เตรียมพร้อมจะขายในไทยสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ OPPO Reno2 F ซึ่งเป็นทายาทของ F-series ที่ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Reno series เป็นที่เรียบร้อย แต่ยังคงชูจุดแข็งด้านความสวยงามในงานดีไซน์ ในราคาที่จับต้องได้
สเปคของ OPPO Reno2 F
- ขนาด 162.4 x 75.8 x 8.7 มม. หนัก 195 กรัม
- หน้าจอ AMOLED Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2340×1080 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9
- ชิปเซต Mediatek MT6771V Helio P70 ประมวลผล Octa-core (4×2.1 GHz Cortex-A73 & 4×2.0 GHz Cortex-A53) ใช้ GPU Mali-G72 MP3
- หน่วยความจำ RAM 8GB+ROM 128GB รองรับหน่วยความจำเสริม microSD Card 256GB
- กล้องหลังสี่ตัวประกอบด้วย
- กล้องหลักเลนส์ Wide 48 ล้านพิกเซล, f/1.7,ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.3 นิ้ว, ขนาดพิกเซล 0.8µm,ระบบโฟกัส PDAF
- กล้อง Ultra-Wide 8 ล้านพิกเซล, f/2.2, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4 นิ้ว, ขนาดพิกเซล 1.12µm
- เลนส์ Portrait 2 ล้านพิกเซล , f/2.4, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5 นิ้ว, ขนาดพิกเซล 1.75µm
- เลนส์ Mono 2 ล้านพิกเซล, f/2.4, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5 นิ้ว, ขนาดพิกเซล 1.75µm
- กล้องหน้าป็อปอัพ 16 ล้านพิกเซล, f/2.0, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3.1 นิ้ว, ขนาดพิกเซล 1.0µm
- รองรับการทำงานสองซิมแบบ Triple slot สนับสนุนเครือข่าย
- GSM: 850/900/1800/1900MHz
- WCDMA: Bands 1/5/8
- FDD-LTE: Bands 1/3/5/7/8
- TD-LTE: Bands 38/40/41
- เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS/A-GPS/Beidou/Glonass
- เทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 4.2, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
- มีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Optical underdisplay
- แบตเตอรี่ขนาด 4000mAh ชาร์จไว VOOC Flash Charge 3.0 ผ่านพอร์ต USB-C
- ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.1 บนพื้นฐาน Android 9 Pie
- สีที่ขายในไทย Lake Green / Sky White
- ราคาเปิดตัว 11990 บาท
แพ็คเกจของ OPPO Reno2 F เหมือนกับ Reno series รุ่นก่อนที่จะเป็นกล่องทรงยาวสีเหลือบมุก โดยที่อุปกรณ์ภายในกล่องจะมีทั้ง
- เครื่อง Reno2 F (หน้าจอติดฟิลม์กันรอย)
- เคสใส
- สาย USB-C
- อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V/4A (20W)
- หูฟัง 3.5มม.
- เข็มจิ้มถาดซิม
- ใบรับประกัน+คู่มือการใช้งาน
ขนาดเครื่องของรุ่นนี้อยู่ถือว่าจับถนัดมือในสัดส่วน 162.4 x 75.8 x 8.7 มม. หนักเพียง 195 กรัม วัสดุเครื่องเป็นกระจก Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยที่ฝาหลังทำให้โค้งรับกับฝามือ พร้อมสร้างมิติของเฉดสีด้วยเทคโนโลยี Ribbon Transfer 2.0 โดยสีที่ขายในไทยประกอบด้วย Lake Green กับ Sky White ซึ่งเป็นสีที่อยู่ในมือเราตอนนี้
ในส่วนของหน้าจอก็จัดมาชัดติดขอบแบบ Panoramic Full Screen ใช้แผง AMOLED ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080) ขนาด 6.5 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 ให้พื้นที่แสดงผลสูงถึง 91.1%
สำหรับกล้องหน้าเป็นแบบป็อปอัพ Rising Camera เพิ่มลูกเล่นอย่างไฟผลึกคริสตัล Atmosphere Light ที่สามารถตั้งค่าเปลี่ยนสีได้ พร้อมด้วยเสียงเอฟเฟ็ค ส่วนเรื่องความทนทานก็ไม่ต้องห่วงเพราะตัวกลไกได้ผ่านการทดสอบในห้องแล็ปกว่า 200,000 ครั้ง แถมยังมีเซ็นเซอร์ Drop Protection Mechanism ดึงกล้องเก็บแบบออโต้เมื่อตรวจพบกับตกของเครื่อง
บริเวณเส้นขอบด้านบนของจอก็มีการซ่อนลำโพงสนทนาเอาไว้ ส่วนพื้นที่ด้านล่างของจอใช้แถบ Navigation Bar แบบสัมผัส สามารถตั้งค่าเปลี่ยนไปใช้แบบ Gestures control ได้
พลิกมาด้านหลังจะเจอการจัดวางกล้องหลัง 4 ตัว และลายเครื่องพร้อมจุดเซรามิก O-Dot ในแบบ Symmetry Design ที่วางเรียงเป็นแนวตั้งตรงกลางแบ่งพื้นที่สัดส่วนซ้าย-ขวาได้อย่างสมดุล
ด้านข้างของเครื่องตัวปุ่มกดพาวเวอร์อยู่ที่ด้านขวาเช่นเดียวกันกับช่องถาดซิมแบบ Triple slot ส่วนทางซ้ายเป็นปุ่มปรับระดับเสียง
ขอบเครื่องด้านบนนอกจากส่วนที่เป็นกลไกกล้องหน้าแล้ว ก็ยังมีช่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ขณะที่ขอบด้านล่างเป็นพอร์ต USB-C, ลำโพงหลัก, ไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
