
POCO ก้าวเข้าสู่ตลาดเรือธงอย่างจริงจังด้วยการเปิดตัว POCO F8 Series ที่ประกอบด้วย POCO F8 Ultra และ POCO F8 Pro ซึ่งนอกจากจะเป็นการพัฒนาครั้งสำคัญของแบรนด์แล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่ POCO จับมือกับ Bose แบรนด์เสียงระดับโลก เพื่อนำเทคโนโลยี Sound by Bose เข้ามาอยู่ในสมาร์ทโฟนของตนอย่างเป็นทางการ
เริ่มจาก POCO F8 Ultra มาพร้อมหน้าจอ POCO HyperRGB รุ่นแรกของแบรนด์ที่ให้ความละเอียดของพิกเซลและความคมชัดระดับใกล้เคียง 2K บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 6.9 นิ้ว ภายในใช้โครงสร้างชิปแบบคู่ที่ผสานพลังของ Snapdragon 8 Elite Gen 5 เข้ากับชิป VisionBoost D8 ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพการเล่นเกม รองรับ Smart Frame Rate สูงสุด 120FPS การอัปสเกลแบบ Super Resolution ระดับ 1.5K และ Game HDR เพื่อให้แสง สี และรายละเอียดออกมาสมจริงมากที่สุด

มือถือมีระบบ WildBoost Optimisation ที่ปรับสมดุลการทำงานของ CPU–GPU ทำให้การเล่นเกมยาวนานขึ้นโดยใช้พลังงานน้อยลงและความร้อนต่ำลง อีกทั้งยังเสริมด้วย LiquidCool Technology ซึ่งเป็นระบบ IceLoop แบบสองชั้นที่ช่วยกระจายความร้อนได้รวดเร็วและสม่ำเสมอ ทำให้การเล่นเกมระยะยาวไม่สะดุดและรักษาความเสถียรได้ดีขึ้นตลอดการใช้งาน

หัวใจสำคัญอีกด้านคือระบบเสียง Sound by Bose ซึ่งทีมวิศวกรจาก Bose ได้ร่วมพัฒนาไดรเวอร์และการปรับแต่งเสียงร่วมกับ POCO เพื่อสร้างลำโพงสามตัวระดับพรีเมียมที่ให้เบสลึก รายละเอียดครบถ้วน เสียงร้องคมชัด และเวทีเสียงที่กว้างขึ้นอย่างชัดเจน นับว่าเป็นครั้งแรกที่เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้บนสมาร์ทโฟนของแบรนด์
ด้านการถ่ายภาพ POCO F8 Ultra ติดตั้งเซนเซอร์ 50 ล้านพิกเซล ของ Light Fusion 950 พร้อมระบบกันสั่น OIS เพื่อให้ภาพมีไดนามิกเรนจ์สูงและประหยัดพลังงาน เหมาะกับการถ่ายภาพในสภาพแสงซับซ้อน โดยชุดเลนส์แบบ 1G+6P ที่ผ่านกระบวนการเคลือบผิวหลายชั้นช่วยลดแฟลร์และแสงสะท้อนได้ดี ทำให้ได้ภาพที่คมใสทั้งกลางวันและกลางคืน อีกทั้งยังมีเลนส์ Periscope 50 ล้านพิกเซล ตัวแรกของ POCO ที่ให้ซูม 5x แบบ Optical, 10x แบบ In-sensor และสูงสุด 20x Ultra Zoom ทำให้ถ่ายได้ตั้งแต่แลนด์สเคป มนุษย์ ไปจนถึงวัตถุระยะใกล้แค่ 30 เซนติเมตร

แบตเตอรี่ขนาด 6500mAh ซึ่งใหญ่ที่สุดในตระกูล F ช่วยยืดการใช้งานได้ยาวตลอดวัน โดยเปิดราคาไว้ที่ 949 ดอลลาร์ หรือราว 30,600 บาท สำหรับรุ่น 12GB+256GB และ 999 ดอลลาร์ หรือราว 32,200 บาท สำหรับรุ่น 16GB+512GB มีให้เลือกสองสีคือ Denim Blue และ Black
สำหรับ POCO F8 Pro รุ่นนี้โดดเด่นด้วยงานออกแบบที่เน้นทั้งความหรูหราและความร่วมสมัย โดยใช้ฝาหลังแบบ One-Piece Milled Glass ชิ้นเดียวตลอดทั้งแผ่น ความหนา 2 มิลลิเมตร ผ่านการแกะสลักด้วย CNC cold-carving ซึ่งทำให้เกิดกรอบกล้องแบบ 1.3 มิลลิเมตรที่ยกตัวขึ้นเล็กน้อยและเชื่อมต่อกับพื้นผิวด้านหลังอย่างเนียนตา ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ POCO ใช้ผิวแบบ Glossy-Matte บนกระจก โดยผสมผสานพื้นผิวด้านเข้ากับกรอบกระจกใสเพื่อสร้างความรู้สึกพรีเมียมยิ่งขึ้น

ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอขนาด 6.59 นิ้วอัตราส่วน Golden Ratio ที่ตัดมุมโค้งใหญ่ พร้อมน้ำหนักเพียง 199 กรัม ทำให้ถือใช้งานมือเดียวถนัดแต่ยังเต็มอิ่มกับการรับชมคอนเทนต์ ภายในขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 8 Elite Mobile Platform แบบเดียวกับรุ่น Ultra และใช้ WildBoost Optimisation เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมการทำงานร่วมกันของ CPU และ GPU
แบตเตอรี่ขนาด 6210mAh ใช้งานต่อเนื่องได้กว่า 16 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จ 100W HyperCharge ที่สามารถชาร์จเต็มจาก 0% ถึง 100% ได้ภายในเวลาเพียง 37 นาที

ส่วนการถ่ายภาพ POCO F8 Pro ถือเป็นรุ่นแรกของไลน์ Pro ที่มีเลนส์เทเลโฟโต้ระดับ 50 ล้านพิกเซล รองรับซูม 2.5x แบบ Optical สำหรับการถ่ายพอร์ตเทรตครึ่งตัว และซูม 5x แบบ Lossless พร้อมกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล Light Fusion 800 + OIS ที่ปรับแต่งมาเพื่อรับมือสภาพแสงยาก เช่น ฉากย้อนแสงและแสงนีออนในเมืองตอนกลางคืนได้อย่างแม่นยำ
POCO F8 Pro เปิดราคา 699 ดอลลาร์ หรือราว 22,600 บาท สำหรับรุ่น 12GB+256GB และ 759 ดอลลาร์ หรือราว 24,400 บาท สำหรับรุ่น 12GB+512GB มีให้เลือกสี Titanium Silver, Blue และ Black
การวางจำหน่ายในประเทศไทย
POCO F8 Ultra มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Denim Blue และ Black พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของก่อนใครในราคาพิเศษ ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16:00 – 18 ธันวาคม 2568 ที่ Shopee, Lazada, TikTok Shop และ mi.com โดยวางจำหน่าย 2 รุ่นความจุ ได้แก่

- POCO F8 Ultra รุ่นความจุ 12GB+256GB วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 23,990 บาท (จากราคาปกติ 24,990 บาท)
- POCO F8 Ultra รุ่นความจุ 16GB+512GB วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 25,990 บาท (จากราคาปกติ 26,990 บาท)
พิเศษ! สำหรับลูกค้าสั่งซื้อ POCO F8 Ultra ในระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. – 18 ธันวาคม 2568 รับฟรี Xiaomi Gaming Monitor G24i 2026 มูลค่า 3,990 บาท, ประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตก (เปลี่ยน 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือน), ใช้งาน YouTube Premium ฟรี 3 เดือน, ใช้งาน Google One 100GB ฟรี 6 เดือน และใช้งาน Spotify ฟรี 4 เดือน
POCO F8 Pro มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Titanium Silver และ Blue พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้วในราคาพิเศษ ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. – 18 ธันวาคม 2568 โดยวางจำหน่าย 2 รุ่นความจุ ได้แก่

- POCO F8 Pro รุ่นความจุ 12GB+256GB วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 16,990 บาท (จากราคาปกติ 17,990 บาท) โดยระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16:00 – 2 ธันวาคม 2568 จะวางจำหน่ายเฉพาะที่ Lazada และ mi.com และตั้งแต่วันที่ 3 -18 ธันวาคม 2568 จะวางจำหน่ายที่ Shopee, Lazada, TikTok Shop และ mi.com
- POCO F8 Pro รุ่นความจุ 12GB+512GB วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 18,990 บาท (จากราคาปกติ 19,990 บาท) โดยระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16:00 – 2 ธันวาคม 2568 จะวางจำหน่ายเฉพาะที่ Lazada และ mi.com และตั้งแต่วันที่ 3 -18 ธันวาคม 2568 จะวางจำหน่ายที่ Shopee, Lazada, TikTok Shop และ mi.com
พิเศษ! สำหรับลูกค้าสั่งซื้อ POCO F8 Pro ในระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. – 18 ธันวาคม 2568 รับฟรี Xiaomi Sound Outdoor 30W มูลค่า 1,790 บาท, ประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตก (เปลี่ยน 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือน), ใช้งาน YouTube Premium ฟรี 3 เดือน, ใช้งาน Google One 100GB ฟรี 6 เดือน และใช้งาน Spotify ฟรี 3 เดือน
ชม MV ตัวใหม่ล่าสุดของ AF ทั้ง 3 รุ่น 36 ชีวิต ในโครงการ “ทำดีให้พ่อดู” โดย …
Xiaomi อาจทิ้งแบรนด์ Leica บนเรือธงรุ่นใหม่ เน้นพัฒนาของตนเองแทน
POCO Pad X1 ยืนยันเปิดตัว 26 พ.ย. นี้ พร้อม POCO F8 Series ชูสเปกชิป …