Redmi Note 14 หนึ่งในมือถือตัวคุ้มยอดฮิต สมาชิกรุ่นน้องเล็กในตระกูล Redmi Note 14 Series ของทาง Xiaomi ที่มาพร้อมสเปกและฟีเจอร์สุดครบครัน พร้อมดีไซน์สวยน่าใช้เกินตัว ในงบแบบประหยัดแค่หลักพัน ที่เชื่อว่าคนชอบมือถือสายคุ้มราคานั้นรู้จักตระกูลนี้กันดีแบบไม่ต้องบรรยายสรรพคุณเยอะ
ซึ่งล่าสุดทางแบรนด์ก็ได้ส่ง Redmi Note 14 สีใหม่ “Sand Gold” เข้ามาขายในไทยเพิ่ม พร้อมกันกับ Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition (รุ่นนี้มีจำนวนจำกัด) หลังจากประเดิมสีนี้มาแล้วกับรุ่นพี่ในซีรีส์อย่าง Redmi Note 14 Pro+ 5G ที่เปิดตัวไปก่อนหน้าเมื่อเร็ว ๆ นี้

สำหรับภาพรวมของ Redmi Note 14 สี Sand Gold ยังคงมากับดีไซน์ตัวเครื่องและสเปกภายในเหมือนกันกับสีอื่น ๆ ที่วางขายไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นเท่ากับว่าตอนนี้ Redmi Note 14 ที่ขายในไทย จะมีสีให้เลือกทั้งหมดรวมเป็น 4 สี คือ Midnight Black, Mist Purple, Lime Green และสีใหม่ Sand Gold นั่นเองครับ

โดยการเพิ่มสีใหม่ Sand Gold ให้กับ Redmi Note 14 ที่เป็นรุ่นน้องเล็กในซีรีส์ ก็ยิ่งทำให้รุ่นนี้ดูน่าสนใจเยอะขึ้นอีกมากเลยทีเดียวครับ แน่นอนว่าจุดเด่นของสีนี้จะเป็นโทนสีทองพร้อมพื้นผิวกึ่งด้าน ซึ่งบริเวณฝาหลังเวลาเอียงตัวเครื่องไปมากระทบกับแสง จะเห็นความเป็นประกายคล้ายเม็ดทรายสีทองที่ดูหรูหราพรีเมียมเกินราคาเอามาก ๆ
ขณะที่กรอบตัวเครื่องของ Redmi Note 14 รุ่นนี้ก็ใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานในสีเดียวกันกับตัวฝาหลัง พร้อมกับขอบเครื่องแบบเรียบที่หลายคนชื่นชอบ เพราะถือจับกระชับเข้ารับกับสรีระของฝ่ามือได้ดี และใช้งานได้สะดวกสบายด้วยมือข้างเดียว

พวกออปชั่นต่าง ๆ ที่มากับตัวเครื่องก็ยังให้มาแบบครบครัน มีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง ที่ขอบด้านขวา

มีช่องใส่ซิมการ์ด พอร์ต USB-C ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และลำโพง ที่ขอบด้านล่าง

มีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน IR Blaster ลำโพงอีกหนึ่งตัว และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ที่ขอบด้านบน
เท่ากับว่ารุ่นนี้มีลำโพงคู่ที่ด้านบนและด้านล่าง รองรับ Dolby Atmos อีกทั้งยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรมาให้อยู่ ถือว่าเป็นออปชั่นที่ดูคุ้มค่าดีทีเดียวสำหรับมือถือในงบราคานี้ครับ
และสำหรับวันนี้เราก็จะพา Redmi Note 14 สี Sand Gold สุดสวยเครื่องนี้พกติดไปเที่ยวเล่นกับเรา 1 วัน ซึ่งอยากจะลองดูว่ามือถืองบประหยัดแบบนี้ถ่ายรูปได้ดีแค่ไหน พวก AI ที่ให้มาเป็นยังไง หรือมีอะไรเด็ด ๆ บ้าง ก็ตามมาดูกับเรากันได้เลยครับ

Redmi Note 14 สี Sand Gold ถึงแม้เป็นรุ่นน้องเล็กในซีรีส์ แต่ก็ให้กล้องมาแบบใช้ได้เลยทีเดียวครับ โดยรุ่นนี้มีกล้องหลัง 3 ตัว ที่เป็นกล้องหลัก 108MP f/1.7 มีกันสั่น OIS ร่วมกับกล้องความลึก 2MP f/2.4 และกล้องมาโคร 2MP f/2.4 ส่วนกล้องหน้าให้มาที่ 20MP f/2.2




ลองเข้ามาดูฟีเจอร์สำหรับการถ่ายภาพของ Redmi Note 14 สี Sand Gold ก็ค่อนข้างมีมาครบ ซึ่งก็จัดมาให้แบบแน่น ๆ ตามสไตล์ของ Xiaomi ไม่ว่าจะเป็น โหมดรูปถ่ายอัตโนมัติ โหมดโปร โหมดภาพบุคคล โหมดกลางคืน โหมดวิดีโอ โหมด 108MP โหมดพานอรามา โหมดสโลโมชั่น โหมดวิดีโอคู่ โหมดวิดีโอเคลื่อนไหวเร็ว การเปิดรับแสงนาน และเอกสาร



