
ในปัจจุบันที่ AI กำลังเปลี่ยนโฉมสมาร์ทโฟนจากแค่เครื่องมือสื่อสารให้กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ ทาง OPPO ได้ออกมาเผยวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการแห่งอนาคตที่เรียกว่า AIOS ภายในงาน Google Cloud Export Summit ณ กรุงปักกิ่ง
โดย OPPO ได้วางแผนยุทธศาสตร์สำคัญที่พัฒนาร่วมกับ Google Cloud หัวใจสำคัญในแผนพัฒนาครั้งนี้ประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ “Memory Symbiosis” ความจำอัจฉริยะ การสร้างระบบความจำที่เชื่อมโยงถึงกัน และ “Privacy Protection” ความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อนำนวัตกรรมก้าวไปสู่ยุคของระบบปฏิบัติการที่ชาญฉลาด มอบประสบการณ์การใช้งานสุดล้ำแก่ผู้ใช้งาน
“หัวใจสำคัญของ AI คือการเข้าใจผู้ใช้ เราจึงร่วมมือกับ Google Cloud เพื่อพัฒนา OPPO AI ให้เป็นเพื่อนคู่คิดอัจฉริยะที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถทำความเข้าใจ คาดการณ์ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ยังคงใช้งานง่าย” Haonan Lu, Head of Large Model Algorithms ของ OPPO กล่าว
พร้อมย้ำว่าระบบปฏิบัติการ AIOS ที่ดีต้องเป็นมากกว่าแค่การมีฟีเจอร์ต่าง ๆ แต่ต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคลได้อย่างแท้จริง เพื่อทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทางอัจฉริยะที่เชื่อถือได้และมีความเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง
การแก้ปัญหาหลักด้วยระบบ AI ระดับโครงสร้าง ยกระดับการบริการสู่ประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ
แม้ฟีเจอร์ AI บนสมาร์ตโฟนจะมีให้เลือกใช้มากขึ้น แต่ผู้ใช้งานยังคงประสบปัญหาสำคัญ 3 ประการ คือ การจดจำ การค้นหา และการคาดการณ์ข้อมูลที่ต้องการ เพื่อตอบโจทย์นี้ OPPO จึงได้พัฒนา AIOS เจเนอเรชั่นใหม่ที่รวมระบบความจำไว้เป็นรากฐานสำคัญของตัวเครื่อง ทำให้การจัดการข้อมูลต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองได้ตรงใจผู้ใช้มากยิ่งขึ้น
เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานจดจำข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น OPPO ได้เปิดตัว AI Mind Space ไปทั่วโลก โดยทำหน้าที่เป็นเสมือน “สมองที่สอง” ของระบบที่จะช่วยจัดระเบียบข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ รูปภาพ หรือการโต้ตอบผ่านเสียง
ฟีเจอร์ AI Mind Space พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี Google Gemini เพื่อให้สามารถตอบคำถามแบบเฉพาะตัวบุคคลโดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บันทึกไว้ในอุปกรณ์ นอกจากนี้ OPPO ยังได้ร่วมมือกับ Google Cloud พัฒนาเทคโนโลยี AI Search ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้ระบบเข้าใจภาษาธรรมชาติได้ดีกว่าเดิม ทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลข้ามแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นด้วยภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
เพื่อให้คาดการณ์ความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ AI Suggest ผสมผสานบริบทปัจจุบันจากตัวเครื่องเข้ากับข้อมูลในหน่วยความจำ เพื่อสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ ช่วยให้สามารถนำเสนอคำแนะนำล่วงหน้าได้อย่างเหมาะสม และทันท่วงที
หน้าที่หลักทั้งสามส่วนนี้ทำงานเชื่อมโยงกันภายใต้มาตรการความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดและการจัดเก็บข้อมูลใน AI Mind Space โดยที่ AI Search จะใช้ข้อมูลที่จัดเก็บไว้เพื่อค้นหาความจำภายในเครื่องแบบเฉพาะบุคคล ในขณะที่ AI Suggest จะสร้างคำแนะนำที่แม่นยำตามพฤติกรรมและลักษณะความจำของผู้ใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลทั้งหมดจะได้รับความคุ้มครองและมีความปลอดภัยสูงสุด

ยกระดับความเป็นส่วนตัว AIOS ควบคู่กับการเปิดกว้างของระบบ Ecosystem
เมื่อ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน OPPO จึงได้เปิดตัวสถาปัตยกรรม Private Computing Cloud (PCC) เพื่อขยายขีดความสามารถของระบบปฏิบัติการ AIOS สู่การประมวลผลบนคลาวด์ที่มีความปลอดภัยสูง
PCC คือระบบทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ และคลาวด์ที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก โดยใช้เทคโนโลยี Confidential Computing จาก Google Cloud เพื่อดึงข้อมูลมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพโดยที่ระบบยังคงรักษาความปลอดภัยและไม่สามารถมองเห็นเนื้อหาข้อมูลส่วนบุคคลได้
เทคโนโลยีจะมีคุณค่าเมื่อมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย OPPO จึงวางกลยุทธ์ AI ผ่านแนวคิด New Computing, New Perception และ New Ecosystem โดยมีเสาหลักทางเทคนิค คือ การประมวลผลบนตัวเครื่อง เอนจินหน่วยความจำ PersonaX และโครงสร้าง Agent Matrix
นอกจากนี้ OPPO ยังเน้นความร่วมมือแบบเปิดเพื่อให้ AI แต่ละระบบทำงานร่วมกันได้ ดังเช่นความร่วมมือกับ Google Cloud ที่ดึงดูดนักพัฒนาทั่วโลกมาช่วยทลายข้อจำกัดระหว่างแอปฯ เพื่อสร้างเครือข่ายบริการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อในทุกสถานการณ์

OPPO และ Google Cloud ร่วมมือกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เน้นความเป็นส่วนตัวและได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งาน พร้อมส่งเสริมระบบนิเวศแบบเปิดเพื่อมุ่งพัฒนาระบบปฏิบัติการ AI ที่ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะบุคคลได้อย่างลึกซึ้ง
เทรนด์ถ่ายภาพชาวโซเชียล ปี 2026 ที่ไม่ควรพลาด โดย OPPO Reno15 Series 5G
รวมภาพโมเมนต์สุดน่ารักจากเหล่า OPPO Family อัปเทรนด์เซลฟี่ปี 2026 ด้วย OPPO Reno15 Series 5G
OPPO Reno15 Series 5G วางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการ เริ่มต้น 11,999 บาท พร้อมด้วย OPPO Watch S และ OPPO Pad 5
รีวิว OPPO Watch S & OPPO Pad 5 รุ่น Matte Display | ตัวจบสายสุขภาพ และสายเรียน – MX | Power ON
รีวิว OPPO Reno15 5G และ OPPO Reno15 F 5G ตัวจริงสายคอนเทนต์ ครบจบในเครื่องเดียว – MX | Power ON
สายลุยต้องดู! OPPO A6 Series มือถือสุดถึก แบตอึด 7000mAh ใช้ข้ามวันแบบไม่ต้องชาร์จ – MX | Power ON
รีวิว OPPO A6 Pro 5G สมูทเกินต้าน ทนทานทุกดาเมจ – MX | Power ON