นับวันสมาร์ทโฟน 5G ยิ่งมีราคาจับต้องง่ายมากขึ้น รวมถึงรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเข้าไทยอย่าง Redmi Note 10 5G ที่มากับสเปคฟีเจอร์ครบเครื่องการใช้งาน สนนราคาไม่ถึงหมื่น
สารบัญ
สเปค Redmi Note 10 5G
- สัดส่วนเครื่อง 161.8 x 75.3 x 8.9 มม. หนัก 190 กรัม
- หน้าจอ IPS LCD FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว รีเฟรชเรทสูงสุด 90Hz
- ชิปเซต MediaTek Dimensity 700 ประมวลผล Octa-core (2×2.2GHz Cortex-A76 & 6×2.0GHz Cortex-A55) GPU Mali-G57 MC2
- ความจำ LPDDR4X RAM + ROM UFS2.2
- ตัวเลือกความจำที่เข้าไทย 4GB+128GB / 6GB+128GB
- รองรับหน่วยความจำเสริม microSD Card
- กล้องหน้า 8MP, F/2.0
- กล้องหลัง 3 ตัว
- Wide 48MP,ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2″, F/1.8, PDAF
- Macro 2MP, F/2.4
- Depth 2MP, F/2.4
- รองรับการถ่ายวีดีโอสูงสุด 1080p@30fps / Slow motion 1280×720@120fps
- รองรับการทำงานแบบ Dual SIM 5G สนับสนุนเครือข่าย
- 5G:n1,n3,n7,n8,n20,n28,n38,n40,n41,n66,n77,n78
- 4G:FDD-LTE Band 1,2,3,4,5,7,8,12,17,20,28,32,66
- TDD-LTE Band 38,40,41
- 3G: WCDMA Band 1,2,4,5,8
- 2G: GSM 850 900 1800 1900 MHz
- รองรับ Bluetooth 5.1, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
- เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
- ระบบเซ็นเซอร์ Proximity sensor / Ambient light sensor / Accelerometer / Gyroscope / Electronic compass / IR blaster
- มีสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง กับ AI face unlock
- ระบบปฏิบัติการ MIUI 12 บนพื้นฐาน Android 11
- แบตเตอรี่ 5000mAh รองรับชาร์จไว 18W
- สีที่วางจำหน่าย Chrome Silver / Graphite Gray / Nighttime Blue / Aurora Green
แกะกล่อง
แพ็คเกจค่อนข้างเรียบง่ายเหมือนกับรุ่นในซีรีส์ โดยที่หน้ากล่องมีภาพเครื่องพร้อมชื่อรุ่นระบุมาอย่างชัดเจน สำหรับอุปกรณ์ภายในประกอบด้วย เครื่อง Redmi Note 10 5G ที่ติดฟิลม์กันรอยหน้าจอมาแล้ว, อะแดปเตอร์ชาร์จ, สาย USB Type-C, เคสใส, อุปกรณ์ถอดถาดซิม และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น+ใบรับประกัน
ดีไซน์
สตาร์ทจากงานออกแบบกันก่อน Redmi Note 10 5G เป็นสมาร์ทโฟนรูปทรงบางเบาโดยใช้วัสดุบอดี้ที่เป็นพลาสติก คลุมหน้าจอด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3
สัดส่วนเครื่องถือว่าจับถนัดมืออยู่ที่ 161.8 x 75.3 x 8.9 มม. หนักแค่ 190 กรัม สีที่เราได้มาเป็นเทาเข้ม (Graphite Gray) ส่วนสีอื่นที่ขายในไทยมี เงิน Chrome Silver, น้ำเงิน Nighttime Blue และ เขียว Aurora Green
หน้าจอรุ่นนี้ใช้ IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2400 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 มี Contrast ratio 1500:1 ให้การแสดงผลด้านภาพที่สวยงาม
นอกจากนี้ภาพยังดูสมูทด้วยรีเฟรชเรทสูงสุด 90Hz พร้อมเทคโนโลยี AdaptiveSync display ปรับรีเฟรชเรทตามการแสดงผลของเนื้อหาที่ใช้งานไล่ตั้งแต่ 30Hz, 50Hz, 60Hz และ 90Hz ซึ่งช่วยให้การแสดงลื่นไหลและประหยัดพลังงานเหมาะสมกับรูปแบบการทำงาน
จอดีไซน์แบบ DotDisplay เป็นแบบเจาะรูใส่กล้องหน้าตรงกลางหน้าจอ พื้นที่ขอบจอด้านบนมีลำโพงสนทนาซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ขณะทีพื้นที่ขอบจอด้านล่างบนโล่งใช้ปุ่ม Navigation Bar แบบ On-screen
ฝาหลังเครื่องดีไซน์มาแบบเรียบง่ายมีกล้องติดตั้งอยู่ที่มุมซ้ายบน ใช้การทำพื้นที่ไฮไลท์สีเงิน ตัดกับสีดำของโมดูลกล้องให้ออกมาดูสวยงามน่าสนใจ
ขอบด้านข้างฝั่งขวาจะเป็นที่อยู่ของปุ่มต่างๆ ทั้งปุ่มปรับระดับเสียง และ ปุ่ม Power ที่เป็นสแกนลายนิ้วมือในตัว ส่วนฝั่งซ้ายมีช่องใส่ถาดซิมแบบ Hybrid Slot
ส่วนขอบเครื่องด้านบนมีเซ็นเซอร์อินฟราเรด, ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5มม. ด้านล่างมีพอร์ต USB Type-C, ลำโพง และ ไมโครโฟน
ระบบประมวลผล
Redmi Note 10 5G ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 700 5G ที่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2020 ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7nm มีประมวลผล Octa-core แบ่งเป็น ARM Cortex-A76 2 แกนกำลัง 2.2GHz กับ Cortex-A55 อีก 6 แกนกำลัง 2.0GHz ใช้ GPU Mali-G57 MC2