ซึ่งในแต่ละโหมดก็ยังสามารถเลือกตั้งค่าเพิ่มเติมสำหรับการถ่ายได้ตามต้องการและค่อนข้างสะดวก โดยรวมก็ถือว่าใช้งานได้ง่ายและไม่มีอะไรซับซ้อนมากนักครับ


มาประเดิมการเดินทางของเราในวันนี้ด้วยอาหารมื้อเช้า กับร้านติ่มซำเจ้าดังย่านสะพานควายที่ผมมักจะแวะมากินเป็นประจำ ร้านนี้ของอร่อยทุกเมนู แถมราคาไม่แพง






ส่วน Redmi Note 14 สี Sand Gold ในมือเรานั้นถึงแม้ว่ารุ่นนี้จะไม่มีโหมดสำหรับถ่ายอาหารโดยเฉพาะ แต่เราก็สามารถโหมดรูปถ่ายอัตโนมัติ ที่สามารถซูมระยะ 2x หรือ 3x แบบออปติคัล หรือจะใช้โหมดมาโคร เพื่อถ่ายเข้าไปดูความน่ากินแบบใกล้ ๆ ได้นั่นเอง




อิ่มจากมื้อเข้าเรียบร้อยก็พร้อมเดินทางกันต่อ วันนี้รู้สึกอยากเป็นสายมูหาที่ไหว้พระขอพรเสริมโชคกันสักเล็กน้อย เลยบึ่งรถมาแถวสมุทรปราการ จอดแวะกันที่มหาเทวลัย – พระพิฆเนศ คุ้งบางกระเจ้า ซึ่งจุดเด่นของที่นี่ก็จะมีพระพิฆเนศปางมหาราชาสูงเท่าตึก 3 ชั้น สำหรับใครที่อยากทำพิธีลอดพระซงฆ์ (ลอดใต้ขา) ก็มีเจ้าหน้าที่หรืออาจารย์เป็นคนพาทำพิธีให้ด้วย






ส่วนบรรยากาศโดยรอบของสถานที่นี้ก็จะมีเทวรูปต่าง ๆ ให้ได้ขอพรสักการะบูชากันครับ









อยากเปลี่ยนโทนสีรูปภาพให้เป็นสไตล์แบบอื่น ๆ Redmi Note 14 สี Sand Gold รุ่นนี้ก็มีฟิลเตอร์มาให้หลากหลายรูปแบบ หรือจะใส่ลายน้ำกรอบรูปภาพ และทำโบเก้ให้ภาพทีหลังก็สามารถทำได้







หลังจากไหว้พระขอพรเสริมโชคที่มหาเทวลัย – พระพิฆเนศ คุ้งบางกระเจ้ากันไปแล้ว ขับรถออกมาจากจุดนั้นไม่นานก็มาเจอกับตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง เพื่อเดินเล่นและหาของอร่อยกินกันต่อ



นึกขึ้นมาได้ว่า Redmi Note 14 สี Sand Gold รุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์ AI มาให้ด้วย อย่าง AI Erase ที่ช่วยให้เราสามารถลบคน หรือวัตถุต่าง ๆ ออกจากภาพได้ ซึ่งจากที่ได้ลองใช้ดูก็ถือว่าทำได้ดีและเนียนใช้ได้เลยทีเดียวครับ

จบจากเดินเล่นที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจนเมื่อยขากันไปแล้ว ก็ขอไปพักผ่อนฮีลใจกับป่าใกล้เมืองกรุงที่สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อสวนบางกะเจ้า ซึ่งที่นี่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คยอดฮิตที่หลายคนต้องแวะมาเที่ยวกัน






โดยจะเป็นสวนสาธารณะที่แตกต่างจากสวนสาธารณะอื่น ๆ คือบางส่วนมีสภาพเหมือนป่าธรรมชาติ มีความร่มรื่นด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง และกิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาที่นี่คือการปั่นจักรยานชมสวนนั่นเองครับ



ใช้ฟีเจอร์ AI Erase ลบคน ที่หลุดเข้ามาในเฟรมภาพอีกที






และช่วงนี้ได้เริ่มเข้าสู่หน้าฝน เวลาที่เราไปเที่ยวในบางวันก็อาจจะต้องทำใจเล็กน้อยว่ามีโอกาสที่จะไม่ได้เจอท้องฟ้าสดใส แต่ถึงแม้เราจะถ่ายรูปมาในวันที่สภาพอากาศไม่ค่อยเป็นใจก็ไม่เป็นไรครับ เพราะ Redmi Note 14 สี Sand Gold รุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์ AI ท้องฟ้ามาให้








ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนรูปแบบท้องฟ้าให้ดูสดใสขึ้น หรืออยากเปลี่ยนให้ดูล้ำ ๆ เหนือจินตนาการ เช่น เป็นกลางคืน มีกลุ่มดาว หรือมีทางช้างเผือก อะไรแบบนี้ก็ยังได้