มาดูเรื่องภายในกันบ้างรุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.1 บนพื้นฐานของ Android 9 Pie มีฟีเจอร์เด่นๆอย่าง Smart Sidebar หน้าต่างป็อปอัพแบบพิเศษสำหรับเรียกใช้ฟังค์ชั่นด่วน อย่างการบันทึกหน้าจอ, แชร์ไฟล์ หรือปิดกั้นการรบกวน
ด้านความปลอดภัยในรุ่นนี้ก็มีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ Hidden Fingerprint Unlock 3.0 ซึ่งเป็นการสแกนนิ้วแบบ Optical G3 ที่เร็ว และแม่นยำขึ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อน
สำหรับชิปประมวลผลใช้ Helio P70 ที่เป็นของค่าย Mediatek โดยประมวลผลแบบ Octa-core กำลังสูงสุดที่ 2.1GHz ใช้ GPU Mali-G72 MP3 ขณะที่หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB ทำงานร่วมกับ ROM ชนิด USF 2.1 ขนาด 128GB โดยรองรับหน่วยความจำเสริม microSD Card สูงสุด 256GB
ด้านแบตเตอรี่ให้ความจุมา 4000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC Flash Charge 3.0 ชาร์จได้เต็ม 100% ภายเวลาเพียงชั่วโมงครึ่ง
สำหรับสายเกมในรุ่นนี้มีฟีเจอร์อัพความแรงอย่าง HyperBoost 2.0 ระบบอัจฉริยะช่วยเร่งประสิทธิภาพของมือถือซึ่งประกอบไปด้วย FrameBoost ที่จัดการด้านอัตราเฟรมเรทของหน้าจอให้เสถียรคงที่และ TouchBoost ซึ่งจะลดความหน่วงทำให้จอไวต่อการสัมผัสมากขึ้น พร้อมด้วย Game Assistant ที่จะปรับแต่งระบบการแจ้งเตือนไม่ให้รบกวนสายตา กับ Game Space พื้นที่พิเศษสำหรับกำหนดให้เครื่องรับรู้ว่าแอปฯที่ใส่เข้ามาคือเกม และให้เครื่องรีดประสิทธิภาพออกมาในระดับที่เราต้องการ
จากการทดสอบด้วยเกมยอดนิยม ROV ตั้งค่า High Frame Rate ได้ตัวเลขก็จะอยู่ที่ราว 60fps ขณะที่ PUBG ค่ามาตรฐานที่ตัวเกมแนะนำคือ High แต่เราสามารถตั้งค่าได้ถึง HD-High
สำหรับระบบเซ็นเซอร์ต่างๆจากการสำรวจด้วย แอปฯ Sensor Box ใส่มาให้ทั้ง
- Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
- Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
- Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
- Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
- Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
- Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
- Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)
ด้านคะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆมีดังนี้
- PCMark for Android (Work 2.0) = 7552คะแนน
- Geekbench 4 Pro = Single-core : 1496คะแนน / Multi-core : 5789 คะแนน
- AuTuTu Benchmark v8.0.1= 189940 คะแนน
- AITuTu Benchmark = 6602 คะแนน
OPPO Reno2 F นอกจากจะเด่นด้านการดีไซน์และสเปคแล้ว เรื่องการถ่ายภาพทางค่ายก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โดยที่กล้องหลังเป็นแบบ 4 ตัวประกอบด้วย
- กล้องหลัก Samsung Bright GM1 เลนส์ Wide 48 ล้านพิกเซล, f/1.7,ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.3 นิ้ว, ขนาดพิกเซล 0.8µm,ระบบโฟกัส PDAF
- กล้อง Ultra-Wide 8 ล้านพิกเซล, f/2.2, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4 นิ้ว, ขนาดพิกเซล 1.12µm
- กล้อง Portrait 2 ล้านพิกเซล , f/2.4, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5 นิ้ว, ขนาดพิกเซล 1.75µm
- กล้อง Mono 2 ล้านพิกเซล, f/2.4, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5 นิ้ว, ขนาดพิกเซล 1.75µm
ขณะที่กล้องหน้าเป็นแบบตัวเดียวในกลไกป็อปอัพ Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3.1 นิ้ว ขนาดพิกเซล 1.0µm
ฟังค์ชั่นการถ่ายภาพของรุ่นนี้ก็จัดว่าน่าสนใจทั้งโหมด Protrait การทำหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างสวยงาม แถมยังมีความสามารถด้าน HDR ในการดึงรายละเอียดจากจุดที่มืดสุดและสว่างสุดของภาพ ขณะที่การเซลฟี่ก็มีโหมด AI beauty เพื่อภาพเซลฟี่ที่สวยเป็นธรรมชาติ แถมยังรองรับกรุ๊ปเซลฟี่ได้สูงสุด 4 คน
สำหรับการถ่ายวิวก็เด็ดขาดทั้ง Ultra Wide Angle การถ่ายมุมกว้าง 119 องศา ที่รองรับทั้งแบบภาพนิ่งและแบบวีดีโอ หรือโหมด Ultra Night Mode 2.0 เพื่อการถ่ายในที่แสงน้อย
ตัวอย่างภาพจากกล้องของ OPPO Reno2 F
สำหรับการวางจำหน่ายในไทย OPPO Reno2 F เคาะที่ 11,990 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สี Sky White และ Lake Green โดยวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ใครที่สนใจก็ไปจับจองกันได้ ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ





































































