ถ้าพูดถึงมือถือตระกูล Redmi Note Series ของ Xiaomi ต้องยอมรับเลยว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก หรืออาจจะเป็นซีรีส์ที่ขายดีที่สุดของแบรนด์เลยก็ว่าได้ ด้วยจุดแข็งของการเป็นมือถือระดับกลางที่มาพร้อมประสิทธิภาพสุดครบครันคุ้มราคา
ซึ่งล่าสุดมือถือตระกูล Redmi Note Series นี้ก็เดินทางมาถึง Redmi Note 12 Series กันแล้ว โดยเปิดตัวในไทยมาด้วยกัน 4 รุ่น ได้แก่ Redmi Note 12 Pro+ 5G, Redmi Note 12 Pro 5G, Redmi Note 12 5G และ Redmi Note 12

และตอนนี้ 2 รุ่นใหญ่อย่าง Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G ก็ได้มาอยู่ในมือของทีมงาน mxphone เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าจะเจ๋งแค่ไหน? ถ่ายรูปเป็นยังไง? ก็ตามมาดูกันในรีวิวนี้กับเราได้เลยครับ
แกะกล่อง

สำหรับตัวกล่องของ Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G จะเป็นกล่องสีขาวที่มีรูปภาพและชื่อรุ่นระบุไว้อย่างชัดเจน

ภายในกล่องของ Redmi Note 12 Pro+ 5G จะประกอบด้วย ตัวเครื่อง Redmi Note 12 Pro+ 5G ที่ติดฟิล์มกันรอยหน้าจอมาให้แล้ว พร้อมกับอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 120W / สาย USB-C / เคสใส / อุปกรณ์ถอดถาดซิม / คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

เช่นเดียวกับภายในกล่องของ Redmi Note 12 Pro 5G ก็จะประกอบด้วย ตัวเครื่อง Redmi Note 12 Pro 5G ที่ติดฟิล์มกันรอยหน้าจอมาให้แล้ว พร้อมกับอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 67W / สาย USB-C / เคสใส / อุปกรณ์ถอดถาดซิม / คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน
ดีไซน์

Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G จะมี 3 สีให้เลือก คือ สีดำ (Midnight Black), สีขาว (Polar White) และ สีฟ้า (Sky Blue)


สำหรับเครื่องที่อยู่ในรีวิวของเรานี้ เครื่องสีขาวจะเป็น Redmi Note 12 Pro+ 5G ส่วนเครื่องสีดำจะเป็น Redmi Note 12 Pro 5G ครับ

Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G นั้นมีดีไซน์และขนาดตัวเครื่องที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย โดย Redmi Note 12 Pro+ 5G จะมีสัดส่วนตัวเครื่อง 162.9 x 76 x 8.98 มิลลิเมตร น้ำหนัก 210.5 กรัม ส่วนทางด้าน Redmi Note 12 Pro 5G มีสัดส่วนตัวเครื่อง 162.9 x 76 x 7.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 187 กรัม

ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับหน้าจอ Flow AMOLED Display ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1080×2400 พิกเซล (FHD+) รีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz ความสว่าง 900 nits (peak) รองรับ Dolby Vision

บริเวณตรงกลางด้านบนของหน้าจอของทั้ง Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G จะเจาะรูกล้องหน้า 16MP เหมือนกัน


ฝาหลังตัวเครื่องทั้ง Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G มาในดีไซน์แบบเน้นความเรียบหรูดูพรีเมียมด้วยวัสดุที่เป็นกระจกพื้นผิวมันวาว ซึ่งจะแตกต่างกันตรงที่ Redmi Note 12 Pro+ 5G จะมีฝาหลังแบบขอบโค้งมน ส่วน Redmi Note 12 Pro 5G จะมีฝาหลังแบบเรียบแบน

โดยทั้ง 2 รุ่นจะมีโมดูลกล้องรูปทรงสี่เหลี่ยมโดดเด่นสะดุดตาที่นูนออกมาจากตัวฝาหลังเล็กน้อย ซึ่งภายในพื้นที่โมดูลกล้องจะมีกล้องจำนวน 3 ตัว จัดวางอยู่ในกรอบวงกลมขนาดใหญ่ 2 วง และวงเล็กอีก 1 วง พร้อมด้วยไฟแฟลช LED

Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G นั้นมีกล้อง Ultrawide 8MP และกล้อง Macro 2MP เหมือนกัน แต่จะต่างกันตรงที่ Redmi Note 12 Pro+ 5G มีกล้องหลัก 200MP ขณะที่ Redmi Note 12 Pro 5G มีกล้องหลัก 50MP

ตัวบอดี้ของทั้ง 2 รุ่น ใช้วัสดุอะลูมิเนียมแข็งแรงทนทาน พร้อมกับขอบเครื่องแบบเรียบพิมพ์นิยม จึงถือจับกระชับเข้ารับกับสรีระของฝ่ามือได้ดี และใช้งานได้สะดวกสบายด้วยมือข้างเดียว

สำหรับบริเวณขอบเครื่องจะมีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ที่ด้านขวาเพียงด้านเดียว ส่วนด้านซ้ายจะเป็นขอบเรียบและไม่มีปุ่มกดใด ๆ

ขณะที่ขอบด้านบนจะมีอินฟราเรด ไมโครโฟน ลำโพง และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

ส่วนขอบด้านล่างจะมีช่องใส่ซิมการ์ด ไมโครโฟน พอร์ต USB-C และลำโพงอีกหนึ่งตัว เท่ากับว่ารุ่นนี้มีลำโพงคู่ที่ด้านบนและด้านล่าง

ถาดซิมการ์ดของทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นแบบ Dual SIM ไม่สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำเสริม microSD ได้
ประสิทธิภาพและการใช้งาน

Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G นั้นจะรันด้วย MIUI 14 บน Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง ซึ่งก็มีลูกเล่นและฟีเจอร์ใหม่มากมาย หน้าตา UI เน้นความเรียบง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้ ส่วนพวกเมนูการใช้งานหรือการตั้งค่าต่าง ๆ ก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากมือถือ Android ทั่วไปครับ


ด้านขุมพลังภายในของทั้ง 2 รุ่นใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 1080 มีหน่วยความจำ RAM LPDDR4X และ Storage UFS 2.2 ซึ่งก็นับว่าแรงเหลือเฟือแล้วสำหรับการใช้งานต่าง ๆ เท่าที่มือถือระดับกลางในยุคนี้จะทำได้


หน้าจอของทั้ง Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G สามารถปรับรีเฟรชเรทให้เหมาะสมกับเนื้อหาในการใช้งานได้โดยอัตโนมัติ สูงสุดที่ 120Hz


และด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว พร้อมด้วยลำโพงคู่ จึงทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้เต็มอรรถรส ไม่ว่าจะใช้งานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม ภาพสวยคมชัด ลำโพงดังใช้ได้






ลองทดสอบการเล่นเกมต่าง ๆ หลากหลายแนวก็เล่นได้แบบสบาย ๆ และยังมีฟีเจอร์ Game Turbo ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สนุกไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่ โดยสามารถตั้งค่าต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกม รวมทั้งการจัดการที่ช่วยให้ไม่ถูกขัดจังหวะจากการแจ้งเตือน หรือสายโทรเข้า เป็นต้น

และไม่ว่าจะใช้งานทั่วไป ใช้เพื่อความบันเทิง หรือเล่นเกม ทั้งสองรุ่นก็สามารถใช้ได้อย่างยาวนานเกือบตลอดวัน ด้วยความจุถึง 5000mAh


โดย Redmi Note 12 Pro+ 5G รองรับชาร์จเร็วผ่านสายสูงสุด 120W ส่วน Redmi Note 12 Pro 5G รองรับชาร์จเร็วผ่านสายสูงสุด 67W



ในด้านความปลอดภัยของทั้ง Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G จะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power และการสแกนใบหน้าเหมือนกันทั้งสองรุ่น
ส่องกล้อง

มาถึงตรงนี้ก็จะเป็นในเรื่องของการถ่ายภาพที่เรียกว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์เด็ดของ Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G

กล้องหลังของ Redmi Note 12 Pro+ 5G ประกอบด้วย
- กล้องหลัก 200MP (Wide), f/1.65, 16-in-1 Binning Into One Large 2.24µm, 1/1.4” Sensor Size, 7P Lens, OIS
- กล้อง Ultrawide 8MP, f/2.2, มุมมองกว้าง 119°
- กล้อง Macro 2MP, f/2.4

กล้องหลังของ Redmi Note 12 Pro 5G ประกอบด้วย
- กล้องหลัก 50MP (Wide), f/1.88, 4-in-1 Binning Into One Large 2µm, 1/1.56” Sensor Size, 6P Lens, OIS
- กล้อง Ultrawide 8MP, f/2.2, มุมมองกว้าง 119°
- กล้อง Macro 2MP, f/2.4



คุณสมบัติในการถ่ายภาพของทั้ง Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G นั้นก็มีมาครบ และค่อนข้างคล้าย ๆ กัน ซึ่งก็จัดมาให้แบบแน่น ๆ ตามสไตล์ของ Xiaomi ไม่ว่าจะเป็น โหมดอัตโนมัติ โหมดโปร โหมดภาพบุคคล โหมดกลางคืน โหมดวิดีโอ โหมด Ultra HD (Redmi Note 12 Pro+ 5G) / โหมด 50MP (Redmi Note 12 Pro 5G) โหมดสโลโมชั่น โหมดพาโนรามา โหมดมาโคร โหมด VLOG และอื่น ๆ


ซึ่งส่วนใหญ่ก็ใช้งานได้ง่ายและไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก ส่วนเรื่องความสวยของภาพก็นับว่าทำได้ดีมาก ๆ ถ่ายจบหลังกล้องโดยไม่ต้องแต่งเพิ่มเลย

นอกจากนี้ตัว AI ของกล้องก็รู้สึกว่ามาช่วยเพิ่มความสามารถให้กล้องทำงานได้อย่างฉลาดมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย จะถ่ายย้อนแสง ถ่ายที่แสงน้อย ถ่ายกลางคืน ถ่ายบุคคล หรืออะไรก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่ใช้โหมดการถ่ายแบบอัตโนมัติยังออกมาสวยโดยแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม รวม ๆ แล้วค่อนข้างประทับใจกับเรื่องกล้องถ่ายภาพของทั้ง 2 รุ่นนี้มาก ๆ ครับ
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Redmi Note 12 Pro+ 5G



























ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Redmi Note 12 Pro 5G
























ข้อมูลสเปค Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G


สรุป

โดยสรุปแล้ว Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G ทั้ง 2 รุ่นนี้ก็คาดว่าน่าจะได้รับความนิยมเหมือนกันกับ Redmi Note Series รุ่นที่ผ่าน ๆ มาอย่างแน่นอน ด้วยตัวสเปคที่ค่อนข้างจัดหนักจัดเต็มสวนทางกับราคาค่าตัวที่ไม่แพงจนเกินไป ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังมองหามือถือระดับกลางที่มาพร้อมประสิทธิภาพสุดครบครันคุ้มราคานั่นเองครับ
ราคา และช่องทางจำหน่าย

Redmi Note 12 Pro+ 5G และ Redmi Note 12 Pro 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black, Polar White และ Sky Blue โดยพร้อมให้สั่งจองล่วงหน้าในระหว่างวันที่ 29 เมษายน 2566 – 6 พฤษภาคม 2566 ซึ่งผู้ที่สั่งจองในช่วงเวลาดังกล่าวจะได้รับกระเป๋าเดินทาง Luggage และ VIP Service Card มูลค่ารวม 6,780 บาท เป็นของสมนาคุณพิเศษ
และทั้ง 2 รุ่นนี้จะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม
- Redmi Note 12 Pro+ 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 14,990 บาท
- Redmi Note 12 Pro 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท
- Redmi Note 12 Pro 5G รุ่นความจุ 6GB+128GB วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท (เฉพาะที่ AIS เท่านั้น)
Redmi Note 12 Series เปิดตัวแล้วในไทย! มาครบ 4 รุ่น เริ่มต้น 6,699 บาท
Redmi Watch 3 พร้อมวางจำหน่ายแล้วในไทย ราคาพิเศษช่วงโปรฯ เหลือเพียง 2,990 บาท
เปิดตัว Xiaomi 13 Ultra สุดยอดเรือธงกล้อง Leica ตัวท็อป จัดเต็มกล้อง 50MP 4 ตัว ราคาเริ่มต้นราว 29,900 บาท
Xiaomi เปิดตัวชุดอุปกรณ์เสริม เปลี่ยน Xiaomi 13 Ultra ให้เป็นกล้องระดับโปร
เปิดตัว Xiaomi Smart Band 8 สมาร์ทแบนด์ดีไซน์น่ารัก ฟีเจอร์แน่น ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ
เปิดตัว Xiaomi Pad 6 Series แท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่น่าใช้กว่าเดิม จอ 2.8K 144Hz ราคาเริ่มต้นราว 10,000 บาท