เรารู้กันแล้วว่า Nokia เป็นหนึ่งในบรรดาบริษัทชั้นนำที่ผลิตมือถือ แต่วันนี้ที่จะนำมาพรีวิวให้ชมกันไม่ใช่โทรศัพท์ครับ แต่เป็นหูฟังอย่างที่เห็น สีสันแสบได้ใจเลยล่ะ

ตัวหูฟังที่ได้รับมาเป็นสีเหลืองครับ แอบไปดูที่เว็บผู้ผลิตพบว่ามีสีแปลกๆ เพียบ ส่วนบ้านเราน่าจะนำเข้ามาแต่สีมาตรฐานครับ (ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะสีแปลกๆ นี่จะมีคนซื้อสักกี่มากน้อยก็ไม่ทราบได้)

สำหรับหูฟังตัวนี้จะเป็นแบบครอบหู น้ำหนักค่อนข้างเบาครับ ใส่บนหัวแล้วก็ลืมไปว่าใส่อยู่ไปเลย (เพราะรูปร่างอาจจะไปลงน้ำหนักที่การหนีบหูแทน) ที่ข้างซ้ายจะมีปุ่มรีโมทและไมโครโฟน โดยมีฟีเจอร์พิเศษคือ กด 1 ครั้ง จะทำหน้าที่ เริ่มเพลง-หยุดเพลง-รับสาย-วางสาย ถ้ากด 2 ครั้ง จะเป็นการไปเพลงต่อไป และถ้ากด 3 ครั้ง จะเป็นการย้อนกลับไปเพลงก่อนหน้าครับ

สายไม่พันกัน
ทาง COLOUD สายจะไม่มีวันพันกันเด็ดขาด ด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Zound Lasso (ยังอยู่ในระหว่างการขอสิทธิบัตร) และสายแบบเรียบแบน จะไม่ทำให้พันกัน

ความยาวของสาย
จากการวัดสายแบบคร่าวๆ ยาวประมาณ 1 เมตรครับผม ไม่ต้องห่วงว่าสายจะสั้นไป เพราะสายจะยาวจะพันคอคนร้ายที่เข้ามาจี้ปล้นให้ขาดอากาศหายใจขณะกำลังฟังเพลงได้เลยครับ …. นั่นก็เวอร์ไปนิด แต่ว่าสายยาวจริงๆ ครับ และด้วยความที่เป็นสายแบน (และสิทธิบัตร Zound Lasso) ทำให้พกพาสะดวกครับ


เสียง

เสียงของ COLOUD นั้นเป็นไปตามราคาครับ สำหรับผู้ที่ซื้อไปจริงจังกับการฟังเพลงอย่างมาก (จำพวก Audiophile) อาจจะไม่เหมาะครับ เพราะมิติของเสียงไม่กว้างสมดั่งใจท่านแน่ๆ แต่สำหรับคนที่อยากได้หูฟังสำหรับอยู่ข้างนอกบ้าน ราคาเบาๆ ดีไซน์โดนๆ แต่ไม่ล่อตาล่อใจสก๊อยและแว๊นข้างทาง ก็ถือว่าโอเคครับ แต่อาจจะต้องเร่งเสียงบนโทรศัพท์ขึ้นมาหน่อย

วัสดุ
บอดี้ของ COLOUD The Knock เป็นพลาสติกทั้งตัวครับ โดยสามารถปรับระดับหูฟังได้ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าหัวตนเองจะใหญ่ไปหรือเล็กไป หูฟังรุ่นนี้รับมือได้กับทุกขนาดจริงๆ

สำหรับ COLOUD The Knock ที่เราได้มาพรีวิวให้ชมกันนี้มีค่าตัวอยู่ราวๆ 800 บาท หรือ $25 เห็นสีสันสวยสดใส ดีไซน์อินเทรนด์ดูวัยรุ่นแบบนี้ สนใจจัดมาใช้กันสักอันไหมล่ะ?