ขณะที่ภาพบุคคลของรุ่นนี้ ตัวกล้องก็มีฟังก์ชันเสริมความงาม เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบและดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นครับ











ลุยมาจนเหนื่อยทั้งวันแล้ว ก่อนกลับบ้านก็ขอแวะคาเฟ่หากาแฟเติมความสดชื่น เลยขับรถตะลอนมาถึงแถวศาลายา และแวะที่โรสแมรี่ เฮ้าส์ คาเฟ่สุดเก๋สไตล์ยุโรป บรรยากาศร้านนี้มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปเยอะ เหมาะกับการมานั่งจิบชาหรือกาแฟยามบ่ายได้ดีจริง ๆ ครับ

หลังจากเราได้ลุยเที่ยวเล่นกับ Redmi Note 14 สี Sand Gold กันมาทั้งวัน อีกหนึ่งความประทับใจในรุ่นนี้ก็คือเรื่องของแบตเตอรี่ที่ให้มาแบบจุใจขนาด 5500mAh จะใช้งานหนักแค่ไหนก็สบายใจได้

นอกจากนี้รองรับชาร์จเร็ว 33W ที่สามารถชาร์จได้เกินครึ่ง ในเวลาประมาณ 40 นาที และชาร์จได้เต็ม 100% ภายในเวลา 77 นาทีเท่านั้นครับ ไม่ต้องมานั่งรอชาร์จกันจนเบื่อ โดยรุ่นนี้ก็จะมีหัวชาร์จ 33W แถมมาให้แล้วในกล่อง ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่ม


และที่ขาดไปไม่ได้สำหรับมือถือยุคใหม่ในตอนนี้ก็คือเรื่องของ AI ซึ่ง Redmi Note 14 สี Sand Gold รุ่นนี้ก็รองรับฟีเจอร์ AI ยอดนิยมอย่าง Google Gemini ด้วยนั่นเอง

สรุปภาพรวม 1 วันกับ Redmi Note 14 สีใหม่ Sand Gold เครื่องนี้ โดยรวมแล้วก็ค่อนข้างประทับใจในหลาย ๆ ด้านครับ แค่แรกเห็นกับสีใหม่ที่ดูหรูหราพรีเมียมเกินราคา ดูสวยทันสมัย ตัวเครื่องเบา ถือจับพกพาได้สะดวก
อีกทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว พร้อมด้วยลำโพงคู่ จึงทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้เต็มอรรถรส ไม่ว่าจะใช้งานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม ภาพสวยคมชัด ลำโพงดังใช้ได้ ส่วนเรื่องของสเปกตัวเครื่องที่ให้มาก็นับได้ว่าแรงเหลือเฟือแล้วสำหรับการใช้งานต่าง ๆ เท่าที่มือถืองบระดับนี้จะทำได้

ขณะที่เรื่องกล้องก็ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก มีฟีเจอร์ให้เล่นเยอะ รวมถึงตัว AI ของกล้องก็รู้สึกว่ามาช่วยเพิ่มความสามารถให้กล้องทำงานได้อย่างฉลาดมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย ส่วนใหญ่ใช้โหมดการถ่ายแบบอัตโนมัติยังออกมาสวยโดยแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม รวม ๆ แล้วค่อนข้างประทับใจกับเรื่องกล้องถ่ายภาพของรุ่นนี้มาก ๆ ครับ

สรุปแล้ว Redmi Note 14 สี Sand Gold รุ่นนี้ก็คาดว่าน่าจะได้รับความนิยมเหมือนกันกับ Redmi Note Series รุ่นที่ผ่าน ๆ มาอย่างแน่นอน ด้วยจุดแข็งของการเป็นมือถือระดับกลางที่มาพร้อมประสิทธิภาพสุดครบครันจัดเต็มคุ้มราคา ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังมองหามือถือระดับกลางที่มาพร้อมประสิทธิภาพสุดครบครัน ในงบเพียง 5,999 บาทเท่านั้น

Redmi Note 14 รุ่นความจุ 8GB+256GB มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Midnight Black, Mist Purple, Lime Green และสีใหม่สี Sand Gold วางจำหน่ายในราคา 5,999 บาท พร้อมรับฟรีกระเป๋า Redmi Note 14 Series Hologram Bag, ประกันตัวเครื่อง 24 เดือน และประกันหน้าจอแตก (เปลี่ยน 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือน) มูลค่ารวม 5,490 บาท
นอกจากนี้ เสียวหมี่ ประเทศไทย ยังร่วมกับ เอสจี แคปปิตอล ให้เป็นเจ้าของ Redmi Note 14 Series ด้วยโปรแกรม SG Finance+ สมัครง่าย ผ่อนสบาย อนุมัติไว ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ได้แล้ววันนี้ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ โดยดาวน์เริ่มต้น 20% และผ่อนสูงสุด 24 เดือน
เปิดตัว Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition และสีใหม่ Sand Gold ในไทย พร้อมโปรฯ แรง ราคา สตาร์ท 5,999 บาท
Xiaomi เปิดตัวสินค้า AIoT เต็มรูปแบบใน ไทย ทั้ง Redmi Pad 2 และกองทัพอุปกรณ์สมาร์ทโฮม