เครื่องที่ได้มารีวิวเป็นสเปคความจำ LPDDR4X RAM ขนาด 4GB กับ ROM UFS2.2 ขนาด 128GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card เป็นสเปคที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป
ชิปเซตของรุ่นนี้มีโมเด็ม 5G ในตัวรองรับการใช้งาน 5G dual SIM Standby และ Voice over New Radio (VoNR) มีเทคโนโลยี MediaTek 5G UltraSave ที่จะเข้ามาช่วยในการจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คะแนนทดสอบ BenchMark จากสำนักต่างๆ มีดังนี้
- PCMark for Android (Work 2.0) = 8985 คะแนน
- Geekbench 5 = Single-core : 553คะแนน / Multi-core : 1693คะแนน
ระบบปฏิบัติการของรุ่นนี้ใช้ MIUI 12 บนพื้นฐาน Android 11 ที่หน้าตาและการใช้งานถือว่าคุ้นมือชาวหุ่นเขียวกันอยู่แล้วเช่นเดียวกันกับตัวฟีเจอร์ต่างๆ หรือใครที่ย้ายข้ามระบบปฏิบัติการมาก็ปรับตัวใช้งานกันได้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน
ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องมีสแกนลายนิ้วมือบนปุ่มพาวเวอร์ และมีระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าอย่าง AI face unlock
สำหรับสายเกมในรุ่นนี้มีฟีเจอร์ Game Turbo ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สนุกไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่ไม่ให้มีอะไรมาขัดจังหวะ
ด้านการเล่นเกมทดสอบ Call Of Duty Mobile เซ็ตอัพกราฟฟิกและเฟรมเรทได้สูงสุด Medium-High , PUBG Mobile ได้สูงสุดที่ HD-High และ ROV อยู่ในระดับกลางๆ เฟรมเรทอยู่ที่ 30fps
สำหรับแบตเตอรี่ใส่มาให้ 5,000 mAh รองรับการชาร์จเร็วที่กำลังไฟสูงสุด 18W ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ พอต่อการใช้งานทั่วไปในแต่ละวัน
ฟีเจอร์การถ่ายภาพ
ในเวอร์ชั่น 5G มีกล้องหลังมาให้ 3 ตัว ประกอบด้วย เลนส์หลักใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX582 (Exmor-RS CMOS) ขนาด 1/2 นิ้ว พร้อมเลนส์รูรับแสง F/1.8 มีระบบโฟกัส PDAF สามารถถ่ายในระดับความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล แต่ถ้าความละเอียดทั่วไปจะอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ยังมี เลนส์ Macro 2 ล้านพิกเซล และ เลนส์ Depth 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้ามีตัวเดียวความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
สำหรับฟีเจอร์การถ่ายภาพรุ่นมีมาให้เลือกเล่นเยอะอยู่เหมือนกันทั้ง AI camera 5.0 ที่ตัวกล้องจะปรับโทนภาพให้เหมาะกับซีนที่ถ่ายได้แบบออโต้, Movie frame ถ่ายภาพโดยจำลองอัตราส่วนแบบจอโรงภาพยนต์ หรือจะเป็น Night Mode สำหรับถ่ายในที่แสงน้อย

Normal 
Night Mode
ด้านงานถ่ายวีดีโอรุ่นนี้เก็บความละเอียดได้สูงสุด 1080p@30fps มีฟีเจอร์ Slow motion ถ่ายความละเอียด 1280×720@120fps มีลูกเล่นอย่างการบันทึกภาพเคลื่อนไหวด้วยเลนส์ Macro หรือการถ่ายวีดีโอแบบ Time-lapse
ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Redmi Note 10 5G
สรุป+ราคา Redmi Note 10 5G
ภาพรวมจากที่ได้ทดสอบใช้งานมารุ่นนี้นับว่าอยู่ในระดับ Mid Range ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป ซึ่งรุ่นนี้มีการลดทอนสเปคหลายจุดจากรุ่นพื้นฐานเพื่อให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้มือถือ 5G ในราคาที่จับต้องง่าย แต่ถ้าใครเรื่องเน้นสเปคแบบองค์รวมไม่ได้ซีเรียสว่าต้องได้ใช้เครือข่ายใหม่ การพิจารณารุ่นพื้นฐานหรือรุ่น Pro ก็ยังเป็นทางออกที่น่าสนใจ
สำหรับราคาของ Redmi Note 10 5G มีสองสเปคดังนี้
- 4GB+128GB = 5,999 บาท
- 6GB+128GB = 6,999 บาท
เริ่มวางจำหน่ายที่ Mi Store ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคมเป็นต้นไป พิเศษ!! สำหรับช่วงโปรโมชั่นรับฟรี Boxset ของสมนาคุณที่ภายในจะประกอบไปด้วย เสื้อยืด และหูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earbuds Basic 2 พร้อมประกันหน้าจอแตก 1 ครั้ง ในระยะเวลา 6 เดือน มูลค่ารวม 3,090 บาท











































































