วันนี้มีโอกาสได้จับเครื่อง Samsung Galaxy Note Edge เป็นครั้งแรก หลังมีมือดีหิ้วมาจากแดนกิมจิแบบสดๆ ร้อนๆ ก็เลยลองเล่นแล้วถ่ายภาพเอามาอวดกันสักหน่อยรับวันพ่อนะครับ ซึ่งเครื่องรุ่นนี้เป็นรุ่นรหัส N915S ครับ ใช้ชิป Exynos 7 5433 ส่วนเครื่องฝั่งยุโรปจะใช้ Snapdragon 805 นั่นเอง
สเปคเครื่อง Samsung Galaxy Note Edge
๐ หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.6 นิ้ว (Quad-HD 1600x2560px) (524ppi)
๐ แถบจอโค้งด้านข้างไว้แจ้งเตือนการทำงานของระบบ และไอคอนลัดต่างๆ
๐ ใช้กระจกหน้าจอรุ่นใหม่ 2.5D Gorilla Glass 3
๐ หน่วยประมวลผล Samsung Exynos 5433 พร้อม 4G LTE cat.6
๐ กล้องหลักความละเอียด 16 ล้าน (AF/OIS/4K) / กล้องหน้า 3.7 ล้าน (F/1.9)
๐ หน่วยความจำ RAM 3GB / ROM 32GB (MicroSD 128GB)
๐ รองรับการเชื่อมต่อ NFC / WiFi 802.11 ac / GPS / GLONASS / USB 2.0
๐ ปากกา S Pen รองรับแรงกด Pressure Sensitivity 2048
๐ ทำงานด้วยระบบ Android 4.4 KitKat / TouchWiz
๐ แบตเตอรี่ขนาดความจุ 3000 มิลลิแอมป์ พร้อมเทคโนโลยี Quick Charge 2.0
สเปคเครื่องแตกต่างจาก Galaxy Note 4 เล็กน้อยครับ แต่ผลทดสอบ Benchmarks กลับออกมาไม่ดีเท่าที่คิด เพราะตัว Note 4 หรือ Galaxy Alpha ต่างก็แตะหลัก 50,000 คะแนนกันทั้งนั้น คาดว่าน่าจะเป็นที่เฟิร์มแวร์ของตัวเครื่องที่ดูแล้วยังไม่เสถียรเท่าไหร่ และยังไม่ได้อัพเดทครับ ระหว่างที่ลองใช้ก็มีค้างบ้าง
ตัวเครื่องขนาดเท่าๆ กับ Note 4 เลย น้ำหนักด้วย แต่ว่ามันถือไม่ค่อยถนัดมือเท่าไหร่ เพราะฝั่งหน้าจอโค้งด้านข้างมันทำให้ขอบข้างเล็กลงรู้สึกจับไม่ค่อยมั่นคงครับ คาดว่าต้องใช้ไปสักระยะจึงจะชินนะ
ด้านหน้าจัดเรียงทุกอย่างเหมือนกับ Galaxy Note 4 ด้านบนมีเลนส์กล้อง และเซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมลำโพงสนทนา ส่วนด้านล่างมีปุ่ม Home เป็นฮาร์ดแวร์คีย์ ส่วนย้อนกลับ กับมัลติทาสก์นั้นเป็นทัชครับ
ตัวขอบข้างฟีลลิ่งจะแตกต่างจาก Note 4 ไปเลยครับ ดูธรรมดาหน่อยเรียบๆ โดยสวนบนเป็นช่องหูฟัง และปุ่มพาวเวอร์ พร้อมด้วยไมโครโฟนตัวที่สองไว้ตัดเสียง กับไฟ IR อ้อมีร่องงัดฝาหลังด้วย ส่วนด้านล้างมีไมโครโฟนถึงสองรู พร้อมด้วยช่อง MicroUSB และปากกา S-Pen ครับ
ด้านข้างครับฝั่งซ้ายจะมีแค่ปุ่มควบคุมเสียงอย่างเดียว ส่วนด้านขวาเป็นขอบโค้งของหน้าจอมีพวกไอคอนลัดที่ปกติจะอยู่บนหน้าจอมาอยู่ขอบๆ แทน ซึ่งเรียกโฟลเดอร์ หรือตั้งค่าเพิ่มเติมเอาได้ สังเกตด้านบนจะมีถาดให้เลื่อนดึงลงมามีทางลัดอื่นๆ อีก ด้านล่างเรียกเมนู Settings ได้
ด้านหลังเป็นฝาหนังชนิดเดียวกับบน Galaxy Note 4 ครับ มีเลนส์กล้อง 16 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช และตัวจับแสงเหมือนกัน พร้อมด้วยลำโพงซ้ายล่าง ส่วนปากกา S-Pen ดึงออกมาก็เรียกเมนู Air Command เหมือนเคย เสียบเก็บก็ปิดฟีเจอร์ครับ โดยรวมแล้วตัวเครื่องสวยล้ำดี แต่ยังถือไม่ค่อยถนัด โดยเฉพาะมือเดียวครับ
ด้าน UI ของเครื่องก็เหมือนๆ กับ Galaxy Note 4 แต่จะแตกต่างกันตรงที่ Galaxy Note Edge จะย้ายพวกไอคอนลัดบนหน้าจอที่รกๆ มาอยู่ Edge screen ด้านข้างแทน เลื่อนมาเรียกทางลัดอื่นๆ อย่างนาฬิกาปลุก จับเวลา ไฟฉาย หรือบันทึกเสียงด่วนๆ ได้
อื่นๆ ยังคงเดิม เว้นแต่การแจ้งเตือนของระบบเช่น กำลังติดตั้งแอพพลิเคชั่น หรือทำอะไรก็แล้วแต่ จะมาเตือนที่ Edge screen แทนครับ
กล้องถ่ายภาพตรงนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรครับ ยกเว้นหน้าจอ UI ขณะถ่ายที่จะย้ายพวกคำสั่งต่างๆ รวมถึงชัตเตอร์ถ่ายภาพมาอยู่บน Edge screen แทน ซึ่งก็ดีไม่รกดีครับ กดถ่ายก็ไม่รู้ว่าจะสะดวกขึ้นหรือลำบากกว่าเดิม แล้วแต่ความถนัดนะ แต่ตำแหน่งมันอยู่ในแบบของชัตเตอร์กล้องทั่วไปครับ ปิดท้ายด้วยภาพจากกล้องนิดหน่อยนะครับ โดยรวมแล้วใครชอบล้ำๆ และเสน่ห์ของ Edge screen รุ่นนี้ก็ว้าวพอสมควร ใครสนคงต้องพึ่งร้านมือมือที่รับหิ้วเอานะครับ ราคาอยู่ประมาณ 3X,XXX บาท ^^
*ขอบคุณ Whatphone.tv ที่เอื้อเฟื้อเครื่องมาให้ลองเล่นนะครับ ^^














