เปิดตัวเตรียมขายในไทยกับ Redmi Buds 4 Pro หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ที่สวมใส่สบายคุณภาพเสียงดีมีระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะแบตเตอรี่อึด และที่สำคัญคือรองรับการเชื่อมต่อได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน
สารบัญ
แกะกล่อง
Redmi Buds 4 Pro มากับกล่องแพ็คเกจที่เรียบง่ายทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสตัวกล่องเป็นสีขาว ด้านหน้ามีรูปผลิตภัณฑ์ชัดเจน ด้านหลังเป็นข้อมูลผลิตภัณฑ์, การผลิต และการรับรองต่างๆ เมื่อเปิดออกมาก็จะพบกับ หูฟัง Redmi Buds 4 Pro พร้อมเคส, จุกหูฟังซิลิโคน 3 ขนาด S/M/L โดยที่ไซส์ M ติดตั้งอยู่บนตัวหูฟังแล้ว, คู่มือการใช้งาน และสาย USB Type-C




สเปค
- ดีไซน์
- หนัก 46 กรัม
- สีที่วางจำหน่าย Moon White / Midnight Black
- มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54
- ระบบเสียง
- Speaker impedance : 24Ω
- รองรับ Audio codec: SBC, AAC, LDAC
- ตัดเสียงรบกวน ANC ได้สูงสุด 43dB
- โหมด ANC : Light, Balanced, Deep และ Adaptive ANC
- โหมด Transparency : Regular และ Enhance Voice
- ควบคุมด้วยการสัมผัส
- รองรับ Hi-Res Audio Wireless
- การเชื่อมต่อ
- Bluetooth 5.3
- Bluetooth protocols : Bluetooth Low Energy / HFP / A2DP / AVRCP
- ระยะการเชื่อมต่อ 10 เมตร (พื้นที่โล่งปราศจากสิ่งกีดขวาง)
- แบตเตอรี่ และการชาร์จ
- ชาร์จผ่านพอร์ต USB Type-C
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่ (ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง) : 9 ชั่วโมง
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่ (ทำงานร่วมกับเคส) : 36 ชั่วโมง
- กำลังไฟสูงสุด 5V/0.5A
ดีไซน์
Redmi Buds 4 Pro มีการปรับดีไซน์จากตัว Redmi Buds 3 Pro ให้ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น โดยที่ตัวตลับเคสเป็นทรงกลมโค้งมนขนาดกระทัดรัดพกพาง่ายพื้นผิวสัมผัสแบบด้านลดการเกิดรอยนิ้วมือได้ดี

ตัวเลือกสีที่ขายจะเป็นแบบเรียบๆ โดยสีที่เราได้มาเป็น ดำ Midnight Black ส่วนอีกสีที่มีให้เลือกคือ ขาว Moon White
ด้านหลังเคสบริเวณบานพับจะมีตัวสลักแบรนด์ Redmi ขณะที่ฐานด้านล่างของเคสมีพอร์ต USB-C และปุ่มสำหรับรีเซ็ตการจับคู่กับอุปกรณ์ (Pairing)


เมื่อเปิดตลับออกมาจะพบกับตัวหูฟังเป็นทรงเอียร์บัดแบบมีก้านสีเดียวกับเคส ใช้การสวมใส่แบบอินเอียร์ที่ผ่านการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ให้มีความโฉบเฉี่ยวโค้งมนลดแรงกดทับในช่องหู ประกอบกับตัวหูฟังแต่ละข้างที่หนักเพียง 5 กรัม ทำให้กระชับสวมใส่สบาย พร้อมทั้งมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54 สามารถใส่ออกกำลังกายได้

บริเวณด้านนอกของหูฟังจะมีเซ็นเซอร์เพื่อรองรับการสั่งงานแบบสัมผัส ส่วนด้านในมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ที่จะหยุดเล่นเพลงโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ถอดหูฟังออกและเมื่อใส่หูฟังเพลงก็จะกลับมาเล่นต่อ แถมยังใช้งานได้แม้จะใส่แค่ข้างเดียว


การใช้งาน
หูฟังRedmi Buds 4 Pro มากับการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.3 ที่ให้ระยะการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ในพื้นที่โล่งไม่มีสิ่งกีดขวางได้สูงสุด 10 เมตร รองรับการจับคู่กับอุปกรณ์ทั้งที่เป็น Android, iOS และ Windows พร้อมด้วยฟังค์ชั่น Quick Pairing เมื่อจับคู่กับอุปกรณ์ที่เป็น MIUI
คุณสมบัติไฮไลท์ของหูฟังรุ่นนี้เลยคือมีฟังค์ชั่นเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 2 เครื่องพร้อมกันและมีฟีเจอร์สลับการทำงานโดยอัตโนมัติ ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในสมัยนี้ที่ส่วนใหญ่จะมีดีไวซ์อยู่กับตัวมากกว่าหนึ่ง

เพื่อการใช้งานที่เต็มประสิทธิภาพผู้ใช้ก็จำเป็นที่จะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Xiaomi Earbuds มาติดตั้งบนเครื่องเสียงก่อน แต่ก็มีข้อสังเกตที่ว่าแอปตัวนี้ยังมีให้ดาวน์โหลดเฉพาะบน Google Play ที่เป็นของระบบปฏิบัติการ Android ส่วนบน App Store ที่เป็นของ Apple ยังไม่มีให้โหลด

