
Qualcomm เปิดตัว Snapdragon Reality Elite แพลตฟอร์ม XR รุ่นความหวังใหม่เพื่อพลิกโฉมความเป็นไปได้ในโลกแห่งการประมวลผลเชิงพื้นที่ (Spatial Computing) โดยแพลตฟอร์มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์ประมวลผลเชิงพื้นที่ที่สามารถดื่มด่ำได้อย่างสมจริง และยกระดับประสิทธิภาพระบบ AI บนอุปกรณ์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น
แพลตฟอร์ม Snapdragon Reality Elite จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนชุดอุปกรณ์ประเภท Video-See-Through หรือ VST ประสิทธิภาพสูงในแบบออลอินวัน รวมถึงอุปกรณ์ประเภท Optical-See-Through หรือ OST ที่มีน้ำหนักเบาและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น นอกจากนี้ยังนำความสามารถของระบบ Generative AI อันทรงพลังมาสู่ตัวอุปกรณ์ โดยมีพลังประมวลผล AI สูงสุดถึง 48 TOPS เพื่อรองรับโมเดล AI ระดับสูง ทั้งโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) และโมเดลภาพขนาดใหญ่ (LVMs) เพื่อส่งมอบการประมวลผลเชิงพื้นที่ที่มีการตอบสนองเป็นธรรมชาติ มีความเฉพาะตัว และชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

ความสามารถของ Snapdragon Reality Elite ยังรองรับการแสดงผล การป้อนข้อมูล และการชาร์จไฟไปพร้อมกันระหว่างอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ นอกจากนี้ตัวแพลตฟอร์ม XR ยังได้รับการปรับแต่งให้ประหยัดพลังงานได้ดียิ่งขึ้น โดยทาง Qualcomm ระบุว่าสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้นถึง 20% ภายใต้การทำงานที่เท่าเดิม และควบคุมให้อุปกรณ์มีอุณหภูมิที่เย็นลงกว่าเดิมถึง 12°C เมื่อทำงานภายใต้ภาระโหลดสูง หากเทียบกับชิปเซ็ต Snapdragon XR2+ Gen 2 ซึ่งการปรับแต่งพลังงานนี้เกิดขึ้นทั้งในส่วนของ CPU, GPU และ NPU ส่งผลให้สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องและสวมใส่อุปกรณ์ได้อย่างสบายใจมากขึ้น
ทางด้านสเปกความแรง Qualcomm เผยว่า Snapdragon Reality Elite ให้ประสิทธิภาพ CPU สูงขึ้น 30% ประสิทธิภาพ GPU สูงขึ้น 60% และประสิทธิภาพ NPU เพิ่มขึ้นถึง 160% เมื่อเทียบกับ Snapdragon XR2+ Gen 2 อีกทั้งยังรองรับความละเอียดหน้าจอสูงถึง 4.4K ต่อดวงตาหนึ่งข้าง ที่อัตรารีเฟรช 90 FPS ให้รายละเอียดภาพที่คมชัด ความแม่นยำของสีดีขึ้น และการเคลื่อนไหวที่ราบรื่นยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนี้ การปรับปรุงเทคโนโลยี VST ช่วยลดความหน่วงและเพิ่มคุณภาพของภาพ ซึ่งช่วยให้คอนเทนต์ดิจิทัลผสมผสานเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผ่านการเพิ่มความแข็งแกร่งทางฮาร์ดแวร์โดยเฉพาะ รวมถึงบล็อก “EVA” ที่ช่วยเร่งการประมวลผลทางฮาร์ดแวร์สำหรับการทำงานด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer Vision) ที่ต้องการพละกำลังสูง
สำหรับชิปเซ็ต Snapdragon Reality Elite จะถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนโปรเจกต์ “XREAL Project Aura” เป็นรุ่นแรก ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ และผู้ใช้จะพบแพลตฟอร์มนี้ภายในอุปกรณ์รุ่นถัดไปของแบรนด์ Play for Dream ด้วยเช่นกัน

ทางด้าน Ziad Asghar รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย XR อุปกรณ์สวมใส่ และ AI ส่วนบุคคลของ Qualcomm กล่าวว่า อัตราการใช้งานอุปกรณ์ XR ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีอุปกรณ์มากกว่า 60 ล้านเครื่องในตลาดในปัจจุบัน และยังมีแรงขับเคลื่อนเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมต่างๆ เมื่อแพลตฟอร์ม XR มีความก้าวหน้าและบูรณาการเข้าด้วยกันมากขึ้น ความต้องการเทคโนโลยี XR ที่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น มีความฉลาดมากขึ้น และประหยัดพลังงานได้ดีกว่าเดิมจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดย Snapdragon Reality Elite ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้นด้วย AI บนอุปกรณ์ที่ทรงพลัง ช่วยให้สัมผัสประสบการณ์ที่เร็วขึ้น ยาวนานขึ้น และสมจริงยิ่งขึ้น พร้อมทั้งตอกย้ำความเป็นผู้นำในตระกูล VR และ MR ผ่านการสร้างชิปเซ็ต XR ที่ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์นี้โดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มต้น
Qualcomm เปิดตัว Snapdragon X2 Plus เคลมแรงกว่า Intel Core Ultra 7 …
Qualcomm อาจดึง Samsung กลับมาผลิต Snapdragon 8 Elite Gen 6 …
Qualcomm เปิดตัว Snapdragon C Platform ชิปใหม่สำหรับแล็ปท็อป AI …