จับตัวจริงพี่ใหญ่รุ่นระดับกลางจากแบรนด์ยอดนิยมอย่าง Redmi Note 9 Pro ที่ยังคงสานต่อตำนานของซีรีส์ด้วยการออกแบบที่มีระดับ ภายใต้สเปคที่คุ้มเกินราคา
แกะกล่อง Redmi Note 9 Pro
แพ็คเกจของรุ่นนี้ค่อนข้างเรียบง่ายโดยเป็นกล่องกระดาษสีขาวสกรีนภาพเครื่องพร้อมชื่อรุ่นที่หน้ากล่องอย่างชัดเจน สำหรับอุปกรณ์ภายในประกอบด้วย
- เครื่อง Redmi Note 9 Pro + ฟิลม์กันรอยหน้าจอ
- อะแดปเตอร์รองรับ Fash Charger 33W
- เคสใส
- สาย USB Type-C
- เข็มจิ้มถาดซิม
- คู่มือการใช้งาน+ใบรับประกันสินค้า
สัมผัสวัสดุพรีเมี่ยมภายใต้คอนเซ็ปต์ Symmetrical Design
Note 9 Pro มากับงานออกแบบที่เรียกว่า Symmetrical Design หรือการดีไซน์ที่เน้นความสมมาตรทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางโมดูลกล้องหลัง หรือจอ DotDisplay ที่ให้รูอยู่ตรงกลาง
สำหรับสัดส่วนเครื่องอยู่ที่ 165.8 x 76.7 x 8.8 มม. ส่วนน้ำหนักก็พอสมควรที่ 209 กรัม ซึ่งเข้าใจได้ว่ามาจากตัวแบตเตอรี่ ส่วนวัสดุเฟรมเป็นพลาสติก คลุมหน้าหลังด้วยกระจก Gorilla Glass 5 เกล้าขอบให้โค้งสัมผัสไม่สะดุดมือ ส่วนสีที่ขายในไทยประกอบด้วย Interstellar Grey, Tropical Green และ Glacier White ที่เห็นกันในมือตอนนี้
สเปคอีกส่วนหนึ่งที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้คือแรงสั่นตอบสนองต่อการใช้งาน (Haptic Feedback) ที่ดีขึ้น ด้วยมอเตอร์ Z-axis พร้อมรูปแบบการสั่นที่มากถึง 150 แบบ
หน้าจอรุ่นนี้เป็น IPS LCD ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400×1080 พิกเซล) ดีไซน์พื้นที่ขอบจอได้บางเฉียบยกเว้นขอบส่วนล่างที่จะหนาหน่อยให้อัตราส่วนการแสดงผล 20:9 ขณะที่ค่าความหนาแน่นพิกเซลอยู่ที่ 395ppi การแสดงผล HDR10
ขอบจอด้านบนเหนือรูกล้องหน้าเป็นลำโพงสนทนา พร้อมไฟ notification LED แสดงสถานะเครื่อง
พลิกมาด้านหลังตรงกลางจะพบกับกล้องโมดูลกล้องหลัง 4 ตัว วางเรียงเป็นทรงสี่เหลี่ยมพื้นฐานแยกแฟลชกล้องมาไว้ด้านล่าง ตัวโมดูลกล้องจะนูนขึ้นมาจากฝาหลังเล็กน้อย แต่ถ้าใส่เคสที่แถมมาในกล่องก็จะเรียบพอดี
ขอบเครื่องฝั่งขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่มพาวเวอร์ที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว ขณะที่ฝั่งตรงข้ามมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Triple Slot