เหมือนโหลดแอปลงเครื่องแล้วก็ทำการจับคู่กับหูฟังตามขั้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอ โดยที่ภายในแอป Xiaomi Earbuds นอกจากจะดูสถานะแบตเตอรี่ของหูฟังกับเคสชาร์จได้แล้ว เรายังสามารถใช่เพื่อตั้งค่าการทำงานในส่วนต่างๆ ของหูฟังได้ไม่ว่าจะเป็น การกำหนดคำสั่งท่าทางการสัมผัส, ตั้งค่าเอฟเฟกต์เสียง, การค้นหาหูฟัง หรือการสลับโหมดระหว่าง ANC กับ Transparency

มาถึงเรื่องของโหมดตัดเสียงรบกวนในRedmi Buds 4 Pro ก็มีคุณสมบัติการตัดเสียงรบกวน (ANC – Active Noise Cancelling) ด้วยไมโครโฟน 3 ตัวที่ติดตั้งอยู่บนหูฟังแต่ละข้างโดยแบ่งเป็น Feedback mic, Feed-forward mic และ Talk mic ทำให้สามารถปิดกั้นเสียงรบกวนจากภายนอกได้สูงสุด 43dB พร้อมจับช่วงความถี่เสียงได้กว้าง 30-3000Hz ทำให้ผู้ใช้ได้ดิ่งเข้าสู่โลกของเสียงดนตรีได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น



นอกจากนี้ตัวโหมด ANC เองยังเลือกระดับการตัดเสียงรบกวนได้เองถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะเป็น Light Mode, Balanced Mode และ Deep Mode หรือจะเลือก Adaptive Mode ที่เป็นการปรับแบบอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมที่ใช้งาน

นอกจากการตัดเสียงรบกวนแล้วในหูฟังก็ยังมีโหมดฟังเสียงภายนอก (Transparency Mode / Enhance Voice Mode) ทำให้ผู้ใช้สามารถสื่อสารกับคนรอบข้างได้โดยที่ไม่ต้องถอดหูฟังออกจากหู
เรื่องคุณภาพเสียง Redmi Buds 4 Proต้องยอมรับเลยว่าทำได้เกินกว่าที่คาดคิดเอาไว้มากซึ่งถ้าว่ากันตามสเปครุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของRedmi Buds Series ที่มีระบบ Dual driver ประกอบด้วยอลูมิเนียมไดนามิกไดรเวอร์ขนาด 10มม. กับไทเทเนียมไดนามิกไดรเวอร์ขนาด 6มม. รองรับการแปลงสัญญาณเสียงแบบ LDAC และได้รับมาตรฐาน Hi-Res Audio Wireless

จากการทดสอบฟังเพลงผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Spotify สัมผัสได้ว่าเสียงที่ได้รับค่อนข้างอุ่น มีสมดุล ย่านเบสมีน้ำหนักกำลังดีไม่หนาจนรบกวนเสียงในย่านอื่น ขณะที่เสียงกลางชัดเจนแยกชิ้นเครื่องดนตรีได้ชัด เช่นเดียวกันกับเสียงร้องที่พุ่งเคลียร์ สำหรับเสียงแหลมกำลังฟังสบายๆ ไม่บาดหู ถือว่าเป็นหูฟังที่ให้คาแรคเตอร์ของเสียงเหมาะสำหรับฟังเพลงได้เรื่อยๆ นานๆ ไม่ทำให้หูล้า

ในโหมดการฟังเพลงนอกจากการปรับแต่งเสียงเพิ่มย่านต่างๆ แบบที่หูฟังทั่วไปมีแล้วในรุ่นนี้ก็มีโหมด Immersive sound ระบบการประมวลผลทำให้เสียงมีความสมจริงขึ้นด้วยโดยใช้อัลกอริธึมการปรับแต่ง HRTF ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Xiaomi

เรื่องคุณภาพของไมค์เวลาใช้โทรก็จัดว่ายอดเยี่ยมสามารถเก็บเสียงได้อย่างชัดเจนแม้จะใช้งานขณะทำกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งตัวไมค์หูฟังเองมีการติดตั้งแผ่นบังลมโลหะเพื่อลดเสียงลมปะทะ ที่ทำงานร่วมกับอัลการตัดเสียงรบกวนจากลมซึ่งจะทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ

ทางด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จใช้ได้นานสูงสุด 36 ชั่วโมง และมีเทคโนโลยีชาร์จใช้เสียบชาร์จแค่ 5 นาทีก็ใช้ได้นานต่อเนื่องสูงสุด 2 ชั่วโมง เหมาะสำหรับใช้งานเวลาเดินทางไกล
สรุป+ราคา
จากที่ได้ทดสอบมาต้องย้ำอีกครั้งว่า Redmi Buds 4 Pro เป็นหูฟังไร้สายที่ทำได้ดีกว่าที่คาด ตั้งแต่งานออกแบบ ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวน และที่ประทับใจสุดๆคือเรื่องของคุณภาพเสียง เชื่อว่าถ้าได้มีโอกาสลองสัมผัสหรือได้ฟังเสียงจะไม่รู้สึกผิดหวังอย่างแน่นอน
แต่ก็มีเรื่องข้อสังเกตตรงที่เวลาเปลี่ยนโหมดของหูฟังจาก โหมดปกติเป็น Noise Cancellation หรือเป็น Transparency Mode จะไม่มีระบบเสียงพูดที่บอกว่ากำลังใช้งานในโหมดอะไรอยู่ ซึ่งต้องสังเกตเอาจากรูปแบบของเสียงแจ้งเตือนที่จะมีลักษณะแตกต่างกันเชื่อว่าถ้าใช้ไปสักระยะจะเริ่มชินและไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรกับการใช้งาน

สำหรับราคาขายในไทยอยู่ที่ 2,290 บาท เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2565 นี้เป็นต้นไป ผ่านทาง Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางร้านค้าออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม