้าจอ 2K รีเฟรชเรต 120Hz ดีไซน์โลหะ งานประกอบแน่น แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาว และฟีเจอร์พื้นฐานครบสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
จุดเด่นสำคัญคือขนาดหน้าจอที่กำลังพอดี พกพาง่ายกว่าแท็บเล็ต 11 นิ้ว แต่ยังให้ประสบการณ์รับชมคอนเทนต์ได้เต็มตากว่าสมาร์ทโฟนอย่างชัดเจน จึงเหมาะกับการใช้งานหลากหลาย ทั้งดูหนัง ดู YouTube เรียนออนไลน์ อ่านเอกสาร เล่นเกมทั่วไป ใช้งานโซเชียล และพกออกไปใช้นอกบ้านเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นสายที่ต้องใช้งานแบบ Multi-tasking หนัก ๆ เปิดหลายแอปพร้อมกันตลอดเวลา หรือเล่นเกมกราฟิกโหดแบบจริงจัง อาจเริ่มรู้สึกว่าข้อจำกัดของ RAM ระดับเริ่มต้นยังไม่ตอบโจทย์มากนัก ในกรณีนั้นอาจต้องมองแท็บเล็ตระดับกลางขึ้นไปแทน
แต่ถ้าโฟกัสที่ความคุ้มค่า ใช้งานครบ จอคุณภาพดี และราคาไม่แรง รุ่นนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากในปีนี้สำหรับคนที่อยากได้แท็บเล็ตเครื่องเดียวจบครับ
ราคา และช่องทางจำหน่าย

ปัจจุบัน REDMI Pad 2 9.7 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว โดยมีให้เลือกทั้งรุ่น Wi-Fi และรุ่น 4G ที่รองรับการใส่ซิมใช้งาน 4G ได้ พร้อมตัวเลือกความจุดังนี้
- REDMI Pad 2 9.7 รุ่นความจุ 4GB+64GB วางจำหน่ายในราคา 4,999 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม
- REDMI Pad 2 9.7 รุ่นความจุ 4GB+128GB วางจำหน่ายในราคา 5,699 บาท ที่ mi.com, Lazada, Shopee และ TikTok Shop เท่านั้น
- REDMI Pad 2 9.7 4G รุ่นความจุ 4GB+64GB วางจำหน่ายในราคา 5,499 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม
- REDMI Pad 2 9.7 4G รุ่นความจุ 4GB+128GB วางจำหน่ายในราคา 5,999 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่: https://www.mi.com/th/product/redmi-pad-2-9-7-inch/
รีวิว Xiaomi Robot Vacuum H50 Pro ดูดแรง ถูสะอาด จบงานบ้านแบบไม่ต้องเหนื่อยเอง – MX | Power ON
REDMI Pad 2 9.7 Series แท็บเล็ตจอใหญ่ 120Hz แบต 7600mAh ขายแล้วในไทย เริ่มต้น 4,999 บาท
รีวิว REDMI A7 Pro ตัวตึงงบประหยัด! จอใหญ่สะใจ 6.9 นิ้ว 120Hz แบตอึด 6000mAh คุ้มครบในงบ 3 พัน!
เสียวหมี่ โชว์ผลงานปี 2568 รายรับพุ่ง 457.3 พันล้านหยวน EV-AI ดันโตแรง สร้างกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์
รีวิว Xiaomi TV S Mini LED 98″ 2026 ทีวีจอยักษ์ ไซส์โรงหนัง! – MX | Power ON
รีวิว Xiaomi 17 Series เรือธงกล้องสวยปี 2026 – MX | Power ON
รีวิว REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G ถึก ทน แรง จบในเครื่องเดียว – MX | Power ON