ขอบเครื่องด้านบนมีพอร์ต IR Blaster กับไมค์ตัดเสียบรบกวน ฐานด้านล่างมีพอร์ต USB Type-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงหลัก และไมโครโฟน
รุ่นกลางสเปคดีพร้อมสู้รุ่นเรือธง
ระบบปฏิบัติการของ Redmi Note 9 Pro เป็น MIUI 11 บนพื้นฐานของ Android 10 หน้าตา UI เป็นแบบมินิมอล เรียบๆ สบายตา เข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย
ตัวประมวลผลใช้ชิปค่าย Qualcomm รุ่น Snapdragon 720G ที่ดีไซน์มาเพื่อการเล่นเกม โดยใช้ตัวประมวลผล Octa-core (2×2.3GHz Kryo 465 Gold & 6×1.8GHz Kryo 465 Silver) มี GPU Adreno 618 ซึ่งตามหน้าสเปคระบุว่ากำลังประมวลผล Single-core ดีกว่าเดิม 40%, Multi-core ดีกว่าเดิม 16%, ประสิทธิภาพ GPU ดีขึ้น 14% และการประมวลผล AI ดีขึ้นถึง 115%
ส่วนแบตเตอรี่ให้มามากถึง 5020mAh ใช้งานทั่วไปอยู่ได้ 2 วันสบายๆ และแน่นอนแบตเตอรี่ที่มากขึ้นการชาร์จไวก็ย่อมสำคัญในรุ่นนี้ก็มีเทคโนโลยี Fast charging ได้ 30W จาก 0-50% ได้ใน 30 นาที ขณะที่ตัวอะแดปเตอร์ที่รองรับก็มีแถมมาให้ในกล่องไม่ต้องไปซื้อเพิ่ม
ด้านสเปคความจำที่ขายในไทยก็มีให้เลือกทั้ง RAM 6GB+64GB หรือ RAM 6GB+128GB ซึ่งเครื่องที่เราได้มาเป็นรุ่นท็อปสุด นอกจากนี้ทั้งสองสเปคยังรองรับหน่วยความจำเสริม microSD ได้สูงสุด 512GB
สำหรับคอเกมโดยเฉพาะเกมออนไลน์การเชื่อมต่อย่อมมีความสำคัญ ซึ่งรุ่นนี้ก็มีเทคโนโลยี 2×2 MIMO WiFi เพื่อการเชื่อมต่อสัญญานที่นิ่ง และครอบคลุมมากขึ้น
ในการทดสอบประสิทธิภาพกับเกมดังๆ ก็ถือว่าน่าพอใจไม่ว่าจะเป็น Call of Duty Mobile ที่ปรับระดับกราฟฟิกเฟรมเรทได้สูงสุด Very High เช่นเดียวกันกับ PUBG Mobile ซึ่งได้ถึง High-HD ขณะที่ ROV เข้าถึงเฟรมเรทสูงสุด 60fps ได้ไม่มีปัญหา
สำหรับคะแนน Benchmark ออกมาดังนี้
- PCMark for Android (Work 2.0) = 7876 คะแนน
- Geekbench 4 Pro = Single-core : 2662 คะแนน / Multi-core : 7104คะแนน
- AnTuTu Benchmark V8.3.3 : 277331 คะแนน
กล้อง AI Quad Camera 64 ล้านพิกเซล
Redmi Note 9 Pro มากับจุดเด่นที่กล้องหลัง 4 ตัว Quad AI Camera ที่ให้การถ่ายภาพครบทุกระยะ แถมยังมีกล้องหลักความละเอียดสูง สำหรับกล้องที่มีให้ประกอบด้วย
- กล้องหลัก 64MP, f/1.89, 1/1.72″, 0.8µm (1.6μm 4-in-1 Super Pixel), PDAF
- Ultrawide 119° 8MP, f/2.2, 1/4.0″, 1.12µm, เลนส์ 5P
- Macro 5MP, f/2.4, 1/5”, 1.12μm, AF (2-10ซม.)
- Depth sensor 2MP, f/2.4, 1/5”,1.75μm
กล้องหลักของรุ่นนี้มากับเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดเซ็นเซอร์รับภาพ 1/1.72 นิ้ว ใหญ่กว่ามาตรฐานเซ็นเซอร์รับภาพบนมือถือทั่วไปซึ่งจะอยู่ที่ 1/2.3 นิ้ว ทำให้มีประสิทธิภาพในการเก็บรายละเอียดของรูปทั้งสภาวะแสงปกติ หรือในสภาพแสงน้อย
นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการถ่ายได้หลากหลายระยะจากความสามารถตัวกล้องที่เสริมเข้ามาทั้ง Macro, Ultrawide และ Depth
ส่วนฟีเจอร์การถ่ายภาพใหม่ๆ ในรุ่นนี้ก็มีให้เล่นไม่ว่าจะเป็น Cinematic Portraits หรือการถ่ายภาพบุคคลในอัตราส่วน 2.39:1 ซึ่งจะสร้างอารมณ์ภาพเหมือนถ่ายภาพยนต์
สำหรับการถ่ายวีดีโอรุ่นนี้รองรับสูงสุด 4K@30fps / 1080p@60fps สามารถถ่าย Slowmotion ได้เฟรมเรทสูงสุด 720p@960fps และที่น่าสนใจคือสามารถถ่ายวีดีโอด้วย Pro Mode ได้ ซึ่งทำให้ปรับแต่งได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นแถบ Zoom Bar ที่ทำให้การซูมสมูธมากขึ้น, โหมดล็อคค่า AF/AE หรือการปรับ White Balance, ISO, Histogram หรือ Exposure Adjustment
ฟีเจอร์ใหม่อีกตัวคือ Kaleidoscope ที่จะให้ลูกเล่นเหมือนถ่ายวีดีโอผ่านกล้องสลับลาย ที่มีให้เลือก 6 แบบ
สำหรับกล้องหน้าให้มา 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.48 ขนาดพิกเซล 1.0μm พร้อมฟีเจอร์ AI Portraits, Panorama Selfies, Palm Shutter, Slow motion selfies และ Kaleidoscope
ภาพตัวอย่างจากกล้องของ Redmi Note 9 Pro
Redmi Note 9 Pro ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนอีกตัวที่จัดว่าคุ้มค่าด้วยคุณสมบัติที่มีครบตั้งแต่งานดีไซน์, สเปคภายใต้, เทคโนโลยีการชาร์จ หรือการถ่ายภาพ ใครที่สนใจสามารถจับจองกันได้ รุ่น 6GB+64GB ราคาปกติ 7,999 บาท ส่วนรุ่น 6GB+128GB ราคาปกติ 9,999 บาท แถมยังมีโปรฯ เมื่อซื้อกับทาง AIS
สรุปสเปค Redmi Note 9 Pro
- สัดส่วนเครื่อง 165.8 x 76.7 x 8.8 มม. หนัก 209 กรัม
- หน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล), 395ppi รองรับ HDR10 อัตราส่วน 20:9
- ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 720G ประมวลผล Octa-core (2×2.3GHz Kryo 465 Gold & 6×1.8GHz Kryo 465 Silver) มี GPU Adreno 618
- สเปคความจำที่ขายในไทย RAM 6GB+64GB / RAM 6GB+128GB รองรับ microSD สูงสุด 512GB
- กล้องหลัง AI 4 ตัว ประกอบด้วย
- กล้องหลัก 64MP, f/1.89, 1/1.72″, 0.8µm (1.6μm 4-in-1 Super Pixel), PDAF
- Ultrawide 119° 8MP, f/2.2, 1/4.0″, 1.12µm, เลนส์ 5P
- Macro 5MP, f/2.4, 1/5”, 1.12μm, AF (2-10ซม.)
- Depth sensor 2MP, f/2.4, 1/5”,1.75μm
- กล้องหน้า 16MP, f/2.48, 1.0μm
- รองรับการทำงานสองซิม เครือข่ายที่รองรับ
- GSM: B2/3/5/8
- WCDMA: B1/2/4/5/8
- TDD LTE: B38/40/41(2535-2655MHz)
- FDD LTE: B1/2/3/4/5/7/8/20/28
- Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
- รองรับ Bluetooth 5.0, A2DP, LE
- รองรับ A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
- มีสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง
- แบตเตอรี่ 5,020mAh รองรับ Fast Charging 30W
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 คลุมด้วย MIUI 11
- สีที่วางจำหน่าย Interstellar Grey, Tropical Green และ Glacier White
- ราคาในไทย
- รุ่น 6GB+64GB ราคาปกติ 7,999 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคาปกติ 9,999 บาท

























































































